• หน้าหลัก
  • นสพ.ฉบับวันนี้
  • ประเด็นร้อน
  • บริการข่าวไทยรัฐ
  • กิจกรรม
  • ร่วมงานกับไทยรัฐ
  • สมัครสมาชิก(ฟรี)
  • เข้าสู่ระบบ
Thairath

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2555
ค้นหาข่าว
  • พระราชสำนัก

  • การเมือง

  • กีฬา

  • บันเทิง

  • ไลฟ์สไตล์

  • วิทยาการ

  • เศรษฐกิจ

  • การศึกษา

  • ต่างประเทศ

  • ภูมิภาค

  • Gallery
  • v
  • People
  • c
  • SMEมีแวว

  • Facebook
  • Twitter
  • คุณมีข่าวใหม่ 0 ข่าว

ตีฆ้องพันธบัตรไทยเข้มแข็ง! คลังมั่นใจปลุกตลาดกระหึ่มไม่กระทบดอกเบี้ย

Pic_15684

กรณ์ จาติกวณิช

คลังมั่นใจบอนด์ออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งบูม เล็งออกเพิ่มรอบ 2 พร้อมยันมาตรการกระตุ้น ศก.ระยะที่ 2 ตามแผนปฏิบัติ การไทยเข้มแข็งเริ่มขึ้นแล้ว ด้าน ธปท.ยันพันธบัตรคลังไม่กระทบ ธปท. เพราะเน้นคนละกลุ่มเป้าหมาย ..

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งในปีงบประมาณ 2552 กับ 7 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกุรงเทพ จำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ธนาคารกรุงไทย จำกัด ธนาคารทหารไทย จำกัด เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งอายุ 5 ปี วงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดจำหน่ายระหว่างวันที่ 13-21 ก.ค.52 นี้

ทั้งนี้ รายละเอียดของการจำหน่ายพันธบัตรดังกล่าวทั้งหมดได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ของกระทรวง การคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารตัวแทนจำหน่าย โดยพันธบัตรออมทรัพย์ ไทยเข้มแข็งมีอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 ที่ 3% ปีที่ 3 ที่ 4% ปีที่ 4-5 ที่ 5% การจำหน่ายพันธบัตรวันที่ 13-14 ก.ค.52 จำหน่ายให้ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จองซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงินพันธบัตร 15,000 ล้านบาท วันที่ 15-16 ก.ค.52 จำหน่ายให้ประชาชนทั่วไป และผู้มีสิทธิคือสภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคมสหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่นที่ไม่แสวงหากำไรซื้อได้ 10,000 บาทขึ้นไปแต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงินพันธบัตร 15,000 ล้านบาท

ขณะที่วันที่ 17 และ 20-21 ก.ค. เปิดให้ ประชาชนทั่วไปและผู้มีสิทธิวงเงิน 20,000 ล้านบาท ซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาทขึ้นไป ไม่จำกัดวงเงิน ทั้งนี้ มั่นใจว่าการออกพันธบัตรออมทรัพย์ในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยในตลาด เนื่อง จากสิ่งแรกที่เกิดขึ้นหลังรัฐบาลจะเดินหน้าออกพันธบัตรคือ สถาบันการเงินต่างพากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งจะส่งผลทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังทำให้ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแคบลง

"จากนี้ต่อไปประชาชนมีความต้องการพันธบัตรออมทรัพย์ฯสูงกว่าวงเงิน 50,000 ล้านบาท รัฐบาลก็พร้อมที่จะพิจารณาออกพันธบัตรออมทรัพย์ฯรอบที่ 2 ให้เร็วที่สุด อีกทั้งมั่นใจว่าการออกพันธบัตรออมทรัพย์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อติดลบอยู่ แล้ว และกระทรวงการคลังก็ได้แก้ปัญหาด้วยการกำหนดผลตอบแทนเป็นขั้นบันไดอยู่แล้ว"

นายกรณ์กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างเริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะที่ 2 ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 55 วงเงิน 1.4 ล้านล้านบาท หลังได้รับอนุมัติให้กู้เงินเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาท โดยคาดว่าเม็ดเงินจะลงสู่โครงการแรกภายในเดือน ก.ย.นี้ ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ใช้นโยบาย อัตราแลกเปลี่ยนและนโยบายการเงินเข้ามาช่วยเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจ ไทยสามารถฟื้นตัวได้มากขึ้น โดยเฉพาะการดูแลค่าเงินบาทให้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว ทั้งนี้ ยืนยันว่าขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กำลังใช้นโยบายในทิศทางเดียวกันเพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้

ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การออกพันธบัตรออมทรัพย์ในลอตต่อไปอาจจะเปิดขายในโอกาสพิเศษ เช่น วันแม่แห่งชาติ ในเดือน ส.ค. หรือวันพ่อแห่งชาติ ในเดือน ธ.ค. วงเงินราว 3 หมื่นล้านบาท อายุพันธบัตร 7 ปี แต่ยังไม่กำหนดอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตลาดเพื่อจูงใจนักลงทุน ซึ่งปัจจุบันผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรอายุ 7 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 3.43% ส่วนอายุ 5 ปี เฉลี่ยที่ 3.03%

นางผ่องเพ็ญ เรืองวีระยุทธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การออกพันธบัตรออมทรัพย์ (บอนด์) ของกระทรวงการคลังจะไม่ กระทบการออกพันธบัตรของ ธปท. เนื่องจากการขายพันธบัตรของ  ธปท.จะเน้นขายให้กับกลุ่มสถาบันการเงินมากกว่ารายย่อย ขณะที่พันธบัตรของกระทรวงการคลังจะเน้นกลุ่มของผู้สูงอายุ และกลุ่มรายย่อย ดังนั้นจึงไม่กระทบต่อตลาดพันธบัตรของ ธปท.แน่นอน

นอกจากนี้ ยอมรับว่ามีเงินทุนไหลเข้ามาในไทย โดยเฉพาะเข้ามาในตลาดหุ้น ซึ่งเมื่อวานเพียงวันเดียวพบว่า มีเงินเข้ามากว่า 2 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะไม่กระทบให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เพราะมีทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 27 มิถุนายน 2552, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 53 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
tags:
พันธบัตรไทย คลัง ปลุกตลาด ดอกเบี้ย กรณ์ จาติกวณิช
ขยายตัวอักษร

ขยายตัวอักษร

ใหญ่ขึ้น

เล็กลง

Tweet

คุณชอบข่าวนี้หรือไม่
ชอบ
ไม่ชอบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรณ์อัดประชานิยม ทำรัฐจ่ายดอกเบี้ยอาน 4 หมื่นล้าน

'กรณ์'ไม่คิดฝากความหวังขุนคลังใหม่ ฟุ้งมาร์...

เลขาก.ล.ต.ปัดดองเรื่องตรวจสอบ'ยิ่งลักษณ์'

ข่าวอื่นๆ ในเศรษฐกิจ

ธปท.ยันเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็ว

เฟซบุ๊กร้อนฉ่า วิจารณ์แซ่ด ปลดดีดีบินไทย เซ่...

"พาณิชย์" โชว์แผนรักษาแชมป์ส่งออกข้าว

  • เหลือ23,000 แนะรีบช้อน เก็งกำไรทองคำ
  • SME มีแวว : "ม้าไม้" ไอเดียแต่งบ้านจาก...
  • แห่ซื้อลดเสี่ยง ทองเริ่มขึ้น ส่อพุ่งต่อเนื่อง
  • บางจาก-ปตท. ลดน้ำมันทุกชนิด ลิตรละ 30 ...
  • ชาวกรีซแห่ถอนเงินออกจากธนาคาร
  • ชาวบ้านงง! มินิบัสขึ้นค่าตั๋ว 8 บาท โวยไม่...
  • คอนโดใกล้สถานศึกษาสุดบูมแห่ซื้อเก็งกำไร-...
  • สโมสรนักสู้
  • โสมชบาจ๊ะจ๋า
  • กุ๊กกิ๊กช่วยเกา
  • วิดีโออ๊อฟเดอะเดย์
  • เดลี่เว็บ
  • ทีวีบันเทิง
  • ชักธงรบ
  • คนละหมัด
  • หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน
  • กีฬาวันนี้
  • ชี้มวยเด็ด
  • 4 สุดยอดพรีเมียร์ลีก
  • บุคคลในข่าว
  • ไฮโซรสแซบ
  • สี่แยกบันเทิง
  • กอล์ฟสแควร์
  • เกษตรกรบนแผ่นกระดาษ
  • GossipHollywood

หน้าหลัก l การเมือง l กีฬา l ไลฟ์สไตล์ l วิทยาการ l เศรษฐกิจ l การศึกษา l ต่างประเทศ l ข่าวทั่วไทย
ศาสนาและความเชื่อ l การเกษตร l ข้าราชการ l ข่าวประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ l ภาพ l บุคคล l ค้นหา

ฉบับวันนี้และย้อนหลัง 7 วัน

เกี่ยวกับไทยรัฐ
มูลนิธิไทยรัฐ
ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อไทยรัฐ

  • Copyright © 2009 Terms & Conditions
  • สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • Internet Thailand
  • Powered By