วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลผลิตที่ผิดฝา

โดย สหบาท

ไม่ใช่เอาใครมาเป็นหัวหน้านักสืบก็ได้”

พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ ปรมาจารย์สืบสวนแห่งวงการ ตำรวจพูดเสมอ

เจ้าตัวถึงตั้งโรงเรียนสืบสวนภาคปฏิบัติเป็น ต้นแบบของนักสืบนครบาล ไว้รองรับปัญหาการขาดแคลนกำลังพลฝ่าย
สืบสวนในอนาคต เริ่มตั้งแต่คัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม ที่มีใจรัก เสียสละ กล้าหาญ ฉลาด ความจำดี มีไหวพริบปฏิภาณ มีความคิดริเริ่ม

ที่สำคัญต้องมีอุปนิสัยเข้ากับคนทุกชนชั้น

ขณะเดียวกัน หัวหน้านักสืบต้องมี “ภาวะเป็นผู้นำ” มีความสามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง กำหนดทิศทางการทำงาน
นั่งในหัวใจลูกน้องได้ เป็นที่ไว้ใจของผู้ร่วมงาน พร้อมให้คำปรึกษา ถึงต้องเป็นผู้มีประสบการณ์คอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ตลอดเวลา

เวลาผ่านไป 20 ปี นับตั้งแต่ กองกำกับการสืบสวนเหนือ– ใต้–ธนบุรี แตก เพื่อแยกโครงสร้างใหม่เป็น กก.สส.บก.น.1-9 ปัจจุบันกำลังก้าวสู่ “ยุคเสื่อม” ของนักสืบเมืองหลวง

ชนวนมาจากการแต่งตั้งโยกย้ายผ่องถ่ายขุมกำลังที่ผิดฝา ผิดตัว

ชื่อชั้นบรรดา “นักสืบหัวกะทิ” ระหกระเหินกระจายหายไปลงเก้าอี้ไม่ถนัด เหลือพวกเจนจัดผ่านสมรภูมิน้อยเต็มทีที่จะพอนำประสบการณ์มาถ่ายทอดสร้าง “เลือดใหม่” ให้มีวิญญาณกระหายล่าโจร

ไม่ใช่กระโจนเลือกขย้ำเอาแต่ผลประโยชน์

เช่น กองสืบสวนนครบาลแห่งหนึ่ง ลูกน้องพากันอึ้งเจอ “นายคนใหม่” เพิ่งโดน ประทัดไล่ จากถิ่นเก่ากลับมาวางท่า แถม กล้าชี้ไปที่ผังรูปภาพผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ประกาศท้าทายกลางที่ประชุม

“ใครช่วยคุณได้ ไปหาเลย...มาวัดกำลังกัน”

หลังจะตั้ง ชุดเฉพาะกิจ เฉพาะเก็บ วางเป้าเอายอดกองเงินนอกระบบสมทบ “จ่ายนาย” ตัวเลขหลายหลักต่อเดือน กระเทือนกันทั้งห้องประชุม

สุดท้าย ยกหางตัวเอง เก่งกาจเป็นนายตำรวจสืบสวนมือดีจากภูธร ค่อนแคะแขวะอดีตกองสืบสวนเหนือ-ใต้-ธนบุรีว่า วันนี้มีเหลือแค่ชื่อ

ไม่รู้ถือ “ตั๋วดี” มาจากไหนถึงกล้าถ่มน้ำลายละลายตำนานนักสืบเมืองกรุง!!!

สหบาท