advertisement

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ย. 2553 18:00

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเดินหน้าพัฒนาองค์กรธุรกิจในระดับ เอสเอ็มอีนำผลงานนวัตกรรมวิจัยประยุกต์ที่สามารถนำไปต่อยอดผลิตสู่เชิงพาณิชย์ มาจัดแสดงตามแนวนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์...

วันที่ 13 ก.ย. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)เปิดเผยว่า จากแนวนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Thailand Commitments) ที่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในภูมิภาคอาเซียน และเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จาก ร้อยละ 12 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ เป็น 20% ภายใน ปี 2555 กสอ. จะทำหน้าที่ผลักดันให้เอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน ได้นำองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และนวัตกรรม มาเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมในสินค้าและบริการใหม่ๆ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน โดยได้แปรนโยบายไปสู่การปฏิบัติผ่านโครงการส่งเสริมนวัตกรรมอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมีรูปแบบในการดำเนินงาน 3 ลักษณะ คือ รูปแบบแรกนำงานวิจัยพัฒนาที่ได้ศึกษาค้นคว้าไว้แล้วมาต่อยอดในการผลิตเป็นเครื่องจักรอุปกรณ์ หรือเป็นสินค้าเพื่อทำตลาดในเชิงพาณิชย์

รูปแบบที่ 2 เป็นเรื่องของการสร้างสรรค์รูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อนำไปทำต้นแบบเพื่อทดสอบตลาด หรือขยายผลในเชิงพาณิชย์ในโอกาสต่อไป รูปแบบที่ 3 นำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ด้วยองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ จากการดำเนินงานใน 3 รูปแบบ ดังกล่าว ก่อให้เกิดผลงานนวัตกรรมวิจัยประยุกต์ ที่สามารถนำไปต่อยอดผลิตสู่เชิงพาณิชย์ได้หลายผลิตภัณฑ์ อาทิ เครื่องปรับปรุงโครงสร้างน้ำเพื่อสุขภาพ โดยบริษัทแวมอุตสาหกรรมเครื่องมือกล จำกัด เป็นนวัตกรรมที่นำมาใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลไกในการทำงานการปรับสภาพน้ำให้มีความเป็นด่างที่เหมาะสมต่อสุขภาพ โดยมีการต่อยอดทางธุรกิจในปี 2552 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 2,000 เครื่อง ราคาเครื่องละ 15,000 บาท ซึ่งมียอดรวมจากการจำหน่ายแล้ว มูลค่า 30 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ Corn Cider เครื่องดื่มเพื่อสนองความต้องการของตลาดที่รักสุขภาพ เดิมที่เคยทำกัน คือ นำน้ำส้มสายชูมาหมัก ผู้ประกอบการโดยบริษัท แอกโกรนิก้า จำกัด ได้นำข้าวโพดฝักอ่อนและน้ำลวกข้าวโพด มาหมักด้วยจุลินทรีย์ตามวิธีการธรรมชาติ ด้วยเครื่องจักรที่ถูกสุขลักษณะและทันสมัย จนได้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวโพด ซึ่งมีงานวิจัยถึงประโยชน์ต่อสุขภาพคือ ช่วยให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดลดลง ช่วยการดูดกลับของแคลเซียมจากใยอาหารที่ลำไส้ ช่วยลดความดันโลหิต ลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งทางเดินอาหารพร้อมยับยั้งเซลล์มะเร็ง เครื่องอบสมุนไพรเฉพาะส่วน โดยอาศัยหลักการส่งผ่านของไอน้ำไปยังชุดเก็บสมุนไพร เมื่อไอน้ำผ่านสมุนไพรก็จะนำเอาสรรพคุณสมุนไพรนั้นๆ แทรกซึมผ่านรูขุมขนเพื่อช่วยในการปรับสมดุลของร่างกายได้อย่างเหมาะสม โดยบริษัท สมบูรณ์เวชการ จำกัด ผู้นำนวัตกรรมดังกล่าว มีกำลังการผลิต 20 - 30 ชิ้นต่อเดือน ราคาขาย 7,000 บาท ต่อชิ้น ซึ่งถือว่าราคายังค่อนข้างสูง จึงมีการพัฒนาคุณภาพและราคาให้เหมาะสมต่อไป 

เครื่องชงกาแฟสดต้นแบบ ที่มีการควบคุมอุณหภูมิของน้ำร้อนด้วยเทอร์โมสตัทได้เองตามต้องการ รวมถึงปริมาตรของน้ำในการชงกาแฟ ที่สำคัญคือ มีระบบควบคุมแรงดันสวิทช์ เพื่อช่วยความปลอดภัยของเครื่องและประหยัดพลังงาน ซึ่งจำหน่ายในราคา 25,000 - 28,000 บาท ต่อเครื่อง ถูกกว่าราคานำเข้าจากต่างประเทศที่ตกประมาณ 100,000 บาท ต่อเครื่อง ผลิตภัณฑ์ไขมันเทียม โดยบริษัท บาร์เลย์สามพราน จำกัด เป็นการพัฒนาเส้นใยจาก วุ้นมะพร้าวแทนมันแข็ง ด้วยกระบวนการประสานยึดเกาะเนื้อสัตว์แปรรูป ไส้กรอก ลูกชิ้น และหมูยอ ในสัดส่วนของแป้งแปรรูปประเภทต่างๆ ในหลายอัตราส่วนเพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ เป็นการลด พิษภัยจากไขมัน และเพิ่มเส้นใยที่ช่วยในระบบขับถ่ายและต้นทุนการผลิต อุปกรณ์ป้องกันการสตาร์ทรถยนต์ โดยบริษัท วชิระยนต์ 36 จำกัด เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมรถยนต์โดยการผสมผสานหลักการของอิเล็คทรอนิกส์ไฟฟ้า เครื่องกล ยานยนต์ และปิโตรเลียม ด้วยการปิดระบบจ่ายน้ำมัน และมอเตอร์ติดเครื่องยนต์ ผ่านรีโมตที่มีรหัสตัวเลขเจ็ดหลักควบคุมการทำงาน กำลังการผลิต 50 ชิ้นต่อเดือน ราคาจำหน่าย 6,500 บาท ต่อชิ้น ผลิตภัณฑ์อยู่ระหว่างการปรับปรุงคุณภาพในการใช้งานและราคาเพื่อให้เหมาะสมกับตลาด โดยสรุปในปีนี้ กนอ. ได้ตั้งเป้าส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไว้ 100 ราย สามารถทำได้จริงทั้งหมด 114 ราย ซึ่งแบ่งออกเป็นโครงการประยุกต์ใช้งานวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าไว้ที่ 20 ราย ทำได้จริง 25 ราย โครงการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ตั้งเป้าไว้ที่ 75 ราย ทำได้จริง 76 ราย โครงการส่งเสริมนวัตกรรมภูมิปัญญาไทย ตั้งเป้าไว้ที่ 5 ราย ทำได้จริง 13 ราย ภายใต้งบประมาณ 21 ล้านบาท ดำเนินการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งของผลงานนวัตกรรม ฯ ในครั้งนี้ได้มีการนำสินค้าของผู้ประกอบการที่หลากหลายมาจัดแสดง อาทิ นวัตกรรมอาหาร, เครื่องดื่ม, เทคโนโลยี, ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ เป็นต้น

สำหรับในปีหน้าก็ได้ตั้งเป้าส่งเสริมสนับสนุนเพิ่มขึ้นทั้งหมด 200 ราย แบ่งตามโครงการต่างๆ อาทิ โครงการประยุกต์ใช้งานวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าไว้ที่ 23 ราย โครงการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ตั้งเป้าไว้ที่ 165 ราย และโครงการส่งเสริมนวัตกรรมภูมิปัญญาไทย ตั้งเป้าไว้ที่ 12 ราย ภายใต้งบประมาณ 30 ล้านบาท

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement