วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มันอยู่ในชักโครก! งูเหลือมโผล่ งับก้นเลือดสาด สุดผวามาติดๆ2ตัว (คลิป)

สยองอีก หมู่บ้านหรูในกรุงเจ้าของเจองูเหลือมโผล่โถชักโครกติดกัน 2 ตัว มาตัวแรกงับก้นเลือดสาดไปหาหมอเสียค่ารักษาไปหมื่นแปด อยู่ไม่นานมาอีกตัว โวยหมู่บ้านหรูราคาหลังละเกือบ10ล้าน แต่ข้างล่างเป็นโพรง เป็นที่ชุมนุมของสัตว์เลื้อยคลาน..

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.พนารัตน์ ไชยบูรณ์ อายุ 42 ปี ผู้บริหาร บริษัท นิวฟู๊ด เทคโนโลยี่ จำกัด อยู่หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านถนนปากน้ำกระโจมทอง แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กทม. ว่าที่บ้านมีงูเหลือมโผล่มาจากชักโครกในห้องน้ำ มาบ่อยแบบว่าอาละวาดไม่เลิก ทั้งๆ ที่บ้านราคาหลังละเกือบ 10 ล้านบาท น่าจะอยู่ได้อย่างปลอดภัยกว่านี้

น.ส.พนารัตน์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ตนอยู่บ้านกับ นายพงศกร หรือ กอล์ฟ ประดิษฐ์กนก อายุ 20 ปี ลูกชายคนโต ขณะที่ตนเข้าห้องน้ำชั้นล่างใต้บันไดเพื่อปลดทุกข์ ช่วงที่นั่งอยู่นั้นรู้สึกเจ็บที่ก้นเหมือนถูกกัด จึงรีบลุกขึ้นทันที แทบช็อกเมื่อเห็นงูไม่ทราบชนิดตัวใหญ่ โผล่ออกมาจากชักโครกได้ประมาณ 50 ซม. พยายามจะเลื้อยขึ้นมา ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก แต่ก็ตั้งสติได้รีบปิดฝาชักโครกและเอาฝาถังน้ำทับไว้ ตนเจ็บแผลมาก เลือดไหลหยดเป็นทาง รีบขับรถไปหาหมอที่โรงพยาบาลพญาไท 3 เมื่อไปถึงหมอไม่กล้าที่จะฉีดเซรุ่มกันพิษงูให้ เพราะต้องรู้ชนิดของงูเสียก่อนจึงจะฉีดได้ ส่วนบาดแผลพบเป็นรอยเขี้ยวขนาดประมาณ 1 ซม. บนและล่างจำนวน 12 เขี้ยว เหมือนรอยฟันกัด ตนจึงโทรศัพท์กลับไปที่หมู่บ้านบอกให้ รปภ.ของหมู่บ้านช่วยกันรื้อชักโครก เพื่อดูชนิดของงู เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง รปภ.ได้สกัดปูนยาแนวของฐานชักโครกออก แล้วยกชักโครกขึ้นก็พบกับงูเหลือมขนาดใหญ่ยาวประมาณ 2.5 เมตร ช่วยกันจับใส่กระสอบแล้วเรียกรถมูลนิธิฯ ให้มาเอาตัวไป

"เมื่อหมอรู้ว่าเป็นงูเหลือมที่มีฟันอันสกปรกมาก เพราะกินแต่ของเน่าเสีย อาจติดเชื้อได้ จึงฉีดยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อีกเสบ และยากันบาดทะยักให้ แล้วให้นอนรอดูอาการ 1 คืน เสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 18,000 บาท ประกันฯออกให้บางส่วน หมอยังให้ไปล้างแผลอย่างต่อเนื่อง และให้ไปฉีดยากันบาดทะยักอีก 2 เข็ม ห่างกัน 1 อาทิตย์ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คนในบ้านที่อยู่รวมกัน 6 ชีวิตรู้สึกผวา ไม่กล้าเข้าห้องน้ำชั้นล่างอีกเลย"

น.ส.พนารัตน์ กล่าวอีกว่า จนเมื่อกลางดึกวันที่ 9 ก.ค. น.ส.สุทธิพร หรือ น้องกิ๊ฟ ประดิษฐ์กนก อายุ 15 ปี ลูกสาวคนกลาง เข้าไปล้างมือในอ่างห้องน้ำชั้นล่าง ก็พบหัวงูเหลือมขนาดใหญ่กว่าตัวเก่าโผล่อยู่ในชักโครกอีกครั้ง และพยายามจะเลื้อยขึ้นมาหา ทำให้ลูกสาวตกใจมากวิ่งร้องไห้ออกมาจากห้องน้ำ ถึงตอนนี้คนในบ้านพากันแตกตื่นกันหมด นายกนก ประดิษฐ์กนก อายุ 41 ปี สามี รีบวิ่งมาดู และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเอาไว้ได้ ก่อนจะปิดฝาชักโครกเอาฝาถังน้ำทับเอาไว้เหมือนเดิม ส่วนน้องกิ๊ฟ ลูกสาว ขวัญเสีย ร้องไห้ไม่หยุด และบอกว่าไม่กล้าอยู่บ้านนี้แล้ว ตนจึงให้น้องสาวตนมารับไปอยู่บ้านย่านซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 เป็นการชั่วคราวเพื่อปรับสภาพจิตใจ แล้วเรียก รปภ.มารื้อชักโครกอีกครั้งแต่ก็ไม่พบงูตัวดังกล่าว ขณะนี้ทุกคนยังไม่มั่นใจว่าใต้ชักโครกยังมีงูหลงเหลืออยู่อีกกี่ตัว และไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้ปลูกทับรังงูหรือเปล่า ส่วนสาเหตุที่มีงูเหลือมเข้าไปอยู่ใต้ฐานชักโครกได้

"สาเหตุน่าจะมาบ้านเกือบทุกหลังในโครงการที่มีราคาตั้งแต่ 8-30 ล้าน ใต้บ้านไม่ได้มีการถมดินให้เสมอคาน บางหลังมีพื้นดินห่างจากคานถึง 50 เซนติเมตร เป็นโพรงใหญ่ คนสามารถมุดเข้าไปได้เลย ซึ่งบ้านตนอยู่ติดกำแพงปูน ด้านนอกเป็นลำประโดงกว้างประมาณ 2 เมตร ติดกันก็เป็นป่าหญ้ารก ทั้งงูเหลือและตัวเงินตัวทองก็สามารถปีนหรือมุดเข้ามาในหมู่บ้าน และเข้าไปอยู่ใต้บ้านทุกหลังได้ไม่ยาก เมื่อประมาณต้นปี 60 ได้มีตัวเงินตัวทองปีนข้ามกำแพงเข้ามาในบ้านครั้งหนึ่งแล้ว สามีกับชาวบ้านช่วยกันใช้ไม้ไล่ สุดท้ายมันวิ่งเข้าไปใต้บ้านฝั่งตรงข้ามที่มีโพรงให้บ้านสูง 50 เซนติเมตร แล้วหลบอยู่ในนั้นไม่ยอมออกมาเลย ซึ่งเจ้าของบ้านมีลูกวัย 2 ขวบอยู่ด้วย ไม่กล้าให้ลูกออกมาเล่นที่สนามหญ้าอีกเลย เพราะกลัวจะถูกตัวเงินตัวทองออกมาทำร้าย"

น.ส.พนารัตน์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้เรื่องราวของตนแพร่สะพัดไปเกือบทั่วหมู่บ้านแล้วทำให้หลายคนไม่กล้าเข้าห้องน้ำชั้นล่าง เพราะกลัวจะเจอเหตุการณ์แบบเดียวกับตน อยากให้ทางหมู่บ้านออกมารับผิดชอบโดยการเอาดินมาถมใต้บ้านให้เต็ม ไม่ใช่แค่เอาแผ่นปูนมาปักเพื่อเป็นการแก้ปัญหาแบบขอไปที เพราะฝนตกเพียงไม่กี่ครั้งน้ำก็เซาะจนเกิดเป็นโพรงเหมือนเดิม ช่วงนี้แมวในหมู่บ้านจะมีเยอะมาก เนื่องจากแอบเข้าไปคลอดลูกกันใต้บ้านหลายหลัง ตนยอมเสียเงินซื้อบ้านหลังนี้เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมาในราคา 6.5 ล้านบาท อยากได้ความสุขและสบายใจให้กับคนในบ้านกลับคืนมา ใช้งานพื้นที่ในบ้านได้เต็มทุกตารางนิ้ว 

"ตอนนี้ทุกคนในบ้านไม่กล้าเข้าห้องน้ำชั้นล่าง และไม่กล้าเดินชายบ้านที่เป็นโพรง เพราะกลัวว่าจะมีสัตว์ออกมาทำร้าย ให้ได้รับอันตรายอีก" น.ส.พนารัตน์ เจ้าของบ้านกล่าวทิ้งท้าย.