• หน้าหลัก
  • นสพ.ฉบับวันนี้
  • ประเด็นร้อน
  • บริการบนมือถือ
  • กิจกรรม
  • ร่วมงานกับไทยรัฐ
Thairath

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2556
ค้นหาข่าว
Twitter
Facebook
Facebook
คุณมีข่าวใหม่ 0 ข่าว
  • ข่าวในพระราชสำนัก
  • การเมือง
  • กีฬา
  • บันเทิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิทยาการ
  • เศรษฐกิจ
  • การศึกษา
  • ต่างประเทศ
  • ข่าวทั่วไทย
  • SMEมีแวว
  • เรื่องเล่าความสำเร็จ
เรื่องเด่น :
ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พลังงาน "พงษ์ศักดิ์" ระดมสมองเดินหน้าประเทศไทย | รถคันแรกดันหนี้ครัวเรือนพุ่ง | หย่าศึกลิขสิทธิ์เพลงสุดมั่ว |

ชี้ 6 ธนาคารกลางโลกอัดสภาพคล่องดันเงินบาทแข็งค่า 1%

Pic_220759

ผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทยชี้หลัง 6 ธนาคารกลางของโลกอัดฉีดสภาพคล่องให้ยุโรป และจีนลดการสำรองเงิน ดันเงินบาทช่วง 2-3 วันแข็งค่าขึ้นเกือบ 1%...

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นายสิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 วันนี้ คาดว่าน่าจะมาจาก 2 ปัจจัย คือ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อมาตรการการแก้ไขปัญหาหนี้ในยุโรป หลังจากธนาคารกลางชั้นนำของโลก 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น แคนาดา และสวิตเซอร์แลนด์ ได้ส่งสัญญาณความร่วมมือกันประกาศใช้มาตรการอัดฉีดสภาพคล่องระยะสั้นให้กับธนาคารพาณิชย์ยุโรป ด้วยการปรับลดดอกเบี้ยการกู้ยืมสกุลดอลลาร์ (Dollar Swap Rate) ลง 0.50% จากเดิม 1.0% ให้กับธนาคารพาณิชย์ เพื่อบรรเทาภาวะตึงตัว เพิ่มความสามารถในการจัดหาสภาพคล่องในตลาดการเงินโลก รวมทั้งยังเปิดทางให้ธนาคารกลางชาติต่างๆ ปล่อยกู้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับธนาคารพาณิชย์ นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนยังประกาศลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ลง 0.5% ซึ่งปัจจัยความเชื่อมั่นของนักลงทุนนี้ ส่งผลให้ตลาดการเงิน ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรในภูมิภาคเอเชียมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่สกุลเงินต่างประเทศส่วนใหญ่ต่างก็ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นที่ดี สำหรับเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย

ทั้งนี้ หลังจากมีข่าวว่า ธนาคารกลางใหญ่ 6 ชาติของโลก ได้ออกมาประกาศใช้มาตรการช่วยสภาพคล่องให้กับตลาดการเงินโลก รวมทั้งมาตรการลดสัดส่วนการกันสำรองเงินของธนาคารพาณิชย์ของธนาคารกลางจีน ทำให้ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ค่าเงินของสกุลเงินส่วนใหญ่ รวมทั้งเงินบาท ปรับตัวแข็งค่าขึ้นทั้งหมด โดยเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเฉลี่ยเกือบ 1% (30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) หรือประมาณ 30 สตางค์ ขณะที่เทียบการแข็งค่าของค่าเงินสกุลอื่นๆ ที่เฉลี่ยแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.8-1% จะเห็นว่าค่าเงินบาทเราไม่แข็งค่าที่สุด ขณะที่ค่าความผันผวนของค่าเงินบาทก็ไม่ได้มาก ยังพอรับได้

นายสิงห์ชัย กล่าวต่อว่า เงินบาทที่อยู่ในทิศทางแข็งค่าในช่วงนี้ ธปท.มองว่า ตลาดเงินได้ปรับตัวของตัวเองได้ดีอยู่แล้ว ทำให้ธปท.ไม่จำเป็นต้องเข้าไปทำอะไร เนื่องจากการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทไม่ได้แตกต่างจากสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน อย่างไรตาม การปรับตัวดีขึ้นของตลาดเงินในขณะนี้ จะเป็นเพียงการปรับตัวในระยะสั้นเท่านั้น จากปัจจัยความเชื่อมั่นนักลงทุนจากมาตรการต่างๆ ของ 6 ธนาคารกลางใหญ่ของโลก แต่ระยะต่อไปเชื่อว่าตลาดการเงินโลกจะยังมีความผันผวนต่อไปอีก เนื่องจากทางการยุโรปยังไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินได้อย่างชัดเจน จึงส่งผลให้เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูงอยู่ ดังนั้น ทิศทางค่าเงินบาทในระยะต่อไป คงจะต้องจับตาดูปัจจัยต่างๆ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากช่วงปลายปีจะเป็นช่วงที่มีสภาพคล่องในระบบการเงินโลกจะมีน้อย เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ และมีการปิดงวดบัญชี จึงทำให้ค่าเงินทุกสกุลเงิน รวมทั้งเงินบาทมีความผันผวนมากขึ้นได้ โดยคาดว่าค่าเงินบาทจะมีการปรับตัวได้ทั้ง 2 ทาง คืออ่อนค่า และแข็งค่าขึ้นได้

“ค่าเงินบาทในช่วงปลายปีจะเป็นได้ทั้ง 2 ทิศทาง คือ ทั้งอ่อนค่าลง แล้วอาจกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ ซึ่งเป็นทิศทางที่เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ดังนั้น จะต้องติดตามดูความคืบหน้าของการแก้ไขหนี้ของยูโรและเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อค่าเงิน ขณะที่ปัจจัยในประเทศเองก็จะต้องดูเรื่องการส่งออกที่ขณะนี้ปรับตัวลดลงมาก ขณะเดียวกัน ก็มีปัจจัยเงินทุนไหลเข้าจากเงินประกันภัยที่มาชดเชยความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม ซึ่งเชื่อว่าน่าจะช่วยให้ค่าเงินบาทมีความสมดุลได้” นายสิงห์ชัย กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 2 ธันวาคม 2554, 14:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 803 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
tags:
ธนาคารแห่งประเทศไทย ธปท. แบงก์ชาติ ค่าเงินบาท ค่าบาท ดอลลาร์สหรัฐ ธนาคารกลางยุโรป ปัญหาหนี้ยุโรป สิงห์ชัย บูณยโยธิน
ขยายตัวอักษร

ขยายตัวอักษร

ใหญ่ขึ้น

เล็กลง

Share

Tweet

คุณชอบข่าวนี้หรือไม่
ชอบ
ไม่ชอบ
ผลการโหวต
ชอบ
4 คน
80.0%
ไม่ชอบ
1 คน
20.0%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธปท.แย้มกนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจแผ่วจริง

คาดสัปดาห์หน้า บาทเคลื่อนไหว29.50-29.8...

หอการค้าฯพบ 'ประสาร' จี้ดูค่าบาทอิงสกุล...

ข่าวอื่นๆ ในเศรษฐกิจ

คาด กนง.ลดดอก 0.25% -บาทอ่อน 29.80...

คาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าปรับลด จับตาท่าทีเฟด-...

หุ้นสหรัฐฯ สุดสัปดาห์ปิดทรงตัว ทองคำลดลง...

  • พิสูจน์ชัด! ขายแพงจริง 2โรงหนังดัง
  • เซียน ชี้ หากทองหลุด1,350เหรียญ จะเป็น...
  • ชิ้นส่วนยานยนต์ไทยจ่อโคม่า
  • คอหนังครวญ โรงหนังขายของสารพัดแพง โฆ...
  • อึ้ง! โฆษณา กฟผ.เก่า โชว์ชัดกู้ไฟดับได้ใน1...
  • เซียน ชี้ ทองอาจร่วงเหลือ 1,330 เหรียญส...
  • จีนซื้อข้าวหอมมะลิ 1 แสนตัน คลังหวั่นระบาย...
  • กีฬาเฮฮา กับจ่าแฉ่ง
  • เหะหะพาที
  • วิเคราะห์การเมือง
  • เงาหุ้น
  • รอบโลก
  • เรียงหน้าชน
  • บทบรรณาธิการ
  • หมายเหตุประเทศไทย
  • คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์
  • เปิดม่าน joke opera
  • เกร็ดข่าวลูกหนัง
  • คาบลูกคาบดอก
  • สกู๊ปหน้า 1
  • หน้าต่างโลก
  • สำนักข่าวหัวเขียว
  • เทียบท่าหน้า 3
  • กล้าได้กล้าเสีย
  • ชักธงรบ

หน้าหลัก l การเมือง l กีฬา l ไลฟ์สไตล์ l วิทยาการ l เศรษฐกิจ l การศึกษา l ต่างประเทศ l ข่าวทั่วไทย
ศาสนาและความเชื่อ l การเกษตร l ข้าราชการ l ข่าวประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ l ภาพ l บุคคล l ค้นหา

ฉบับวันนี้และย้อนหลัง 7 วัน

เกี่ยวกับไทยรัฐ
มูลนิธิไทยรัฐ
ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อไทยรัฐ

  • Copyright © 2009 Terms & Conditions
  • สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • Internet Thailand
  • Powered By