advertisement

คมนาคมจ่อทบทวนรูปแบบรถไฟฟ้าสายสีชมพู

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 เม.ย. 2555 13:23

“จารุพงศ์” เตรียมทบทวนรูปแบบรถไฟฟ้าสายสีชมพู หลังศึกษาทั้งแบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวและรถไฟฟ้าขนาดหนัก ระบุหากไม่เคารพในหลักวิชาการ จะทำให้การทำงานประสบปัญหาและเกิดความผิดพลาด

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเร่งรัดการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า โดยในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงปากเกร็ด-มีนบุรี ระยะทาง 27 กม. ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาปรับแบบการก่อสร้างเป็นโครงการรถไฟฟ้าขนาดหนัก (HEAVY RAIL) จากเดิมที่ศึกษาออกแบบเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (MONORAIL) ตามนโยบายของ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนั้น จะได้มีการพิจารณารายละเอียดอีกครั้งว่าแบบก่อสร้างใดเหมาะสม           

“คงบอกไม่ได้ว่าชอบแบบไหนระหว่างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว หรือรถไฟฟ้าขนาดหนัก แต่ต้องการให้พิจารณาดำเนินงานเป็นไปตามหลักการ โดยยึดหลักเหตุผล และความเหมาะสมจากผลศึกษาที่ดีที่สุด เพราะหากไม่เคารพในหลักวิชาการ จะทำให้การทำงานประสบปัญหา และเกิดความผิดพลาดได้” นายจารุพงศ์ กล่าว           

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตามหลักการการพิจารณาออกแบบรถไฟฟ้าต้องยึดจากปริมาณผู้โดยสาร ปริมาณผู้โดยสารมากก็ใช้รถไฟฟ้าขนาดหนัก ปริมาณผู้โดยสารน้อยก็ใช้รถไฟฟ้ารางเดี่ยว ซึ่งจากผลศึกษาเดิมของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูออกแบบเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว เพราะเป็นรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายหลักที่ตัดผ่าน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีเขียว ซึ่งก็ถือว่ามีความเหมาะสม           

นอกจากนั้น พบว่าการศึกษาที่ผ่านมาได้รับความเห็นชอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว แต่เมื่อมีการปรับแบบใหม่ทำให้ต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ การพิจารณาพื้นที่เวนคืนใหม่ เพราะรถไฟฟ้าขนาดหนักต้องใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาในการดำเนินงานก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งเร็วๆ นี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสรุปรูปแบบการก่อสร้างที่เหมาะสมเสนอมาให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา           

“เชื่อมั่นในโมเดลผลการศึกษา เพราะมีตัวเลขผู้โดยสาร และตัวเลขอื่นๆ ที่สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจได้ และการตัดสินใจก็ต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ได้จากผลศึกษา และทำโครงการด้วยความประหยัด มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ทำอะไรเกินตัว โดยหากเราไม่เชื่อผลศึกษาจะจ้างบริษัทที่ปรึกษามาศึกษาโครงการทำไม ใช้ความรู้สึกตัดสินใจก็ได้แล้ว ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มด้วย” นายชัชชาติ กล่าว.

โหวตข่าวนี้