advertisement

ธปท.ยกเครื่องธนบัตรใหม่ ประเดิมแบงก์ 50 บาท 18 ม.ค.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2555 15:45

แบงก์ชาติ ประกาศยกเครื่องเปลี่ยนรูปแบบธนบัตรใหม่ตั้งแต่ราคา 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท เพื่อให้ทันสมัย ป้องกันการปลอมแปลง และเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ เริ่มจากราคา 50 บาท ในวันที่ 18 ม.ค.นี้ ก่อนทยอยออกชนิดราคาอื่นปีละชนิดราคาในช่วง 5 ปี ส่วนธนบัตร 50 บาทแบบเก่ายังใช้ได้ตามกฎหมาย...

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แถลงข่าว การปรับเปลี่ยนแบบธนบัตรหมุนเวียนที่ใช้ในปัจจุบันตั้งแต่ชนิดราคา 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท ว่า  เป็นแบบที่ 15 ซึ่งได้ใช้ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 14 ปีแล้ว ทำให้อาจจะเริ่มล้าสมัยทั้งในรูปแบบ และลักษณะการต่อต้านการปลอมแปลง ดังนั้น ธปท.จึงจะปรับเปลี่ยนรูปแบบธนบัตรที่ใช้ในปัจจุบันใหม่เป็นแบบที่ 16 โดยมีแนวคิดหลัก 3 ประการ 1. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ โดยจะนำภาพที่ทรงพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณูปการแก่ประเทศชาติ เป็นภาพประธานด้านหลังธนบัตร ในแต่ละชนิดราคา 2. เพื่อให้มีความทัยสมัย สวยงาม มีความเป็นสากลมากขึ้น 3. เพื่อพัฒนาปรับปรุงลักษณะการปลอมแปลงในธนบัตรให้ทันสมัย และปลอมแปลงได้ยากขึ้น ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น สะดวกในการใช้งาน และตรวจสอบได้ง่าย ทั้งการตรวจด้วยคน และเครื่อง

ทั้งนี้ ธนบัตรที่ออกใหม่จะทยอยออกภายในเวลา 5 ปี ปีละ 1 ชนิดราคา เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน และสะดวกต่อการปรับระบบการให้บริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ โดยในปีนี้จะเริ่มออกธนบัตรรูปแบบใหม่ชนิดราคา 50 บาท และในปีต่อไปจะทยอยออกชนิดราคาอื่นๆ ตามความเหมาะสม

สำหรับธนบัตรใหม่ชนิดราคา 50 บาทนี้ ภาพประธานด้านหน้าจะเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ในฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ซึ่งเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ซึ่งมีความสง่างาม เปี่ยมด้วยบุญญาบารมีเป็นภาพประธาน ขณะที่ภาพประธานด้านหลังธนบัตร เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงหลั่งทักษิโณทก ประดิษฐาน ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก เพื่อแสดงถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งที่ทรงหลั่งทักษิโณทกเพื่อประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง เมื่อพุทธศักราช 2127 โดยมีภาพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงคาบพระแสงดาบนำทหารเข้าตีค่ายพม่า ซึ่งเป็นภาพจากจิตรกรรมฝาผนังวัดสุวรรณดาราราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อแสดงถึงพระวีรกรรมอันกล้าหาญ เมื่อครั้งที่ทรงนำทหารเข้าตีค่ายทัพหลวง หงสาวดี ซึ่งมาตั้งล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ โดยทรงคาบพระแสงดาบนำทหารขึ้นปีนระเนียดจะเข้าตีค่ายพระเจ้าหงสาวดี พระวีรกรรมนี้นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญและความเป็นผู้นำแล้ว ยังเป็นที่ครั่นคร้ามยำเกรงของข้าศึก และพระแสงดาบที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงในวันนั้น ได้ปรากฏนามว่า  “พระแสงดาบคาบค่าย”  มาจนตราบเท่าทุกวันนี้

รวมทั้ง ภาพพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี ประดิษฐาน ณ อนุสรณ์ ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อแสดงถึงพระวีรกรรมอันกล้าหาญ เมื่อครั้งที่ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะ พระมหาอุปราชาในพุทธศักราช 2135 ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งสาคัญและยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย และพระเจดีย์ชัยมงคล ประดิษฐาน ณ วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นภาพประกอบ

นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มลักษณะการต่อต้านการปลอมแปลงใหม่ ประกอบด้วย 1. ลายน้ำ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และลายน้ำตัวเลขไทย  “๕๐” ที่มีความโปร่งแสงเป็นพิเศษ มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อส่องดูกับแสงสว่าง 2. แถบสีน้ำเงินที่ปรากฏด้านหลังธนบัตร เป็นแถบพลาสติกเคลือบสีน้ำเงินที่ฝังไว้ในเนื้อกระดาษธนบัตรตามแนวยืน โดยเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดงเมื่อเปลี่ยนมุมมอง 3. ภาพซ้อนทับ ตัวเลข 50 พิมพ์แยกไว้บนด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อยกธนบัตรส่องดูกับแสงสว่างจะเห็นเป็นตัวเลข 50 ที่สมบูรณ์ 4. ลายพิมพ์นูน นอกจากที่ตัวอักษรและตัวเลขแจ้งราคาแล้ว ยังมีสัญลักษณ์สำหรับผู้พิการทางสายตาเป็นรูปดอกไม้สีน้ำเงินเข้มในแนวเฉียง 2 ดอก มาจากตัวเลข “5”  ในอักษรเบลล์ ซึ่งจะทำให้แยกธนบัตรจริงและธนบัตรปลอมได้อย่างชัดเจน

นายประสาร กล่าวต่อว่า ธนบัตรชนิดราคา 50 บาท ในรูปแบบใหม่นี้ จะออกใช้หมุนเวียนในระบบเพื่อทดแทนธนบัตรชนิด 50 บาทรูปแบบเดิมในวันที่ 18 ม.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งถือเป็นวันที่ระลึกถึงวันที่ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชา และเป็นวันกองทัพไทย สามารถแลกได้ที่ธนาคารพาณิชย์ทุกสาขา อย่างไรก็ตาม ธนบัตรชนิดราคา 50 บาทเดิมที่ใช้ในปัจจุบันยังใช้ได้ตามปกติ สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

ส่วนธนบัตรชนิดราคา 20 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาทนั้น ในเบื้องต้นภาพประธานด้านหน้าจะเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ในฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ เช่นเดียวกับชนิดราคา 50 บาท แต่ภาพด้านหลังจะแตกต่างกัน โดยชนิดราคา 20 บาท จะเป็นภาพเรื่องราวเฉลิมพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ชนิดราคา 100 บาทเป็นภาพเรื่องราวเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ชนิดราคา 500 บาทเป็นภาพเรื่องราวเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และชนิดราคา 1,000 บาท เป็นภาพเรื่องราวเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช.

โหวตข่าวนี้