advertisement

ผู้รับบำนาญ กบข.เฮ ใช้บำเหน็จค้ำประกันเงินกู้ได้แล้ว

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ส.ค. 2554 18:40

กรมบัญชีกลาง แจง ผู้รับบำนาญที่เป็นสมาชิก กบข. ใช้สิทธิบำเหน็จค้ำประกันการกู้เงินได้แล้ว โดย ใช้เวลาตรวจสอบและอนุมัติรับรองสิทธิ์ประมาณ 3 วันทำการ แต่ก่อนที่จะใช้สิทธิ์ต้องแจ้งทายาทผู้รับบำนาญทราบก่อนเพราะหากใช้เงินคืนจะต้องนำเงินบำเหน็ตไปใช้หนี้เงินกู้ก่อน

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ตามที่ได้มีการแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 สำหรับผู้รับบำนาญที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. และพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 สำหรับผู้รับบำนาญที่เป็นสมาชิก กบข. แต่เนื่องจากผู้รับบำนาญที่เป็นสมาชิก กบข. ต้องรอประกาศกฎกระทรวง เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงิน นั้น ขณะนี้ กระทรวงการคลังได้มีการประกาศกฎกระทรวงดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.54 ที่ผ่านมา โดยให้ผู้รับบำนาญที่เป็นสมาชิก กบข. ที่ประสงค์จะกู้เงินกับสถาบันการเงิน สามารถใช้วงเงินในบำเหน็จตกทอดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงินได้แล้ว โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์เดียวกับผู้รับบำนาญที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. ที่ได้กู้เงินไปก่อนหน้านี้แล้ว

สำหรับวิธีการนั้น ให้ผู้รับบำนาญแจ้งให้ทายาทของผู้มีสิทธิรับทราบก่อน เนื่องจากหากไม่สามารถชำระคืนเงินกู้ได้ก็จะต้องนำบำเหน็จตกทอดไปใช้หนี้ เงินกู้ก่อน หลังจากนั้น ให้ไปยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองสิทธิได้ที่ส่วนราชการของผู้เบิกบำนาญใน จังหวัดใดก็ได้ ที่สะดวกในการเดินทาง หลังจากนั้นกรมบัญชีกลางจะส่งหนังสือรับรองสิทธิให้ทางไปรษณีย์ต่อไป ซึ่งในการตรวจสอบและอนุมัติหนังสือรับรองสิทธินั้นจะใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการหลังจากที่ได้รับเรื่องทางระ บบอิเล็กทรอนิกส์จากส่วนราชการแล้ว และผู้รับบำนาญสามารถนำหนังสือรับรองสิทธิไปยื่นติดต่อกับสถาบันการเงินที่ เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีถึง 13 แห่ง ตามสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ

“ตั้งแต่ วันที่ 1 ก.ค. ถึงวันที่ 8 ส.ค.54 กรมบัญชีกลางได้ออกหนังสือรับรองสิทธิไปแล้ว 13,379 ราย เป็นวงเงินกว่า 3,953.09 ล้านบาท โดยมีผู้รับบำนาญที่ไปติดต่อขอกู้เงินและได้รับการอนุมัติแล้ว 9,144 ราย เป็นจำนวนเงินที่อนุมัติให้กู้แล้ว 3,077.56 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายของกรมบัญชีกลางที่ตั้งไว้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้รับบำนาญได้อีกทางหนึ่ง ให้มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการกู้เงินกับสถาบันการเงิน"อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว

โหวตข่าวนี้