วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'พลังงาน' จับมือ 3 ยักษ์ใหญ่ บุกเบิกอุตสาหกรรมผลิตเชื้อเพลิงจากสาหร่ายในไทย

โดย

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2554 กระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน บริษัท บางจากฯ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง และบริษัท ล็อกซเล่ย์ ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือการพัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่าย น้ำมัน เพื่อเป็นการบุกเบิกสร้างอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงจากพืชสาหร่าย นวัตกรรมพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพสูงให้เกิดขึ้นในไทย ช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และบรรเทาปัญหาวิกฤติราคาน้ำมันให้กับประเทศ รวมทั้งยังช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ลดภาวะโลกร้อน


นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และวิกฤติราคาน้ำมันแพงที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่ว โลกในขณะนี้ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนที่หลากหลาย เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากพืชสาหร่ายถือเป็นพืชน้ำมันอีกประเภทหนึ่งที่มีศักยภาพสูงของโลกในอนาคต ปัจจุบันบรรดาประเทศชั้นนำต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีน ฯลฯ ต่างให้ความสนใจและทุ่มงบประมาณในการคิดค้นวิจัยพัฒนาสายพันธุ์และเทคโนโลยีการสกัดน้ำมันจากสาหร่ายอย่างจริงจัง


ทั้งนี้ น้ำมันจากสาหร่ายเป็นพลังงานสะอาด ที่สามารถช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ก่อให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน กระทรวงพลังงานโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานร่วม กับบริษัท บางจากฯ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง และบริษัท ล็อกซเล่ย์ พัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่ายน้ำมันเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมดังกล่าวขึ้นใน ประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางพลังงานทดแทนในเอเชีย



นาย ไกรฤทธิ์ นิลคูหา อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) พร้อมให้การสนับสนุนการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์และเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง สาหร่ายน้ำมัน ที่มีความเหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมในประเทศไทย โดยการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่าย ได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 พพ.จึงยินดีส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมนี้ขึ้นในประเทศไทย

ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากสาหร่ายน้ำมันว่า เป็นนวัตกรรมพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพสูงมาก เนื่องจากใช้เวลาในการเพาะเลี้ยงเพียง 2 สัปดาห์ ก็สามารถนำมาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล หรือน้ำมันเครื่องบินได้ จากการที่สาหร่ายเป็นพืชที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ได้ผลผลิตน้ำมันต่อพื้นที่การเพาะเลี้ยงที่สูงมาก โดยสูงถึง 30 เท่าเมื่อเทียบกับปาล์มน้ำมัน อีกทั้งไม่เป็นการแย่งพืชอาหารของมนุษย์ประกอบกับประเทศไทยมีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ และอากาศก็มีอุณหภูมิไม่ผันผวนมากนัก โดยเฉลี่ยของช่วงสูงสุดและต่ำสุดอยู่ระหว่าง 26-45 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสาหร่าย โดยความร่วมมือของทั้ง 4 ฝ่าย นี้ จะดำเนินการแบบครบวงจร ตั้งแต่การลงทุนระบบการเพาะเลี้ยงสาหร่าย การสกัดออกมาเป็นน้ำมันสาหร่าย จนถึงการนำไปผลิตและจำหน่ายเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของกากสาหร่าย สามารถนำไปผลิตเป็นส่วนผสมอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพสูง สำหรับความร่วมมือในโครงการของ บริษัท บางจากฯ นอกจากจะเป็นผู้ร่วมลงทุนแล้ว ยังรับซื้อน้ำมันสาหร่ายที่ได้ทั้งหมดไปผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซลที่โรงงาน ผลิตไบโอดีเซลของบริษัทฯ และน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้ก็จะจำหน่ายผ่านตลาดบางจากด้วย ทั้งนี้ มีเป้าหมายในการพัฒนาโครงการให้เป็นระดับเชิงพาณิชย์ภายใน 3 ปี



นายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ จะร่วม มือในการพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงสาหร่าย โดยจัดเตรียมพื้นที่บริเวณใกล้โรงไฟฟ้า รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการนำก๊าซปล่อยทิ้งที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากปล่องของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการเจริญเติบโตของสาหร่ายป้อนให้แก่โครงการตั้งแต่การดำเนินโครงการในระดับนำร่อง (Display Plant) และเมื่อโครงการมีความพร้อมในการพัฒนาสู่ระดับเชิงพาณิชย์ (Commercial Scale) ราชบุรีก็จะร่วมลงทุนอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงและผลิตน้ำมันสาหร่ายต่อไป



นายธง ชัย ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ตระหนักดีถึงความสำคัญของการพัฒนาพลังงานทดแทนมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องของการผลิตน้ำมันชีวภาพจากสาหร่าย ในการนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ บริษัท เอ็มบีดี เอนเนอยี่ จำกัด ซึ่ง ได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสาหร่าย รวมถึงกระบวนการเก็บเกี่ยวและสกัดน้ำมันจากสาหร่าย โดยมีความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยเจมส์คุก ประเทศออสเตรเลีย จนประสบความสำเร็จและพร้อมที่จะดำเนินการในเชิงพาณิชย์ ซึ่งบริษัทฯ ได้ร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในการดำเนินโครงการนำร่องที่โรงไฟฟ้าราชบุรีในปีนี้ ก่อนที่จะขยายขนาดของระบบให้มีกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไปในอีก 2-3 ปีข้างหน้า