advertisement

โบรกฯระบุผลเลือกตั้ง3ก.ค.54กำหนดทิศทางประเทศไทย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2554 14:14

โบรกฯ ระบุผลเลือกตั้ง 3 ก.ค. 54 กำหนดทิศทางประเทศไทย พร้อมแนะนำซื้อหุ้นน้ำมัน ทั้ง TOP, IRPC, PTT,PTTEP, PTTAR, PTTCH,...

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 ก.ค. 25554 นี้ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับประเทศไทย หลังจากที่ต้องดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้ความขัดแย้งทางการเมืองมาตั้งแต่ ปลายปี 2548 เป็นต้นมา การเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าจะออกจากปัญหาความขัดแย้ง ได้เร็วแค่ไหนและด้วยวิธีใด

แต่ที่สำคัญที่สุดผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้อง ออกไปใช้สิทธิกันให้มากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา (23 ธ.ค.2550) ซึ่งพบว่ามีจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากถึง 74.5% และ หากครั้งนี้มีการใช้สิทธิสูงกว่า 80% ก็จะทำให้ผลการเลือกตั้งมีความศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น

สำหรับผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไรและจะได้รัฐบาลรูปแบบไหน ณ จุดนี้คงทำนายได้ยาก เพียงแต่ในความเห็นของฝ่ายวิจัย ผลการเลือกตั้งที่ดีที่สุด ก็คือผลการเลือกตั้งที่ทำให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ได้รับการยอมรับ และมีขีดความสามารถในการแก้ปัญหา ซึ่งภาพดังกล่าวจะเกิดได้ง่ายขึ้น หากมีจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เกิน 80% ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้งที่ออกมามีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย หรือเข้าใกล้ 250 เสียงมากที่สุด ซี่งนักลงทุนต้องรอติดตามผลการเลือกตั้งในสัปดาห์หน้า และที่สำคัญ วันที่ 3 ก.ค.2554 ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต้องออกไปใช้สิทธิ เพื่อกำหนดทิศทางของประเทศด้วย

บทวิเคราะห์ดังกล่าวยังได้ ประเมินทิศทางราคาน้ำมันว่า  เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ของสหรัฐฯ ได้เปิดเผยสต็อกน้ำมันสิ้นสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ลดมากกว่าตลาดคาด และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 กล่าวคือสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯลดลงถึง 4.4 ล้านบาร์เรล สู่ 359.5 ล้านบาร์เรล เป็นการลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะลดลงราว 1.4 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันกลั่น) เพิ่มขึ้น 3 แสนบาร์เรล น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านบาร์เรล

โดยคาด ว่าการเพิ่มขึ้นของสต๊อกน้ำมันสำเร็จรูป จะมาจากน้ำมันเครื่องบิน และดีเซล ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซิน ยังคงลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล (สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 6 แสนบาร์เรล) การลดลงของสต็อกน้ำมันดังกล่าว น่าจะหนุนให้น้ำมันดิบโลกวันก่อนฟื้นตัวต่อเนื่อง เป็นวันที่ 3 โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบดูไบดีดตัวแรงกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลขึ้น สู่ระดับ 107.94 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นปิโตรเลียมระยะสั้น

ดังนั้น หลังจากที่เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อหุ้นที่เข้าข่าย คือ 1. มีอัตราลดลงมากกว่าตลาด 2. มีค่า Beta มากกว่า 1.1 เท่า และเป็นหุ้นที่ ASP มีคำแนะนำซื้อ ดังต่อไปนี้ STEC ,TOP, IRPC, PTT, BBL, PTTEP, PTTAR, PTTCH, TCAP, KTB, HEMRAJ โดยได้เน้นกลุ่ม Domestics ก่อน คือ BBL, STEC ซึ่งฟื้นตัวได้แรงกว่าตลาดตามคาดไปแล้ว วันนี้แนะนำให้หาจังหวะขายทำกำไรระยะสั้น เพื่อ SWITCH ไปซื้อหุ้นในกลุ่มดังกล่าวที่ยัง laggard TOP, PTTCH และ PTTAR

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement