advertisement

คมนาคมแนะเส้นทางเลี่ยงขึ้นเหนือ-อีสาน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ต.ค. 2554 11:27

คมนาคมแนะเส้นทางเลี่ยงขึ้นเหนือ ออกเพชรเกษม-สุพรรณบุรี-อ่างทอง ส่วนอีสานวิ่งมอเตอร์เวย์-แปดริ้ว-กบินทร์บุรี-โคราช ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทางได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ...

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากสภาวการณ์น้ำท่วมหนักและท่วมสูงในหลายๆ พื้นที่ทำให้เส้นทางการจราจรเส้นทางหลักๆ ถูกตัดขาด ทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรออกถนนพหลโยธินและถนนสายเอเชีย เพื่อไปยังภาคอีสานและภาคเหนือได้นั้น ขณะนี้กรมทางหลวงได้พยายามกู้ถนนในเส้นทางหลักๆ ให้คืนสภาพเร็ว แต่ในช่วงที่ยังไม่สามารถกู้ถนนทางหลวงสายหลักได้นั้น กรมทางหลวงขอแนะนำเส้นทางลัดที่สัญจรไปยังภาคเหนือและอีสาน โดยประชาชนที่จะสัญจรไปยังภาคเหนือ สามารถเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปตามถนนเพชรเกษม-นครปฐม-ผ่านถนนมาลัยแมน- กำแพงแสน-อู่ทอง-เลี้ยวขวาไป อ.เมืองสุพรรณบุรี ออกโพธิ์พระยา-อ่างทอง และไปเส้นทางภาคเหนือปกติตามถนนสายเอเชีย และถ้าหากประชาชนจะไปภาคเหนือทาง จ.สิงห์บุรี ก็ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 340 ไปทาง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี หลังจากนั้นเลี้ยวขวาออกสิงห์บุรี และวิ่งขึ้นภาคเหนือตามเส้นทางปกติ

นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า ส่วนเส้นทางที่ประชาชนจะสัญจรออกไปยังภาคอีสานนั้น จากเดิมประชาชนจะใช้ 2 เส้นทางการจราจรออกจากกรุงเทพฯ ไปยังภาคอีสาน คือ 1.เส้นทาง รังสิต-องครักษ์-นครนายก-บ้านนา-แก่งคอย แต่ในขณะนี้ในเส้นทางดังกล่าวประสบปัญหาคือน้ำท่วมช่วงรังสิต-ธัญบุรี ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ดังนั้น ประชาขนควรเดินทางไปยังภาคอีสานด้วยเส้นทางที่ 2 ออกจากกรุงเทพฯ ไปตามทางเส้นทางพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์-แปดริ้ว ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม-กบินทร์บุรี หลังจากนั้นออกเส้นทางหลวงหมายเลข 304 ปักธงชัย และต่อไป จ.นครราชสีมา ออกเส้นทางหลัก

นายสุพจน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้น ในส่วนของเส้นทางที่ประชาชนจะออกไปยังภาคใต้ ก็สามารถออกทางถนนเพชรเกษมตามปกติ ส่วนภาคตะวันออกนั้นประชาชนสามารถสัญจรออกถนนสุขุมวิท หรือถนนมอเตอร์เวย์ หรือทางด่วนดินแดง-บางนา-บูรพาวิถีออก จ.ชลบุรี ได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ใช้เส้นทางมีความระมัดระวัง เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวขณะนี้มีผู้มาใช้ในปริมาณมาก อาจทำให้การจราจรแออัดและติดขัด แต่กรมทางหลวงได้ทำป้ายชั่วคราวเพื่อบอกเส้นทาง ให้ประชาขนได้รับความสะดวกมากขึ้น ซึ่งประชาชนควรศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทาง หรือสอบถามสายด่วน กรมทางหลวง 1586.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement