advertisement

ออมสิน-ธ.ก.ส. พร้อมใจสร้าง "หมอหนี้"

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ย. 2553 16:50

ออมสิน-ธ.ก.ส. ลั่นพร้อมสร้าง “หมอหนี้” กระจายทั่วประเทศ หวังให้หมอหนี้เข้าถึงประชาชน สร้างนิสัยการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ออมสินเร่งหมอหนี้ 60,000 คนในอีก 3 ปี ธ.ก.ส.ดีเดย์ 16 ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายจะเพิ่มยอดหมอหนี้จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 1,000 คน เพิ่มขึ้นเป็น 60,000 คนในปี 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นตามสถานการเงินชุมชนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ในฐานะที่ปรึกษาของกองทุนหมู่บ้านที่เริ่มก่อตั้งมาตั้งเมื่อปี2545 โดยมั่นใจว่า สถาบันการเงินชุมชนที่ต่อยอดมาจากกองทุนหมู่บ้านจะทำให้ประชาชนที่อยู่ห่าง ไกลสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้นและลดการกู้นอกระบบได้ด้วย

“ที่ผ่านมา ธนาคารออมสินดูแลกองทุนหมู่บ้านตามนโยบายของรัฐบาล 63,000 แห่ง จากจำนวนทั้งหมด 79,000 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้ ได้ยกระดับจากกองทุนหมู่บ้านเป็นสถาบันการเงินชุมชนได้ประมาณ 1,000 แห่ง แต่ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 แห่ง โดยมีธนาคารออมสินทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและให้การสนับสนุนแหล่งเงินทุนและ ยังมีหมอหนี้ในอัตรา 2 คนต่อ 1 สถาบันการเงินชุมชนทำให้หน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำชาวบ้านในการใช้จ่ายเงิน อย่างรู้คุณค่า ก็จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยในชนบทมีความเข้มแข็งมากขึ้น” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว

นายเลอศักดิ์ กล่าวต่อว่า สังคมชนบทที่ห่างไกลต้องการความรู้และความเข้าใจอย่างมาก จึงตั้งใจว่า ธนาคารออมสินจะมีเปิดสำนักงานสาขาให้ครบทุกอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันธนาคารออมสินมี 680 สาขา และหน่วยบริการอีก 150 สาขา โดยจะเพิ่มสำนักงานสาขาให้ได้ปีละ 100 แห่ง เนื่องจากการเดินทางที่ห่างไกลของแต่ละพื้นที่ ทำให้กลายเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การมีสำนักงานสาขาที่ครบทุกอำเภอทั่วประเทศจะทำให้สถาบันการเงินชุมชนมีพี่ เลี้ยงที่ค่อยดูแลอยู่ใกล้ๆ ทำให้ข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตลดน้อยลง

นายเลอศักดิ์ กล่าวอีกว่า การจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชนนั้น กองทุนหมู่บ้านจะต้องส่งหมอหนี้มาฝึกอบรมกับธนาคารออมสิน 2 วัน เพื่อเรียนรู้การรับฝากเงินและปล่อยสินเชื่อ รวมถึงการคำนวณอัตราดอกเบี้ย พร้อมกับประเมินความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ โดยธนาคารออมสินจะปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้านที่ยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชน แหล่งละ 1 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ลบ 1% ซึ่งปัจจุบันเอ็มแอลอาร์อยู่ที่ 6% โดยสถาบันการเงินชุมชนจะปล่อยกู้แก่ประชาชนในท้องถิ่นในอัตราดอกเบี้ย 9-10% แม้จะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แพงก็ตาม แต่ก็ยังถูกกว่าเงินนอกระบบ

ขณะที่ นายลักษณ์ วจนานวัช กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. ได้เริ่มดำเนินโครงการอาสาสมัครที่ปรึกษาทางการเงินครัวเรือน(หมอหนี้)แล้ว โดยได้คัดเลือกผู้แทนจากชุมชนจากพื้นที่ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงและพื้นที่ให้ บริการสินเชื่อกองทุนหมูบ้านเพื่อเข้าอบรมตามโครงการแล้วจำนวน 650 ราย จากเป้าหมาย 26,000 รายทั่วประเทศ มีแผนจะเริ่มอบรมตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.ปีนี้ ถึงเดือนมี.ค.ปี54 เพื่อเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่หมอหนี้ได้ทันที โดยธ.ก.ส.เตรียมงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการนี้จำนวน 300 ล้านบาท

สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อให้หมอหนี้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการเงินภาคครัวเรือนแก่ประชาชนผู้ มีรายได้น้อย และไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ได้จัดทำบัญชีครัวเรือนอย่างถูกต้อง และ นำไปสู่การพิจารณาเข้าถึงแหล่งทุน ทั้งนี้ ปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนได้ยาก เป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาหนี้นอกระบบ และ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม

“เราจะเชิญบุคคลที่มีจิตอาสา ซื่อสัตย์สุจริต เน้นไปที่สุภาพสตรี ที่เข้าใจพื้นฐานบัญชีครัวเรือน ซึ่งต่อไปบัญชีครัวเรือนนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำไปสู่การพิจารณาสินเชื่อจากธนาคาร โดยโครงการนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ และ จะเริ่มปฏิบัติงานในพื้นที่ทันที” นายลักษณ์ กล่าว

ส่วนผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนของชุมชนเพื่อทำหน้าที่เป็นหมอ หนี้ จะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี และ ประเมินผลงานทุกปี หากผลการประเมินมีประสิทธิภาพ เช่น หมอหนี้สามารถทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการแก้ไขปัญหาหนี้สินในครัวเรือน มีการถ่ายทอดความรู้ในการทำบัญชีครัวเรือนได้เป็นอย่างดี ก็สามารถต่ออายุได้ตามความเหมาะสม ซึ่งธ.ก.ส.จะสนับสนุนอุปกรณ์การปฏิบัติงาน เงินช่วยเหลือค่าใช้จ่าย เสื้อสัญลักษณ์หมอหนี้ และ สวัสดิการด้านประกันชีวิตระหว่างดำรงตำแหน่ง เป็นต้น

โหวตข่าวนี้