advertisement

คืนภาษีรถคันแรก ครม.ไฟเขียว ปูจี้รมต.โชว์ออฟ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ย. 2554 19:51

"ยิ่งลักษณ์" จี้ รมต.ทุกกระทรวงทำงานเชิงรุก สั่งเร่งพีอาร์ผลงาน ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ ประเดิมคืนภาษีรถยนต์คันแรก ครม.เห็นชอบตั้งงบฯปี 2556 จำนวน 3 หมื่นล้าน จ่ายเช็คเงินสด คืนภาษีให้ผู้ซื้อรถยนต์คันแรก 1 แสนบาท เริ่ม 16 ก.ย.นี้...


เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงผลงานรัฐบาลว่า ขณะนี้ผลงานรัฐบาลมีเยอะมาก เอาแค่ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ ก็แทบไม่ทันแล้ว อย่างเรื่องการคืนภาษีรถยนต์คันแรก ที่ให้มีผลในวันที่ 1 ต.ค. นายกฯได้สั่งว่า เมื่อทุกคนรู้แล้วว่าจะมีผลในวันที่ 1 ต.ค. หากไม่ประกาศไปเลย คนที่ซื้อก็จะชะงัก ดังนั้นจึงขอให้ประกาศเรื่องนี้ได้เลย โดยให้เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.นี้เลย 



นอกจากนี้ นายกฯยังได้ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผลงานรัฐบาล ต้องมีโจทย์ไปคิดว่าจะสื่อสารอย่างไรให้ประชาชนได้เข้าถึงผลงานรัฐบาลได้โดยตรง อย่างเรื่องรถคันแรก ประชาชนควรต้องรู้ว่าจะเริ่มเมื่อไร จะมีการกดปุ่มเปิดรถคันแรกหรือไม่ ซึ่งในวันนี้การสื่อสารยังไม่ดีพอ ดังนั้น จากนี้ไปทุกกระทรวงต้องทำงานเชิงรุกในการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสิทธิประโยชน์

ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามกระทรวงการคลัง เสนอมาตรการคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท และรถยนต์ที่ซื้อต้องมีราคาขายปลีกไม่เกินคันละ 1 ล้านบาท โดยกำหนดให้ผู้ซื้อรถยนต์ทำสัญญาซื้อขายรถยนต์เร็วขึ้น จากเดิมที่จะให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2554 เป็นเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 เพื่อไม่ให้เกิดการชะลอตัดสินใจ โดย ครม.หารือและมีความเห็นว่า หากกำหนดให้มีผลตามเดิม จะยิ่งทำให้ผู้ประกอบการทั้งค่ายรถยนต์และสถาบันการเงินรับความเดือดร้อน จากการที่ประชาชนชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไปจนถึงวันที่ 1 ต.ค. 2554 ส่วนวันสิ้นสุดเป็นไปตามเดิม ในวันที่ 31 ธ.ค. 2555  เบื้องต้นมั่นใจว่า จะมีผู้ซื้อรถยนต์คันแรกประมาณ 500,000 คัน 



ทั้งนี้ ภายใต้การดำเนินมาตรการนี้ ครม.ได้อนุมัติให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 เพื่อคืนเงินให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรกที่ถูกเก็บภาษีสรรพสามิตให้กับรัฐบาล โดยจะคืนให้เมื่อซื้อรถยนต์ครบ 1 ปีในรูปแบบของเช็คเงินสดครั้งเดียวเต็มจำนวน ลักษณะเดียวกับเช็คช่วยชาติของรัฐบาลชุดก่อน โดยเริ่มคืนตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555 เป็นต้นไป และแม้ว่ารัฐบาลจะคืนเงินภาษีสรรพสามิตให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรก แต่จะมีผลที่ดีต่อระบบเศรษฐกิจแน่นอน เพราะจะกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายรถยนต์ ทำให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีทุกประเภททั้งภาษีรถยนต์ ภาษีเงินได้นิติบุคคลจากบริษัทผู้ขายรถยนต์ รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นจำนวนที่มากกว่าเงินที่ต้องคืนภาษีรถคันแรก

นายบุญทรง กล่าวต่อว่า ผู้ใช้สิทธิ์ขอคืนภาษีรถคันแรกไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือโอน เปลี่ยนมือภายใน 5 ปีแรก โดยกรมการขนส่งทางบกจะสลักไว้หลังเล่มทะเบียนรถยนต์อยู่แล้ว ว่าห้ามโอน เปลี่ยนมือภายใน 5 ปี แต่หากว่าในที่สุดเกิดกรณีที่ผู้ใช้สิทธิ์รับเงินภาษีคืนไปแล้วไม่ดำเนินการตาม หรือไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระต่อ หรือมีเหตุอย่างอื่น ก็อาจต้องใช้วิธีการทางศาลเพื่อคืนเงินภาษีที่ได้รับไปกลับคืนให้กับรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในปัจจุบันยังไม่ได้หาแนวทางการป้องกันการสวมสิทธิ์ แต่ก็ขอร้องผู้มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ หรือผู้ที่มาซื้อแทนบุคคลอื่นเพื่อสวมสิทธิ์ ต้องขอความกรุณาให้เห็นใจคนที่ยังไม่เคยมีรถยนต์เป็นของตัวเองด้วย โดยในวันที่ 14 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น.จะจัดให้มีการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการรถยนต์ที่กระทรวงการคลังด้วย

สำหรับหลักเกณฑ์การคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกที่สำคัญ ต้องเป็นรถยนต์นั่งขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร รถยนต์กระบะหรือปิคอัพ และรถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก หรือดับเบิ้ลแคป ที่สำคัญต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศหรือรถยนต์จดประกอบ ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยสามารถดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ www.excise.go.th ตัวอย่างเงินที่ได้รับคืน เช่น รถอีโคคาร์ มีอัตราภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บ 17% รถปิคอัพ 3% และดับเบิ้ลแคป 12% ซึ่งในส่วนนี้จะได้รับเงินคืนทั้งหมด.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement