advertisement

ธปท.กระตุ้นรัฐสร้างความมั่นใจน้ำไม่ท่วมใหญ่อีก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2554 22:15

ผู้ว่าการ ธปท.คาดหลังน้ำลดหากรัฐบาลเร่งฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ และสร้างความมั่นใจน้ำไม่ท่วมใหญ่อีก การใช้จ่ายภาคเอกชนจะเริ่มฟื้นไตรมาสแรกปี 55 และการลงทุนจะกลับมาเต็มที่ในไตรมาส 2 เชื่อเศรษฐกิจปีหน้าดีกว่าปีนี้แน่นอน

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึง ภาวะเศรษฐกิจไทยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่สูงขึ้นมาก ทั้งจากภาวะน้ำท่วมในประเทศไทย ที่รุนแรงและขยายวงกว้างขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจสหรัฐ และกลุ่มสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังมองภาพเศรษฐกิจในระยะต่อไปในแง่ดีว่า หลังจากน้ำที่ท่วมขังอยู่เริ่มลดลงในช่วงต้น ธ.ค. และความเสียหายจากน้ำท่วมได้รับการฟื้นฟู จากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ ขณะที่การลงทุนที่มากขึ้นในเรื่องของการป้องกันน้ำท่วม การบริหารจัดการน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่เช่นนี้ขึ้นอีก และการเตือนภัยน้ำท่วมที่ดีจากภาครัฐ มีความจำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อช่วยปรับปรุงประเทศให้มีศักยภาพในการเติบโตที่ดีขึ้น และเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างประเทศ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะต้องปรับปรุงและจัดวางนโยบาย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทำไว้เดิมใหม่ โดยลดมาตรการที่ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพของประเทศในอนาคตลง

“ธปท.เชื่อ ว่า หากรัฐบาลดำเนินการได้ดี ความเชื่อมั่นที่ชะงักงันในขณะนี้จะเริ่มกลับมา ส่งผลให้การอุปโภคและบริโภคภาคเอกชนเริ่มกลับมาดีขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนจะเริ่มกลับมาได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งเพิ่งฟื้นตัวจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตจากภัยแผ่นดินไหว และคลื่นสึนามิในญี่ปุ่น เป็นภาคที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงอีกครั้ง จากปัญหาโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และโรงงานประกอบรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม ขณะที่ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ การใช้จ่าย และการลงทุนจะยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 3”

สำหรับปัจจัยจากต่างประเทศนั้น ผลกระทบจากความอ่อนแอของเศรษฐกิจสหรัฐ และความล่าช้าเฉื่อยชาของการแก้ปัญหาวิกฤติหนี้สินในยุโรป ที่อาจจะกระทบต่อเนื่องและก่อปัญหาหนี้สินให้กับรัฐบาลอิตาลี และฝรั่งเศสในระยะต่อไป จะกระทบเศรษฐกิจไทยใน 3 ด้าน ด้านแรกคือ จะส่งผลให้การส่งออกของไทยในไตรมาสที่ 4 และในปีหน้ามีแนวโน้มชะลอตัวลง ตามคำสั่งซื้อที่ลดลงของเศรษฐกิจสหรัฐ และยุโรป ซึ่งมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม การกระจายคู่ค้าของผู้ส่งออกไทยไปยังตลาดอื่นๆ ในเอเชีย จะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า ผลกระทบของเศรษฐกิจไทยจากปัจจัยลบในต่างประเทศด้านที่ 2 คือ ความผันผวนของตลาดการเงินโลก และการเข้าออกที่รวดเร็วของเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งส่งผลต่อค่าเงินบาท  อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในระยะต่อไปยังมีเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยมีเงินทุนนอกที่มากเกินความจำเป็น และอาจจะเป็นอันตรายต่อราคาสินทรัพย์ในประเทศไทย หากนักลงทุนต่างชาติ เริ่มเห็นว่า เศรษฐกิจหลักสามารถฟื้นตัวได้และเทขายสินทรัพย์ ทั้งหุ้น และตราสารหนี้ ในประเทศเกิดใหม่ออกมาจำนวนมาก อย่างในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย.ที่ผ่านมา ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือ ปัจจัยต่างประเทศจะส่งผลดีต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะต่อไป เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะทำให้ราคาพลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ และสินค้านำเข้าราคาถูกลง แต่ภาพรวมของเงินเฟ้อในระยะต่อไป เงินเฟ้อของไทยยังมีโอกาสอยู่ในระดับสูงต่อไป จากการใช้จ่าย การลงทุนเพื่อการฟื้นฟูหลังน้ำลด

นายประสาร กล่าวอีกว่า ธปท.เชื่อมั่นว่า หลังน้ำลดแล้ว พื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2555 กลับมาขยายตัวได้ดี ขณะที่ในส่วนของนโยบายการเงินนั้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับ 3.5% ยังคงสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และหากมีความจำเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็มีช่องว่างมากพอที่จะปรับลดลงได้ เพราะในขณะนี้ความเสี่ยงของอัตราเงินเฟ้อของประเทศปรับตัวลดลงมาก อย่างไรก็ตาม ธปท. ยังคงจับตาเงินเฟ้อในระยะต่อไป ในช่วงที่มีการฟื้นฟูประเทศหลังน้ำลด  

ด้านนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. สายนโยบายการเงิน กล่าวว่า ในขณะนี้ ธปท.กำลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะนี้มีทั้งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเพิ่มเติม และบางพื้นที่ที่น้ำเริ่มลด และอยู่ในช่วงการฟื้นฟู รวมทั้งหลายๆ นิคมอุตสาหกรรมที่เตรียมความพร้อมที่จะกู้กลับคืนมาแล้ว ทั้งนี้ ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินนัดพิเศษ แต่จะประชุมตามปกติเพื่อพิจารณาดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสมกับประเทศใน ขณะนี้ในวันที่ 30 พ.ย.เช่นเดิม.

 

โหวตข่าวนี้