advertisement

เมื่อถึงวัน...ที่ขั้วเศรษฐกิจเปลี่ยนทิศ...จากอเมริกาสู่เอเชีย...

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ม.ค. 2554 13:00

หลังจากมีการกล่าวขวัญกันมานานว่าสักวันหนึ่งประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจจะต้องถูกเปลี่ยนมือจากทวีปอเมริกา ย้ายมาอยู่ในฝั่งเอเชียบ้าง ซึ่งประเทศที่ได้คาดการณ์กันไว้ก็คงหนีไม่พ้นประเทศมหาอำนาจอย่าง "จีน"แต่จะถึงเวลาหรือยังที่ขั้วอำนาจจะถูกเปลี่ยนมือจริงๆและไทยจะได้อะไรหากขั้วอำนาจเข้ามาอยู่ในมือบ้านพี่เมืองน้องของไทยมาอย่างยาวนานเช่นจีน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ หากมองในแง่ของจีดีพี คาดว่าอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย เพราะขณะนี้เศรษฐกิจจีนมีขนาดเศรษฐกิจประมาณ 8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 8% ของจีดีพีโลก ขณะที่ สหรัฐฯที่ถือเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก มีเศรษฐกิจประมาณ 15-16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเศรษฐกิจจีนยังห่างจากเศรษฐกิจสหรัฐฯประมาณ 1 ช่วงตัว

อย่างไรก็ตาม การที่จีนจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกได้เศรษฐกิจจีนต้องมีขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันรายได้เฉลี่ยของคนจีนก็ต้องสูงกว่านี้และที่สำคัญคือ จีนยังเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแทนสหรัฐไม่ได้แน่นอน ซึ่งระยะเวลาที่ใกล้ที่สุดที่จะขึ้นมาได้ก็คงเป็นอีก 10 ปีข้างหน้า 

ทั้งนี้ การที่เศรษฐกิจจีนจะโตขึ้นอีก 10% เพื่อให้เท่ากับสหรัฐฯคงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าบางช่วงเศรษฐกิจอาจจะชะลอลงมาเหลือระดับประมาณ 8-9%เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจจีนกว่าจะแซงสหรัฐฯได้มีการมองว่าน่าจะอีกประมาณ 15-20 ปี ในขณะที่ประชากรที่ร่ำรวยขึ้นจะต้องเป็นประชากรทั้งประเทศ เพราะรายได้เฉลี่ยของประชากรจีนและประชากรสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี ก็ยังเป็นภาพที่ห่างกันแต่ในเชิงการเมืองหรือความน่าสนใจทางเศรษฐกิจก็เป็นสิ่งที่บีบอยู่ โดยจีนเองก็เร่ิมมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นและเป็นแม่เหล็กทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกอันดับต้นๆ ซึ่งการที่จีนเป็นแม่เหล็กสำคัญทางเศรษฐกิจไม่ใช่ว่าจะเป็นมหาอำนาจที่จะมีกำลังซื้อสูงแต่จะเริ่มเป็นผู้ซื้อรายใหญ่  เริ่มเป็นผู้บริโภคน้ำมันที่มีอัตราการขยายตัวสูงซึ่งถือเป็นอีกมิติหนึ่ง

นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า หากวันที่จีนก้าวขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจไทยจะได้ประโยชน์อะไรบ้างนั้น ก็ต้องดูว่าจีนมองประเทศใดเป็นประเทศพันธมิตรหรือประเทศคู่ค้าที่สำคัญ และต้องมองว่าจีนจะไปทวงจากประเทศมหาอำนาจอื่นๆทั่วโลก ซึ่งจีนเองก็คงอยากไปมีความสำคัญโดดเด่นแนบแน่นกับนานาประเทศ เช่น รัสเซีย ส่วนสหรัฐฯมิติของจีนก็อาจจะเป็นคู่แข่งทั้งในเชิงมิติทางการเมืองที่อาจจะมองไม่ตรงกันในหลายๆเรื่อง เช่น สงครามค่าเงิน ที่มีการคุยกันในที่ประชุมจี 20 ว่าสหรัฐทำไมถึงกดดันให้เงินหยวนแข็งค่า ประเทศญี่ปุ่น ในภาพของความเป็นมหาอำนาจในเอเชียก็เป็นคู่แข่งกันอยู่ และในเชิงประวัติศาสตร์ก็ยังไม่เป็นพันธมิตรกัน ส่วนประเทศอินเดีย แม้จีนกับอินเดียจะยังไม่โดดเด่นแน่นแฟ้นแต่ก็เป็นไปได้ว่าจีนอาจจะผูกสัมพันธ์ด้วย

ทั้งนี้ หากไล่ในเชิงพันธมิตรประวัติศาสตร์และเชิงความสัมพันธ์ที่ดีหรือในบทบาทที่จีนเคยให้ความโดดเด่นของการให้เกียรติในเชิงการจัดงานการให้เกียรติรัฐบาล 1 ในนั้นมีไทยแน่นอน เพราะไทยจะได้ประโยชน์ในแง่ที่จีนมองว่าไทยเป็นสถานที่พักพิงที่ 2 ของคนจีน ถ้าคนจีนหลบหนาวอาจจะมาอยู่ไทย ซึ่งไทยอาจจะเป็นประตูทางออกสู่อันดามัน เพราะฉะนั้นจะสังเกตได้ว่าจีนสนับสนุนเรื่องรถไฟความเร็วสูง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ไทยจะได้ประโยชน์คือ 1.จีนซื้อของไทย 2. จีนลงทุนในไทย และ 3. การร่วมมือกันทำธุรกิจร่วมมือในเชิงเศรษฐกิจต่างๆก็คงจะมีความผูกพันกันสูงและจีนจะเป็นตลาดที่สำคัญของไทยและเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับไทยและไทยจะพึ่งพาเทคโนโลยีและการลงทุนจากจีนได้

ในทางกลับกันหากมองประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการเป็นประเทศมหาอำนาจของสหรัฐฯนั้น ก็ต้องยอมรับกันก่อนว่าในอดีตสหรัฐฯก็มองไทยเป็นพันธมิตรเพราะมีความใกล้ชิดจากสถานการณ์ทางทหารช่วงที่มีคอมมิวนิสต์ ก็จะเข้ามาดูและประเทศที่มีความสุ่มเสี่ยง เช่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ และ ไทย ที่เป็นโดมิโนตัวสุดท้าย

ดังนั้นสหรัฐก็จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยในขณะนั้นผ่านธนาคารโลก และหน่วยงานต่างๆ โดยหวังให้ไทยมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ดี เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าการเลือกคอมมิวนิสต์กับทุนนิยม การเลือกทุนนิยมดีกว่า ซึ่งการเลือกที่ประสบความสำเร็จ เช่น ไต้หวัน และ เกาหลีใต้ ที่โดดเด่นในวันนี้ ซึ่งหลังจากที่สหรัฐฯทำภารกิจดังกล่าวสำเร็จแล้วสหรัฐฯก็ห่างจากอาเซียนและไทยไปด้วยระยะทาง

แต่กับจีนด้วยความใกล้กับไทยและภาพความร่วมมือระหว่างไทยและจีนเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเป็นพันธมิตร ดังนั้นการท่ีจีนเป็นมหาอำนาจก็จะเป็นประโยชน์กับไทยสูงกว่าด้วยความใกล้และความสัมพันธ์เชิงประวัติศาสตร์ที่ยาวนานซึ่งทิศทางดังกล่าวสหรัฐฯก็รู้ดีทำให้สหรัฐฯต้องเข้ามาผูกกับอาเซียนมากขึ้น

สำหรับ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนขณะนี้ต้องบอกว่าจีนเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญกับไทยมากขึ้น เดิมไทยอาจมีสัดส่วนการค้ากับจีนเพียง 2-5% แต่ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 10% ซึ่งถือได้ว่าจีนเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ขณะเดียวกันไทยเองก็นำเข้าสินค้าจากจีน มีความผูกพันในเชิงเอฟทีเอ การตกลงระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์สูงในหลายมิติตั้งแต่ผู้นำประเทศและความผูกพันเชิงการค้าและความสัมพันธ์ต่างๆ

ด้านนายอมร อภิธนาคุณ ประธานชมรมรวมใจชาวจีนทั่วโลกเป็นหนึ่งเดียว  กล่าวว่า หากขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจเปลี่ยนจากสหรัฐฯมาเป็นจีน ไทยจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอน เพราะไทยกับจีนเป็นพี่น้องกันซึ่งที่ผ่านมาไทยก็ได้ประโยชน์หลายอย่างจากจีน เช่น เวลาไทยเดือดร้อนและขอความช่วยเหลือจีนจะเร่งเข้ามาช่วยโดยไม่หวังหรือก้าวก่ายการทำงานจากไทย

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement