advertisement

เปิดตลาดเสรีมาร์เก็ต เดอะไนน์ พระรามเก้า

โดย 14 ก.ย. 2554 09:30

หากพูดถึงเสรีมาร์เก็ต เชื่อว่าหลายๆ คน คงจะเคยได้ยินชื่อหรือคุ้นหูกันมาบ้างแล้ว ตั้งแต่สาขาแรกที่พาราไดซ์ ศรีนครินทร์ แต่ขณะนี้เสรีมาร์เก็ต ได้เปิดตลาดใหม่อีกแห่งเพื่อเอาใจขาชิมขาช้อปให้ใกล้และสะดวกขึ้น ที่สาขาเดอะไนน์ พระรามเก้า ซึ่งการเปิดสาขาที่ 2 วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสดีที่ได้พูดคุยกับ "ชลธิชากร คุ้มวงศ์" ผู้จัดการทั่วไปตลาดเสรีมาร์เก็ต ถึงจุดเริ่มต้นของเสรีมาร์เก็ตว่า มาจากอะไร แนวคิดการทำตลาด การเติบโตของเสรีมาร์เก็ต และการเลือกสรรร้านค้าเพื่อผู้บริโภค ว่ายังคงคอนเซปต์เดิมที่ต้องการให้ผู้บริโภคได้สิ่งที่ดีที่สุดเหมือนสาขาแรกหรือไม่อย่างไร



จุดเริ่มต้นของเสรีมาร์เก็ต

ชลธิชากร : คนคงจะได้ยินว่าเสรีมาร์เก็ตแต่จริงๆ แล้วที่มา มาจากกลุ่มพรีเมียร์ที่มีธุรกิจอยู่ประมาณ 25 บริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีสายธุรกิจ ซึ่งเสรีมาร์เก็ตก็ถือเป็นน้องใหม่ โดยสาขาแรกเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2537 ภายใต้ชื่อว่า ตลาดสดติดแอร์อยู่ในเสรีเซ็นเตอร์ที่ถนนศรีนครินทร์ ซึ่งขณะนั้นทางกลุ่มพรีเมียร์คิดว่าอยากจะหาตลาดในฝันของผู้บริโภคที่ยังคงวิถีชีวิตอย่างตลาดคนไทย นึกภาพเราตอนเด็กๆ ได้มั้ย ตลาดเป็นชุมชนที่เอาของมาแลกเปลี่ยน ญาติพี่ญาติน้องมาคุยกัน ของก็คัดคุณภาพ ไม่หลอกกัน
ดีก็ว่าดี ไม่ดีก็ว่าไม่ดี แต่ต้องปรับใช้ภาพของตลาดสดที่มีเสน่ห์ให้เข้ากับชีวิตปัจจุบัน ที่ต้องทันสมัยมากขึ้น ถูกสุขลักษณะมากขึ้น จึงเป็นที่มาของเสรีมาร์เก็ตสาขาแรก พอตั้งแล้วได้รับความนิยมมากมาย ได้รับรางวัลตลาดสดติดดาว ระดับ 5 ดาว ติดต่อกัน 5 ปี เราก็มองว่าลูกค้าเห็นคุณค่าของงานตรงนี้ ซึ่งตรงกับที่พรีเมียร์ตั้งไว้ว่าจะทำธุรกิจใดๆ ก็ตามซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อองค์กรพนักงานและสังคม โดยการผสมผสานความรู้ความสามารถของเรา เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันภายใต้แนวคิดที่ว่าทุกอย่างควรจะเกื้อหนุนกันได้ และทุกอย่างต้องดำเนินแบบมีจรรยาบรร มีจริยธรรมแบบคนไทยที่ดีงาม เลยออกมาเป็นเสรีมาร์เก็ตในสโลแกนที่ว่า "วิถีไทย ใส่ใจผูกพัน"

ภาพรวมเป็นการร่วมธุรกิจกับมาบุญครองหรือไม่

ชลธิชากร : ไม่ใช่ จริงๆ เสรีมาร์เก็ตเป็นผู้เช่าของเดอะไนน์ ซึ่งก็คือกลุ่มมาบุญครอง แล้วเราก็มาจัดสรรพื้นที่ ส่งต่อให้ผู้ประกอบการเข้ามาเช่า

แล้วทำไมมาบุญครองถึงไม่ทำฟูดคอร์ตเอง

ชลธิชากร  :  ตอนนี้อยู่ในยุคที่ใครถนัดตรงไหน ก็ทำตรงนั้น แล้วมาบุญครองเห็นตลาดเสรีมาร์เก็ตสาขา 1 ประสบความสำเร็จ และถึงเวลาที่จะต้องปรับรูปแบบของตลาดใหม่ จึงเชิญเรามา เพราะเสรีมาร์เก็ตเป็นแบรนด์ของฟูดคอร์ตแล้ว

ถ้าเดอะไนน์มีสาขาที่อื่นอีก เสรีมาร์เก็ตจะตามไปด้วยหรือไม่

ชลธิชากร : ไม่จำเป็น ไม่มีพันธสัญญาต่อกัน คนที่จะผูกแบรนด์กับเสรี คือร้านค้า ว่าร้านไหนพร้อมจะไปกับเรา เราพิจารณา ซึ่งจากสาขา 1 มาที่สาขา 2 ก็มีบ้าง



ทำเลที่มองไว้ในอนาคตที่ต้องการเปิดตลาด คือที่ไหน

ชลธิชากร : ทำเลขอเก็บไว้ก่อน เพราะอยู่ระหว่างการตกลง แต่ไม่ต่ำกว่า 3-4 ที่ ภายใน 3 ปีข้างหน้า
แต่ไม่ใช่ปีละสาขา

มีจะไปต่างจังหวัดหรือไม่

ชลธิชากร : เบื้องต้นยังอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ยังไม่ไปต่างจังหวัด



การเจริญเติบโตของกลุ่มพรีเมียร์ที่ทำเรื่องตลาด เป็นอย่างไร

ชลธิชากร : โตตามเป้าที่วางไว้ แต่หากมองภาพรวมของกลุ่มพรีเมียร์ เนื่องจากมีหลายสายธุรกิจ ต้องบอกว่าบางเซกเม้นต์ก็ยังไม่เป็นไปตามเป้า

การคัดสรรร้านค้าใช้เกณฑ์อะไรในการเลือก

ชลธิชากร : 1. ร้านค้าในสาขาแรก ใครพร้อมที่จะไปกับเรา แต่การไป ต้องเป็นการไปที่คุณภาพคัดสรรในเกณฑ์เดิม ไม่ใช่ส่งลูกจ้างมาทำ 2. ประเภทสินค้าเราแบ่งเป็นตลาดสดประมาณ 30-40% และอาหารกลับบ้านประมาณ สัก 60-70% เราจะคงในส่วนตลาดสดไว้ ไม่ใช่ว่าคุณต้องไปซื้ออาหารสดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเอาก็ได้ ตรงนี้เป็นศูนย์อาหารไม่ใช่ตลาดสด เราก็คัดเลือกเจ้าซึ่งเรามั่นใจว่าเจ้าของมีแหล่งรับซื้อแหล่งวัตถุดิบที่ไว้ใจได้ ปลอดสาร ส่วนร้านอาหารเนื่องจากคนไทยช่างกิน อย่างก๋วยเตี๋ยวเจ้าหนึ่งก็มีรายชื่อร้านส่งเข้าประกวด 9-10 ร้าน ที่จะต้องส่งตัวอย่างเข้ามาชิงกัน ก็จะได้รับคำแนะนำจากลูกค้าบ้างหลายๆ แหล่ง พยายามจะไม่ให้ซ้ำกัน แต่ธรรมชาติของตลาด คนบางคนก็ทำได้หลายอย่างมาก อาจจะซ้ำกันบ้าง แต่สุดท้ายจะรู้ว่าใครอร่อยจริง แต่โดยหลักสินค้าที่นำเข้ามาจะไม่ซ้ำกัน

แต่ตอนนี้ร้านบัวเยอะมาก แปลว่าเจ้าของร้านบัวมาขายเอง

ชลธิชากร : จริงๆ เจ้าของจะมาประจำ เดิมทีจากเสรีตลาด 1 ร้านบัวก็มีสัดส่วนอยู่พอสมควรแล้ว เพราะเจ้าของจะเป็นคนที่อยู่ย่านนั้นอยู่ ต่อมาก็มีการเปลี่ยนร้านค้าของบัวจากร้านใหญ่มาเป็นร้านค้าเล็กๆ และด้วยความที่มีฐานลูกค้าประจำของอยู่ แต่เราก็บอกในระดับหนึ่งได้ ซึ่งทางเราก็ควบคุมไว้อยู่ในระดับหนึ่ง แต่พอมาในสาขาที่ 2 ลูกค้าส่วนหนึ่งก็ตามมา เรายังคงเจตนารมย์ของเราที่ต้องการให้มีผู้ประกอบการรายย่อยได้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น หรือร้านเล็กๆ ที่พ่อแม่มีสูตรดี ตำราดีแต่ไม่มีแรง เลยเอาลูกมาทำ ซึ่งพวกลูกๆ ก็ได้หัดเป็นนักธุรกิจ



เสรีจะไม่มีการผูกขาดทางการค้า จะเลือกของดีให้มาให้ลูกค้า

ชลธิชากร : จริงๆ แล้ว เกณฑ์ของเราคือของคุณภาพ คัดสรรคุณภาพ และเราก็อยากให้เจ้าของร้านค้ามาขายเอง เราไม่ใช่เป็นแฟรนไชส์หรือว่าอะไรทั้งนั้น เจ้าของจะเป็นคนควบคุมคุณภาพ และใส่ใจลูกค้าของตัวเอง

เสรีมาร์เก็ตบนสถานีรถไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่

ชลธิชากร : คำว่าตลาด เกิดได้ทุกแห่ง แต่เสรีมาร์เก็ตมีข้อจำกัดอยู่ว่า ขนาดต้องพอสมควร แล้วการจะทำตลาดให้มีของกินถูกสุขลักษณะ ต้องมีคุณค่ามีโครงสร้างพื้นฐานที่ยอมรับ เพราะฉะนั้น ตรงรถไฟฟ้าเราไม่มั่นใจ จึงยังไม่ขอตอบ แต่ถ้าเป็นตามแนวรถไฟฟ้า เราว่าก็น่าสนใจ และเป็นหนึ่งในสิ่งที่เรามองๆไว้



หลังจากได้ฟังจุดเริ่มต้นของการเกิดและแนวโน้มทิศทางในอนาคตของเสรีมาร์เก็ตกันแล้ว วันนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวันดีที่เราจะได้พาเยี่ยมชม ชิม ช้อป กันเสรีมาร์เก็ตสาขา 2 ที่เดอะไนน์ พระราม 9 กัน ตามมาเลย

ร้านแรกเป็นร้าน  prapetsorn ที่จะขายสินค้าที่ผลิตจากองุ่นเป็นหลัก มีทั้งน้ำองุ่น ขนมปังสอดไส้องุ่น ซึ่งเจ้าของร้านเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง จึงลองนำผลไม้จากสวนองุ่นของคุณแม่ที่ปากช่องมาเปิดเป็นร้านให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ได้ลองล้ิมชิมรส แต่ขอบอกว่า น้ำองุ่นและน้ำมะขามร้านนี้เด็ดจริงๆ



ร้านที่ 2 หมูและไก่ อนามัย เนื้อหมู-ไก่ที่เลือกมาจะเป็นของแช่เย็น เพราะถ้าจะมาหั่นมาสับก็จะมีปัญหาเรื่องของกลิ่น ร้านนี้เป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่รับเป็นตัวแทนของเบทาโกลด์ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 5 ที่ควบคุมคุณภาพได้ดี และได้รับใบรับรองจากกรมปศุสัตว์ จึงเชื่อได้ว่าเป็นของดีที่คัดมาแล้วจริงๆ



ร้าน Prime Beef Butcher Shop เป็นร้านขายเนื้อที่มาจากฟาร์มทางนครนายก แต่ที่นี่ขอคอมเม้นท์ว่าใครทานเนื้อต้องลอง



ร้าน 25 บาท เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามายังวิถีชีวิตของคนไทยในขณะนี้ ใครขาช้อปก็แวะเลือกดูกันได้



ร้านผลไม้ ร้านนี้จะเป็นกลุ่มที่นำผลไม้นำเข้ามาคัดเลือก ซึ่งขณะนี้ได้นำผลไม้ไทยมาผสมผสาน



ร้านกาแฟเขาช่อง เป็นร้านแรกที่เขาช่องออกเปิดบูธตามฟูดคอร์ต

 

 



ร้านชัยณรงค์เป็นกลุ่มของฝาก ของหวาน ซึ่งร้านแรกมาจากเสรี 1 เป็นร้านที่จัดหน้าร้านสวย
เจ้าของเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งการันตีได้ว่าร้านนี้คัดสรรของดีมาเพื่อผู้บริโภคจริงๆ



ร้านบัว มีชื่อเรื่องขนมหวาน

ร้าน FRANCISSCO COFFEE เป็นร้านกาแฟที่ก่อนหน้านี้เปิดบริการที่สถานีรถไฟฟ้าอโศก เจ้าของร้านเล่าที่มาให้เราฟังว่า เดิมทีจะนำกาแฟมาจากซานฟรานฯ แต่คุยกันไม่สำเร็จ จึงใช้กาแฟในประเทศไทย แต่อยากได้ชื่อฝรั่งเลยใช้ชื่อนี้ ซึ่งกาแฟของทางร้านจะมาจากโครงการหลวง คุณภาพสม่ำเสมอ และจุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้คือ ขนมปังสมุนไพร กลิ่นซีนีมอน ที่ผู้ผลิตมาจากฝรั่งเศส
ขอบอกได้คำเดียวว่า ใครชอบขนมปังฝรั่งเศสต้องลองชิม



โอชายะชานมไข่มุก เป็นร้าน 1 ใน 2-3 เจ้าที่ยังเหลืออยู่ในเมืองไทย ใครเคยลองล้ิมแต่ Mr.Shake
ต้องเข้าไปลองโดนกันหน่อย



ร้านมานา เจ้าของร้านเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นคนช่างชิม จึงถือได้ว่าเป็นร้านที่รวมขนมจากทั่วสารทิศที่ผ่านการลองล้ิมชมรสแล้วว่าเด็ดว่าโดนจริงๆมาไว้ที่ร้าน ซึ่งเจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า ขนมจุดขายของร้านขณะนี้ คือ มันพะยะค่ะ ยังไงใครผ่านไปผ่านมาก็มาลองชิมกันได้เลย ส่วนชื่อร้านถ้าใครสงสัย ว่ามานามีความหมายว่าอะไร คุณบอส เจ้าของร้านได้บอกว่า มานาเป็นประวัติศาสตร์จริง สมัยอิสราเอล 40 ปีที่อิสราเอลไม่มีอาหารกิน พระเจ้าก็ประทานมานาจากฟ้าทุกวันมาให้กิน เราจึงเอาคอนเซปต์นี้มาตั้งเป็นชื่อร้าน เพราะมานาชื่อแปลว่าขนมที่มีส่วนผสมของแป้ง และเราขายขนมปังก็เลยนำชื่อมานามาตั้ง ซึ่งก็เป็นที่มาของคอนเซปต์ว่าใครที่ซื้อขนมจากร้านมานาก็เปรียบเสมือนว่าได้รับอาหารจากฟ้า จากสวรรค์ประทานให้



Friend  Cake เป็นร้านที่ทำเบเกอรี่ได้ดี



ร้านศกุนตรา เป็นร้านที่คนรุ่นใหม่เอาไอศกรีมโบราณมาแต่งตัวใหม่ และไม่ได้มีเฉพาะไอศกรีมเท่านั้น แต่ยังมีเฉาก๊วย ชานมพุดดิ้ง ซึ่งไอศกรีมร้านนี้มีประวัติอย่างน้อย 40 ปี อร่อยมากไปแล้ว ต้องลอง

มันชิ เป็นร้านที่คุณเชฟจะมาทำอาหารสดๆ ให้เราได้ชิมกันเลยทีเดียว มีทั้ง มักกะโรนีผัด ไก่อบไส้มันบด แซนด์วิสไก่ มัสมั่น ทุกอย่างจะซื้อกลับบ้านได้ จุดเด่นของร้านคือ พวกพายไก่ พายทูน่า พายแอปเปิ้ล พายผัก มีทาโก้ด้วย

ร้านเต็มเปา ร้านนี้มาแล้วต้องบอกได้คำเดียวว่าไม่ลองซาลาเปาไม่ได้แล้ว

 

 



เครือทิพย์ เป็นรุ่น 3 แล้ว และตอนนี้มีการปรับสูตรไม่หวานมาก แนวคิดจะเน้นสุขภาพมากขึ้น โดยจะใช้สารทดแทนน้ำตาล หากใครเป็นลูกค้า ก็ขอบอกเลยว่าที่นี่มีสาขานะคร้า



ร้านนี้จะเป็นร้านขายโรตี ที่อร่อย มีโรตีแปลกๆ ที่บอกได้ว่าอาจจะไม่เคยเห็นตามร้านรถเข็นข้างถนน คือ โรตีขนุน เพราะเป็นของแปลกสำหรับคนกรุงเทพฯ เจ้านี้ใครชอบโรตี หรือ มะตะบะ ต้องชิม



ร้านขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ ใครที่ชอบน้ำยาใต้ก็อย่าลืมไปลองกันได้

ร้านบัว อาหารเวียดนาม ต้องบอกก่อนว่าเจ้าของร้านพื้นเพเป็นคนอีสาน เพราะฉะนั้นจะทำอาหารเวียดนามได้อร่อยมาก



ร้านฮ้อยจ้อ สูตรต้นตำรับจากบ้านบึง เจ้านี้แม่ค้าปริญญาโทเป็นครูสอนภาษาจีน ลาออกจากงานมาขายฮ้อยจ้อ ซึ่งแม่ค้าดีกรีปริญญาโท เล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่าปกติที่บ้านจะทำฮ้อยจ้อส่งภัตคารและร้านอาหาร พอช่วงหลังเราอยากลองมาทำเองก็เลยมาเปิดร้าน ซึ่งจุดเด่นของร้านคือ ฮ้อยจ้อกุ้งและฮ้อยจ้อปู ขอบอกว่ากัดตรงไหนก็โดนปูตรงนั้นแน่นอน



ร้านอาหารเหนือ ซึ่งเจ้าของเป็นคนเชียงใหม่ที่นำอาหารเหนือมาให้คนกรุงเทพฯได้ลองล้ิมชมรสกัน



ร้านจันทร์หอม ร้านนี้จะทำอาหารปักษ์ใต้อร่อยมาก ซึ่งมาแล้วต้องโดนคือ แกงส้ม

ร้านข้าวหน้าไก่ห้าแยก ร้านนี้มีตำนานมาแล้วกว่า 90 ปี ไฮไลต์ คือ ข้าวเหนียวหมูแดง แปลกแล้วต้องลอง หากินยากมาก



ร้านจิตรโภชนา ไม่ใช่ร้านจิตรตรงหน้าแยกลาดพร้าวเดิมนะคะ จิตรโภชนาร้านนี้จะเก่งเรื่องบะหมี่  เพราะเส้นบะหมี่ทำเองใครชอบกินเส้นต้องลอง



ร้านเนื้อทองไก่เงิน หรือที่รู้จักกันในนามร้าน ก๋วยเตี๋ยว 100 ชาม ซึ่งทุกวันนี้ได้ย้ายจากเมืองทองธานีมาอยู่ที่เสรีมาร์เก็ต ที่เดอะไนน์ พระรามเก้า แต่รสชาติและวัตถุดิบทุกอย่างยังเต็มคุณภาพเหมือนเดิม



ร้านน้ำพริก ใครที่ชอบน้ำพริกต้องลอง เพราะเป็นเจ้าที่ทำน้ำพริกได้ดีจริงๆ และจะเมนูที่ทางร้านคิดคือการนำน้ำพริกมาคลุกข้าว ยังไงถ้าใครชอบก็ลองดู



ร้านที่ขาดไม่ได้ในสังคมไทยคือร้านดอกไม้-พวงมาลัย ซึ่งที่นี่ก็มีอย่างครบครัน



ร้านสุดท้ายที่จะนำเสนอคือ ร้านปันกัน ซึ่งจะนำของที่ได้จากการบริจาคมาจำหน่าย โดยรายได้จากการจัดจำหน่ายจะมาเข้ามูลนิธิยุวพัฒน์ที่เป็นมูลนิธิที่ให้ทุนการศึกษาเด็กทั่วประเทศไม่ใช่ของมือ 2 ทุกอย่าง บางอย่างจะเป็นของมือ 1 ที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งเยอะด้วย โดยการตั้งราคาให้ใกล้เคียงหรือถูกกว่าตลาด ซึ่งโดยปกติจะต่ำกว่าตลาดเสมอ กระเป๋าก็มีทั้ง 2 แบบ ของจะชิ้นละ 1-2 ร้อยบาท ก็ไม่ได้แพงมาก ซึ่งรับบริจากที่ร้านจำหน่ายเลย อันนี้เป็นเหมือนการทำบุญอย่างหนึ่ง เพราะการเอาของมาให้ ของจะต้องอยู่ในสภาพที่ดี ซึ่งเราสามารถนำมาจำหน่ายได้ ซึ่งอาจจะเป็นของที่เราไม่จำเป็นต้องใช้แล้วแต่มันมีประโยชน์ได้ต่อไป พอเรามาจำหน่ายแล้วเอาไปเป็นทุนการศึกษาเด็ก

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสรีมาร์เก็ต ที่สาขาเดอะไนน์ พระรามเก้า ยังมีร้านรวงต่างๆ และเมนูอีกมากที่กล่าวถึงในนี้ไม่หมด ยังไงก็อยากให้คนที่อยู่ใกล้ หรือใครที่กำลังมองหาอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปลองล้ิมชิมรสกันได้ บอกได้คำเดียวว่าไม่เสียเวลาเปล่า และไม่ผิดหวังแน่นอน

 

โหวตข่าวนี้