วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สน.หลอน ตึกอาถรรพณ์ บ้านเฮี้ยน! 3 สถานที่สุดสะพรึงจากข่าวดังน่าขวัญผวา

คุณว่า “ผี” มีจริงไหม!
บางคนบอกว่ามี “มีจริง”
บางคนก็ค้านหัวชนฝาเพราะหาทางพิสูจน์ไม่ได้

แต่...ในบางสถานที่ ในบางเวลา เรื่องราวลี้ลับกลับเกิดขึ้นและถึงวันนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวที่ทำให้ชาวระยองวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กับเสียงเล่าขานถึง “กุฏิอาถรรพณ์” วัดซอยคีรี เมืองระยอง หลังพระ และชาวบ้าน พบเห็นเงาดำ และได้ยินเสียงร้องโหยหวน ขนาดพระยังจำวัดไม่ได้ หวั่นมีอันเป็นไป ลูกชายเจ้าของเดิม เล่าประวัติความเป็นมา บอกว่า เดิมเป็นบ้านของบิดามารดาตนเอง หลังเสียชีวิตก็ได้ยกให้กับพี่สาวของตนไปอยู่กับพี่เขย แต่ปรากฏว่า หลังจากที่ทั้งสองคนย้ายเข้าไปอยู่ได้ไม่กี่เดือน พี่สาว ซึ่งอายุเพียง 40 ปี ก็มาเสียชีวิตลง ทั้งที่ร่างกายแข็งแรง หลังจากนั้นเพียง 5 วัน พี่เขยก็มาเสียชีวิตไปอีกคนบนบ้าน ทั้งที่งานศพพี่สาวยังทำพิธีไม่เสร็จ โดยที่ไม่ได้ป่วย หรือเป็นโรคเรื้อรังอะไร อีกทั้งร่างกายก็แข็งแรง ญาติๆ จึงลงความเห็นว่า บ้านหลังนี้น่าจะมีอาถรรพณ์ ทำให้ไม่มีใครกล้าอยู่ที่บ้านหลังนี้ จึงลงมติกันว่า จะรื้อบ้าน และนำไม้ทั้งหมดมาสร้างในรูปแบบเดิม ถวายให้วัดซอยคีรี เมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่ผ่านมา

ซึ่งต่อมา “หมอปลา” หรือ นายจีรพันธ์ เพชรขาว มือปราบสัมภเวสี ได้บุกพิสูจน์ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าด้านใน ซึ่งเพียงแค่เดินขึ้นบันได หมอปลา ก็บอกว่า รับรู้ถึงวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ โดยไม่ขอพูดมากกว่านี้

อย่างไรก็ดี เรื่องสถานที่เฮี้ยนนั้น เป็นข่าวขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เนืองๆ และวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้เก็บรวบรวมมาให้ผู้อ่านที่ชอบเรื่องลี้ลับเช่นนี้ได้ติดตามกัน

เหตุการณ์ประหลาด ณ สน.บุคคโล กลิ่นศพโชย หมาหอนโหยหวน

10 กุมภาพันธ์ 2540 เรื่องราวประหลาดจากเสียงร่ำลือหนาหูเกิดขึ้นบน สน.บุคคโล ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดบุคคโล หลังจากแยกตัวมาจาก สน.สำเหร่ ได้ไม่นาน เหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต้องไปอาศัยที่อาคารไม้เก่าสองชั้นของโรงเรียนบุคคโล ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัด

เรื่องชวนขนลุกจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อเหล่าตำรวจทั้งชั้นประทวนและสัญญาบัตรต่างเจอเหตุการณ์แปลกๆ โดยในช่วงกลางคืนบางคนจะเจอกลิ่นศพโชยมา และมีเสียงหมาหอน บางคนที่เข้าเวรอยู่ที่โรงพักก็จะเกิดเหตุการณ์คล้ายกับถูกคนดึงขา แต่เมื่อตรวจสอบกลับไม่พบสิ่งใด

เมื่อผู้สื่อข่าวลงไปตรวจสอบก็พบว่า หน้าอาคารไม้เก่าจะเป็นที่ตั้งของวิหาร และเจดีย์เก่าแก่ ใกล้กันยังมีโกดังเก็บศพที่เลิกใช้แล้ว แต่ยังมีศพไม่มีญาติเหลืออยู่ 7 ศพ ในช่วงกลางคืนจึงมีบรรยากาศวังเวงมาก

ผู้กำกับ สน.บุคคโล สมัยนั้น ให้สัมภาษณ์ว่า มีอยู่คืนหนึ่งกำลังเดินตรวจงานอยู่ จู่ๆ ก็มีกลิ่นศพโชยออกมาพร้อมกับเสียงหมาหอน “พูดแล้วผมกับลูกน้องยังขนลุกไม่หาย” ผู้กำกับเปรยให้ผู้สื่อข่าวฟัง

ขณะที่สารวัตรอีกราย เล่าว่า ลูกน้องหลายคนกำลังนอนหลับในห้องพัก จู่ๆ ก็ถูกดึงขาอย่างแรง พอตื่นก็ไม่พบสิ่งใด และจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตำรวจหลายคนออกอาการขวัญผวา

ส่วนชาวบ้านบางรายยังเคยเจอ โดยอ้างว่า เห็นผู้หญิงผมยาวมานั่งหวีผมที่หน้าศาลาฯ

พระครูสมุห์สมพร เจ้าอาวาสวัดบุคคโล (ขณะนั้น) เล่าว่า อาตมาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปี 2515 ตอนที่ก่อสร้างวัด ก็มีเรื่องแปลกๆ ขึ้น ขณะตอกเสาเข็ม ซึ่งก่อนลงตอกเสาเข็มก็ได้ทำพิธีอย่างถูกต้อง แต่เมื่อตอกเสาเข็มได้ 3 ต้นเสร็จเรียบร้อย พอจะตอกเสาเข็มที่ 4 ปรากฏว่า ตอกเท่าไรก็ไม่ลง ก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย ทำให้วัดแห่งนี้ไม่มีเสาเข็มต้นที่ 4

ตำรวจโดนอีก คราวนี้เป็นคิวของ ตึก สศก. เจอผีหัวขาด!

อีกหนึ่งเหตุการณ์ชวนสยอง ต้องย้อนกลับไปเดือนกรกฎาคม 2540 หลังจากผู้สื่อข่าวประจำกองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ (สศก.) ได้รายงานถึงเรื่องราวลึกลับว่า พนักงานสอบสวน 2 นาย ในคดีฉ้อโกงธนาคารกรุงเทพ หรือ บีบีซี ซึ่งอยู่ในระหว่างทำการสอบสวนหามรุ่งหามค่ำเพื่อสรุปสำนวนฟ้องผู้ต้องหา

แต่...ระหว่างที่ทำงานในยามดึกสงัด แต่แล้วกลับมีวิญญาณหญิงสาวมาปรากฏตัวให้เห็นในสภาพหัวขาด ทำเอา 2 ตำรวจที่เห็นเข้าไม่เป็นอันทำงาน ทำให้เรื่องราวดังกล่าวถูกเล่าขานทั่วตึก สศก. แต่เจ้าตัวเองก็ไม่กล้าเปิดเผยอย่างโจ่งแจ้งมากนัก กลัวผู้ใต้บังคับบัญชาจะหวาดกลัวไปด้วย

ทั้งนี้ ต่อมาตำรวจที่เจอเหตุการณ์สยองขวัญได้เล่าว่า ตอนนั้นหลังจากทำงานจนดึกที่ตึกเก่าในห้อง 302 บนชั้น 3 เพียงคนเดียว จึงได้นำเตียงผ้าใบมานอนภายในห้อง โดยหันศีรษะไปที่ประตูด้านหลัง และในขณะที่กำลังหลับปรากฏว่าร่างกายทุกส่วนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แม้แต่จะดิ้นยังทำไม่ได้ ฉับพลันปรากฏร่างผู้หญิงสาวคนหนึ่งนอนอยู่ด้านข้าง แต่ก็ไร้เรี่ยวแรงจะขยับศีรษะมองเรือนร่างนั้น

“ความรู้สึกคือมีขาของผู้หญิงคนนั้นมานอนอยู่ข้างๆ นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงเด็ก 2-3คน ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวลากเก้าอี้ภายในห้องเล่นกันอย่างสนุกสนาน “ให้นอนกันได้แล้ว...” เสียงผู้หญิงพูดขึ้นได้ยินแว่วๆ จากนั้นเหมือนมีกระเป๋าถือมาวางบนหน้าอก แต่ไม่สามารถหยิบได้ สักพักเสียงต่างๆ ก็เงียบไป ร่างกายเริ่มขยับได้อีกครั้งหนึ่ง”

นอกจากนี้ตำรวจคนเดิมยังบอกว่า เมื่อ 2 เดือนก่อน ได้มีพนักงานสอบสวนคนหนึ่งมาเล่าให้ฟัง โดยเขาได้นอนที่ห้องเดียวกันนี้และเจอเหตุการณ์ประหลาด โดยพบวิญญาณผู้หญิงคนหนึ่ง เปลือยกายล่อนจ้อน แต่ไม่มีศีรษะ มายืนอยู่ปลายเตียง และผู้หญิงก็เรียกด้วยเสียงเย็นเยือกว่า “พี่...พี่...พี่” จากนั้นก็หายไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับประวัติตึก สศก. เป็นตึกโบราณรูปตัวยู สูง 3 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนนสาทรฝั่งเหนือ โดยเป็นตึกเก่าแก่อายุกว่า 70 ปี แต่ก่อนเป็นที่ตั้งของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และเคยเป็นที่คุมขังคนหลบหนีเข้าเมือง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2492 ได้เปลี่ยนเป็นที่ตั้งกองทะเบียนคนต่างด้าวและภาษีอากร กรมตำรวจ กระทั่งปี 2535 ได้เปลี่ยนมาเป็นของกองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ

สภาพตัวตึกสีเทาเก่าคร่ำคร่า พื้นชั้นล่างปูด้วยไม้และปิดทับด้วยกระเบื้องยาง ส่วนชั้น 2 และชั้น 3 ปูด้วยหินอ่อนสีขาว ที่ปีกซ้ายและขวาของตึกมีบันไดวน ด้านหน้าของตึกจะมีห้องทำงาน ประตูแต่ละห้องจะมีขนาดใหญ่และสูง เช่น ประตูทรงโบราณ

กองถ่ายละคร "โรงแรมผี" เจอดี "โดโด้" ป่วยกะทันหัน 

จากข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 26 พฤศจิกายน ปี 2540 เรื่องราวของวงการละคร “ผี” กลายเป็นเรื่องราวหลอกหลอน เมื่อกองถ่าย “โรงแรมผี” ที่มีดารานักกีฬาเทควันโดชื่อดัง (สมัยนั้น) โดโด้ ยุทธพิชัย ชาญเลขา ที่เกิดล้มป่วยกะทันหัน เนื่องจากมีอาการแน่นหน้าอก หมดเรี่ยวแรง หายใจติดขัด และมีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง จนต้องรีบหามส่งโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมาอย่างโกลาหล ท่ามกลางความตกอกตกใจของดาราและทีมงาน จนมีเสียงร่ำลือต่างๆ นานาว่าเป็นเพราะ “อาถรรพณ์” ของสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งก่อนหน้านั้นเหล่าบรรดาเบื้องหลังโดนความเฮี้ยนอย่างทั่วหน้า

เมื่อผู้สื่อข่าวทราบ จึงตามสืบเสาะและก็ทราบว่า “โรงแรมผี” ฉากที่ถูกเซตในละครนั้น สถานที่จริงคือ “บ้านพักตากอากาศสำนักเลขาธิการนายกฯ” ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาสามมุข ทางขึ้นศาลเจ้าแม่สามมุข บางแสน จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือของชาวบางแสน มีรั้วรอบบริเวณกว้างประมาณ 100 กว่าไร่ มีตึกหลายหลัง โดยเฉพาะตึกหลังกลางที่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายละคร โดยสมมติให้เป็นโรงแรมผี เป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่สีขาวสลับฟ้า สูง 3 ชั้น ด้านล่างเป็นห้องโล่ง มีโต๊ะไม้ยาวและเก้าอี้ตั้งแต่สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ส่วนข้างล่างเป็นห้องพักทั้ง 2 ชั้น โดยเฉพาะห้องชั้นที่สามเป็นห้องจอมพล ป. พิบูลสงคราม และ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตผู้นำ ที่มาใช้พักผ่อนเป็นประจำ โดยรอบนอกมีต้นไม้ร่มครึ้ม ส่วนตัวตึกมีอายุเก่าแก่กว่า 40 ปี (สมัยนั้น)

ผู้ดูแลบ้านคนหนึ่ง เปิดเผยว่า ดูแลบ้านหลังนี้มากว่า 30 ปีแล้ว ไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไร ทั้งนี้ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เก่าแก่ หากทำอะไรไม่ถูกต้องอาจเป็นไปได้ว่าจะเจออาถรรพณ์ และมีคนบอกตนว่า “บ้านริมทะเลดุกว่านี้” เพราะมีคนเคยเจอจอมพลผ้าขาวม้าแดง ออกมาเดินป้วนเปี้ยนด้วยซ้ำ เนื่องจากท่านเป็นคนหวงสมบัติ และรักบ้านริมทะเลมาก มาพักบ่อย ชอบมาก เพราะเป็นเรือนตายของท่าน

นอกจากนี้ มีชาวบ้านคนหนึ่งที่ได้ติดตามมาดูกองถ่ายละคร ยังบอกว่า กองถ่ายละครคงเจออาถรรพณ์เข้าเต็มเปา เพราะใช้ตึกของท่านผู้นำมาทำเป็นโรงแรมผี ถ่ายตอนดึกมักไฟดับดื้อๆ จนต้องจุดธูปขอกันตลอด... ที่ตรงนี้เจ้าที่แรง ทำไม่ดีมักเจอเหตุการณ์ต่างๆ มาหลายครั้งแล้ว

ด้านโดโด้ ได้เล่าผ่านคุณพ่อ อุกฤษ ชาญเลขา ว่า หลังจากถ่ายทำฉากกลางวันเสร็จก็ได้ขอกลับไปพักที่โรงแรม ขณะนั้นได้ถอดเหรียญพญาครุฑ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือออกจากคอ พอตื่นขึ้นก็รีบมากองถ่ายเพื่อถ่ายฉากกลางคืน ขณะถ่ายทำอยู่นั้นก็มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้สูง ประกอบกับวันนั้นไม่ได้ทานอาหาร แต่ก็เร่งถ่าย จนรู้สึกไม่ไหวต้องขอนอนพักในกองถ่าย

“พอเริ่มฉากสุดท้ายจะเป็นฉากที่เกี่ยวกับผีทั้งหมด ซึ่งผมรับบทเป็นคนที่ไม่กลัวผีและชอบท้าทายผี จึงพูดขึ้นว่า “ถ้าแน่จริงให้ออกมาเจอกัน...ไม่แน่จริงนี่หว่า” ซึ่งไม่แน่เหมือนกันว่าเจ้าที่เจ้าทาง อาจเข้าใจผิดว่า ผมเป็นคนที่ท้าทายหรืออยากลองของกับสิ่งที่มองไม่เห็น”

ทั้งนี้ โดโด้ คาดว่า สาเหตุส่วนหนึ่งอาจจะมาจากอาการต่อมทอนซิลอักเสบ ซึ่งป่วยบ่อยมาก แต่เนื่องจากทำงานหนักอาการเลยกำเริบก็เป็นได้...

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหน้าหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวชวนขนหัวลุก บางสถานที่ทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้แล้ว แต่อีกหลายสถานที่ยังหาคำตอบไม่ได้เช่นกัน จะเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับหรือไม่ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน.