วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แปซิฟิคเฮลธ์แคร์ลั่นกระแสสุขภาพยังโต "นมแพะ" จ่อยึดตลาด "นมวัว"

"แปซิฟิคเฮลธ์แคร์" เกาะกระแสสุขภาพที่ยังโตไม่หยุดฉุดไม่อยู่ เร่งเครื่องยึดตลาดประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังเข็นนมผงแพะ แบรนด์ "ดีจี" จากนิวซีแลนด์รุกตลาดเข้มทั้งซุปเปอร์มาร์เกต ไฮเปอร์มาร์เกต ร้านขายยา และร้านค้าทั่วประเทศ

นายประเสริฐ ไวยาวัจมัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อสุขภาพชั้นนำจากทั่วโลก เปิดเผยว่า กระแสสุขภาพที่ยังแรงต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทเร่งรุกทำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อสุขภาพเต็มสูบ โดยปี 54 พร้อมลุยทำตลาดผลิตภัณฑ์นมผงแพะ ภายใต้ แบรนด์ "ดีจี" ที่นำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ 100% ทั้ง 3 สูตร คือ ดีจี-1 แอดวานซ์ สูตร 1 สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 1 ขวบ ดีจี-2 แอดวานซ์ สูตร 2 สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ขวบ ดีจี-3 แอดวานซ์ สูตร 3 สำหรับเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป จนถึงทุกคนในครอบครัว เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน คุณแม่รุ่นใหม่ ครอบครัวรุ่นใหม่อย่างจริงจัง หลังนำเข้ามาทำตลาดในประเทศ ไทยมา 5-6 ปีแล้ว และเริ่มมียอดขายเติบโต 2-3 เท่าตัวในช่วง 2-3 ปีหลังนี้ ที่เริ่มบุกขยายตลาดในช่องทางห้างค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด

เพราะเชื่อว่ามีโอกาสในการทำตลาดและสร้างยอดขายให้เติบโตได้ แม้การแข่งขันในตลาดนมโดยรวมที่มีมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท จะสูงมาก โดยเฉพาะการทำสื่อสารการตลาด โฆษณาส่งเสริมการขาย แข่งขันเรื่องสารอาหาร และนวัตกรรมใหม่ๆ เติมสารอาหารทุกอย่างให้ใกล้เคียงกับนมแม่มากที่สุด เนื่องจากพบว่าคนไทยเปลี่ยนพฤติกรรม มุ่งเน้นการป้องกัน ด้วยการใช้และบริโภคสินค้าเพื่อสุขภาพมากกว่าการรักษาเมื่อเกิดโรคมากขึ้น

ซึ่งในส่วนของนมผงแพะที่มีระบบคัดหลั่งคล้ายคลึงกับนมแม่ เรียกว่า Aprocrine secretion ซึ่งต่างจากนมวัวที่เป็นแบบ Merocrine secretion จึงทำให้นมแม่และนมแพะอุดมด้วยสารอาหารใกล้เคียงกัน คือ นิวคลีโอไทด์ ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน, ทอรีน ช่วยเสริมพัฒนาการทางสมองและสายตา, โพลีเอมีนส์ ลดการอักเสบและการแพ้อาหารที่ลำไส้ และโกรทแฟคเตอร์ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของร่างกาย ซึ่งย่อยได้ดีกว่านมวัว ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ที่เป็นที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบเอเชียและยุโรป ที่บริษัทเร่งรุกทำตลาด ภายใต้แบรนด์ "ดีจี" อย่างจริงจังในปี 53 ใช้งบทำตลาดกว่า 70 ล้านบาท และอัดงบเพิ่มขึ้นอีกในปี 54 ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มในซุปเปอร์มาร์เกต ไฮเปอร์มาร์เกต ร้านขายยาชื่อดัง และร้านค้าทั่วไป จากเดิมที่เน้นให้แพทย์เป็นผู้ให้ความรู้กับกลุ่มลูกค้าตามโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ พร้อมดึงลูกเกด-เมทินี วอชิงตัน กิ่งโพยม นางแบบดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรก น่าจะช่วยขยายฐานลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น และช่วยผลักดันให้ยอดขายสิ้นปี 53 ปี 54 และปีต่อๆไปเติบโตมากกว่า 20% ต่อเนื่องทุกปี

"ปี 54 ที่ต้องอัดงบทำกิจกรรมการตลาดทุกรูปแบบเพิ่ม พร้อมจัดบูธชงชิม แจกสินค้าขนาดทดลอง (แซมปิ้ง) กว่า 200,000-300,000 ซอง เพราะบริษัทต้องการทำการสื่อสารการตลาดในทุกช่องทางขาย รวมถึงเว็บไซต์ www.dgsmartmom.com เฟซบุ๊ก (FaceBook) dg smartmom ไปพร้อมๆกับการให้ความรู้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เนื่องจากนมแพะและนมผงแพะถือเป็นสิ่งใหม่ เป็นสินค้าใหม่ที่คนไทยยังไม่คุ้นเคย ซึ่งปี 53 และปี 54 ยังคงต้องเน้นการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คุณแม่รุ่นใหม่ ให้เข้าใจในนมผงแพะคุณประโยชน์และความแตกต่างจากนมวัว รวมถึงสร้างความจงรักภักดีในสินค้าและแบรนด์ "ดีจี" ต่อเนื่อง"


นายประเสริฐ กล่าวว่า การทำตลาดช่วงแรกที่เน้นเจาะตลาดในโรงพยาบาล ให้แพทย์และพยาบาลเป็นผู้แนะนำการใช้นมผงแพะกับลูกค้า เพราะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดความเชื่อถือกับลูกค้าก่อน ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่านมผงแพะถือเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับคุณแม่ยุคใหม่ได้ดี โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ทางการรณรงค์ให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะในนมแม่ครบถ้วนด้วยโภชนาการที่สมบูรณ์ พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันในด้านต่างๆให้แก่ลูก

"ที่นำเข้านมผงแพะเข้ามาทำตลาด เพราะนโยบายของบริษัทต้องการมุ่งเน้นทำตลาดสินค้าที่เป็นสเปเชี่ยลไลฟ์ ซึ่งคอนซูเมอร์เฮลธ์ก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่เน้น นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อสุขภาพอื่นๆ แม้สินค้าจะมีราคาแพงกว่านมผงระดับพรีเมี่ยมที่ขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไป 40 บาทต่อกระป๋อง โดยขนาด 400 กรัม ขายราคา 380 บาท 800 กรัม ขายราคา 720 บาท แต่เท่าที่ทำตลาดมา 5-6 ปี พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อจะซื้อต่อเนื่อง และมีการบอกต่อ โดยมีฐานลูกค้าอยู่กว่า 50,000 ราย หากปี 54 บริษัทรุกทำสมาร์ทคลับ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่า และขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่ม และตั้งเป้ามีสมาชิก 5,000 คนในปีแรก น่าจะทำให้เป้าหมายของการขยายตลาดและการเติบโตของยอดขายเป็นไปตามเป้าแน่นอน"

ทั้งนี้ การทำตลาดนมผงแพะ ภายใต้แบรนด์ "ดีจี" บริษัทไม่ได้มุ่งเน้นทำตลาดเฉพาะในประเทศ ไทยเท่านั้น แต่บริษัทจะรุกขยายตลาดไปในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย โดยปี 54 จะเจาะเข้าตลาดเวียดนาม อินโดนีเซีย หลังจากที่ลุยทำตลาดในประเทศไทยและฟิลิปปินส์แล้ว ซึ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดใหญ่มาก ที่มีประชากรมากกว่า 600 ล้านคน.