advertisement

ไทยครองแชมป์สถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจชาวอังกฤษ-ออสเตรเลีย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ต.ค. 2553 20:00

ผลสำรวจเผย ไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับ 1ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับอังกฤษ และ ออสเตรเลีย ระบุ ค่าบาทแข็งยังไม่กระทบการใช้จ่ายท่องเที่ยว แต่การประกาศเตือนต่างๆส่งผลมากกว่า...

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. นายสมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผู้จัดการบริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) จัดทำผลสำรวจการตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมประจำปี 2010 และอนาคต โดยสำรวจจากคน 6,714 คน ใน 13 ประเทศหลักด้านการตลาด คือ อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, จีน, ฮ่องกง,ไต้หวัน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, มาเลเซีย และไทย ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ชาวอังกฤษและออสเตรเลีย ยังมองไทยเป็นประเทศน่าท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยชาวอังกฤษมีแรงจูงใจสำคัญมาจาก ความสนใจเรื่องสถานที่แปลกใหม่มากที่สุด รองลงมาคือเรื่องแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ และอากาศ ส่วนชาวออสเตรเลียมีแรงจูงใจสำคัญมาจากสถานที่แปลกใหม่ และค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง

ทั้งนี้  นักท่องเที่ยวอังกฤษและออสเตรเลียที่เดินทางมาไทย ส่วนใหญ่จะใช้เวลาท่องเที่ยวอย่างน้อย 10-14 วัน โดยชาวอังกฤษวางแผนใช้จ่ายในการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง 2,081 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 60,000-70,000 บาท ขณะที่ชาวออสเตรเลียวางแผนใช้จ่ายที่ครั้งละ 3,085 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 100,000 บาท โดยชาวอังกฤษและออสเตรเลียจะยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นสำหรับการรับประทานอาหารมากที่สุด รองลงมาคือเรื่องการสัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง และสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย เช่น การท่องเที่ยวทางทะเล และวัดวาอาราม ส่วนการใช้บริการโรงแรมนั้น นิยมใช้บริการโรงแรมระดับ 4 ดาวที่สุด

“สถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้น ยังไม่กระทบต่อการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว แต่ยอมรับว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวกังวลบ้าง ซึ่งคงต้องรอดูสถานการณ์อีกระยะว่าจะส่งผลกระทบหรือไม่ แต่ปัจจัยหลักที่นักท่องเที่ยวคำนึงถึงมากที่สุดในการตัดสินใจเดินทางมาคือ ภาวะทางสุขภาพ ประกาศคำเตือนต่างๆ” นายสมบูรณ์ กล่าว



ด้าน นายจอห์น เอ็ม โควโด้สกี้ ผู้อำนวยการศูนย์วางแผนกลยุทธ์ พาต้า กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยน่า จะเกิน 15 ล้านคน และอาจพุ่งไปถึง 15.5 ล้านคนได้ หลังจากเห็นสัญญาณตัวเลขนักท่องเที่ยว 9 เดือน ฟื้นตัวอย่างชัดเจนอยู่ที่ระดับ 11.21 ล้านคน ใกล้เคียงกับตัวเลขช่วงเดียวกันปี 51 ซึ่งเป็นปีปกติและเป็นสัญญาณฟื้นตัวที่โดดเด่นมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิก ที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวไม่ได้ฟื้นตัวมากเท่านี้ โดยนักท่องเที่ยวจากตลาดที่เติบโตชัดเจน คือ ตะวันออกกลาง, เอเชียใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป ซึ่งในส่วนของยุโรปนั้น ตลาดที่เดินทางมาโดดเด่นที่สุดคือ รัสเซีย รองลงมาคือ เยอรมนี, ฝรั่งเศส และยุโรปตะวันออก

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement