วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธปท.ยกเครื่องธนบัตรใหม่ ประเดิมแบงก์ 50 บาท 18 ม.ค.

แบงก์ชาติ ประกาศยกเครื่องเปลี่ยนรูปแบบธนบัตรใหม่ตั้งแต่ราคา 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท เพื่อให้ทันสมัย ป้องกันการปลอมแปลง และเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ เริ่มจากราคา 50 บาท ในวันที่ 18 ม.ค.นี้ ก่อนทยอยออกชนิดราคาอื่นปีละชนิดราคาในช่วง 5 ปี ส่วนธนบัตร 50 บาทแบบเก่ายังใช้ได้ตามกฎหมาย...

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แถลงข่าว การปรับเปลี่ยนแบบธนบัตรหมุนเวียนที่ใช้ในปัจจุบันตั้งแต่ชนิดราคา 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท ว่า  เป็นแบบที่ 15 ซึ่งได้ใช้ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 14 ปีแล้ว ทำให้อาจจะเริ่มล้าสมัยทั้งในรูปแบบ และลักษณะการต่อต้านการปลอมแปลง ดังนั้น ธปท.จึงจะปรับเปลี่ยนรูปแบบธนบัตรที่ใช้ในปัจจุบันใหม่เป็นแบบที่ 16 โดยมีแนวคิดหลัก 3 ประการ 1. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ โดยจะนำภาพที่ทรงพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณูปการแก่ประเทศชาติ เป็นภาพประธานด้านหลังธนบัตร ในแต่ละชนิดราคา 2. เพื่อให้มีความทัยสมัย สวยงาม มีความเป็นสากลมากขึ้น 3. เพื่อพัฒนาปรับปรุงลักษณะการปลอมแปลงในธนบัตรให้ทันสมัย และปลอมแปลงได้ยากขึ้น ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น สะดวกในการใช้งาน และตรวจสอบได้ง่าย ทั้งการตรวจด้วยคน และเครื่อง

ทั้งนี้ ธนบัตรที่ออกใหม่จะทยอยออกภายในเวลา 5 ปี ปีละ 1 ชนิดราคา เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน และสะดวกต่อการปรับระบบการให้บริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ โดยในปีนี้จะเริ่มออกธนบัตรรูปแบบใหม่ชนิดราคา 50 บาท และในปีต่อไปจะทยอยออกชนิดราคาอื่นๆ ตามความเหมาะสม

สำหรับธนบัตรใหม่ชนิดราคา 50 บาทนี้ ภาพประธานด้านหน้าจะเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ในฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ซึ่งเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ซึ่งมีความสง่างาม เปี่ยมด้วยบุญญาบารมีเป็นภาพประธาน ขณะที่ภาพประธานด้านหลังธนบัตร เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงหลั่งทักษิโณทก ประดิษฐาน ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก เพื่อแสดงถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งที่ทรงหลั่งทักษิโณทกเพื่อประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง เมื่อพุทธศักราช 2127 โดยมีภาพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงคาบพระแสงดาบนำทหารเข้าตีค่ายพม่า ซึ่งเป็นภาพจากจิตรกรรมฝาผนังวัดสุวรรณดาราราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อแสดงถึงพระวีรกรรมอันกล้าหาญ เมื่อครั้งที่ทรงนำทหารเข้าตีค่ายทัพหลวง หงสาวดี ซึ่งมาตั้งล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ โดยทรงคาบพระแสงดาบนำทหารขึ้นปีนระเนียดจะเข้าตีค่ายพระเจ้าหงสาวดี พระวีรกรรมนี้นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญและความเป็นผู้นำแล้ว ยังเป็นที่ครั่นคร้ามยำเกรงของข้าศึก และพระแสงดาบที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงในวันนั้น ได้ปรากฏนามว่า  “พระแสงดาบคาบค่าย”  มาจนตราบเท่าทุกวันนี้

รวมทั้ง ภาพพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี ประดิษฐาน ณ อนุสรณ์ ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อแสดงถึงพระวีรกรรมอันกล้าหาญ เมื่อครั้งที่ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะ พระมหาอุปราชาในพุทธศักราช 2135 ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งสาคัญและยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย และพระเจดีย์ชัยมงคล ประดิษฐาน ณ วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นภาพประกอบ

นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มลักษณะการต่อต้านการปลอมแปลงใหม่ ประกอบด้วย 1. ลายน้ำ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และลายน้ำตัวเลขไทย  “๕๐” ที่มีความโปร่งแสงเป็นพิเศษ มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อส่องดูกับแสงสว่าง 2. แถบสีน้ำเงินที่ปรากฏด้านหลังธนบัตร เป็นแถบพลาสติกเคลือบสีน้ำเงินที่ฝังไว้ในเนื้อกระดาษธนบัตรตามแนวยืน โดยเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดงเมื่อเปลี่ยนมุมมอง 3. ภาพซ้อนทับ ตัวเลข 50 พิมพ์แยกไว้บนด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อยกธนบัตรส่องดูกับแสงสว่างจะเห็นเป็นตัวเลข 50 ที่สมบูรณ์ 4. ลายพิมพ์นูน นอกจากที่ตัวอักษรและตัวเลขแจ้งราคาแล้ว ยังมีสัญลักษณ์สำหรับผู้พิการทางสายตาเป็นรูปดอกไม้สีน้ำเงินเข้มในแนวเฉียง 2 ดอก มาจากตัวเลข “5”  ในอักษรเบลล์ ซึ่งจะทำให้แยกธนบัตรจริงและธนบัตรปลอมได้อย่างชัดเจน

นายประสาร กล่าวต่อว่า ธนบัตรชนิดราคา 50 บาท ในรูปแบบใหม่นี้ จะออกใช้หมุนเวียนในระบบเพื่อทดแทนธนบัตรชนิด 50 บาทรูปแบบเดิมในวันที่ 18 ม.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งถือเป็นวันที่ระลึกถึงวันที่ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชา และเป็นวันกองทัพไทย สามารถแลกได้ที่ธนาคารพาณิชย์ทุกสาขา อย่างไรก็ตาม ธนบัตรชนิดราคา 50 บาทเดิมที่ใช้ในปัจจุบันยังใช้ได้ตามปกติ สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

ส่วนธนบัตรชนิดราคา 20 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาทนั้น ในเบื้องต้นภาพประธานด้านหน้าจะเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ในฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ เช่นเดียวกับชนิดราคา 50 บาท แต่ภาพด้านหลังจะแตกต่างกัน โดยชนิดราคา 20 บาท จะเป็นภาพเรื่องราวเฉลิมพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ชนิดราคา 100 บาทเป็นภาพเรื่องราวเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ชนิดราคา 500 บาทเป็นภาพเรื่องราวเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และชนิดราคา 1,000 บาท เป็นภาพเรื่องราวเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช.