ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด สัปดาห์หน้าดัชนียังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นต่อ โดยให้แนวต้านที่ 993- 1,000 จุด จากกระแสเงินทุนไหลเข้า-ราคาน้ำมันพุ่ง เตือนระวังการปรับฐานของดัชนีในระยะสั้นและการขายทำกำไรของนักลงทุน...
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 978.58 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.80 จาก 951.90 จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า และพุ่งขึ้นร้อยละ 33.22 จากสิ้นปี 2552 ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.06 จาก 171,495.84 ล้านบาท ในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 199,032.66 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นจาก 34,229.17 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 39,806.53 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิที่ 4,013.99 ล้านบาท และ 142.25 ล้านบาทตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิที่ 2,640.08 ล้านบาท และ 1,516.15 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 250.81 จุด ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.07 จาก 250.63 จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า และปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.49 จากสิ้นปีก่อน
ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสู่ระดับปิดสูงสุดครั้งใหม่ในรอบเกือบ 14 ปี จากแรงซื้อต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติตลอดสัปดาห์ ขณะเดียวกันก็ยังมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มธนาคาร จากการคาดการณ์ผลประกอบการที่ดี แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะเผชิญกับแรงขายทำกำไรของนักลงทุนเป็นระยะก็ตาม
สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์หน้าตั้งแต่วันที่ 4-8 ต.ค.53 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยและบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า แม้ดัชนีอาจมีโอกาสปรับขึ้นต่อได้ จากแรงหนุนกระแสเงินทุนไหลเข้า และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับขึ้น แต่ก็ควรระวังการปรับฐานของดัชนีในระยะสั้นและการขายทำกำไรของนักลงทุน ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ ประเด็นการแข็งค่าของเงินบาท โดยเฉพาะท่าทีของ ธปท. ความคืบหน้าของการชุมนุมเกี่ยวกับประเด็นการลงทุนในมาบตาพุด ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญโดยเฉพาะของสหรัฐ อาทิ การจ้างงานนอกภาคการเกษตร และอัตราการว่างงาน ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่าดัชนีจะมีแนวรับที่ 968 และ 945 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 993 และ 1,000 จุด ตามลำดับ




















