วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัฏจักรวิกฤติการเมือง

โดย หมัดเหล็ก

กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญยังไม่แน่ไม่นอนว่าจะผ่านด่านอรหันต์ได้เมื่อไหร่ แต่ปี่กลองทางการเมืองเริ่มขยับเป็นคลื่นใต้น้ำจาก ปัจจัยการขับเคลื่อนตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จาก คดีการเมืองสำคัญ ใกล้จะตัดเชือกไม่ว่าจะเป็น คดีรับจำนำข้าว ที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องฝ่าฟันชะตากรรมชนิดหลังชนฝา คดีการสลายการชุมนุมทางการเมือง ที่มีอดีตนายกฯตกเป็นจำเลยในคดีถึง 2 คนด้วยกัน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ สมชาย วงศ์-สวัสดิ์ ต้องรอลุ้นคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในเร็วๆนี้

อีกปัจจัยจากการปั่นราคาของนักการเมืองและพรรคการเมือง ที่ตั้งความหวังไว้กับกติกาใหม่ พรรคการเมืองใหม่และโอกาสใหม่ๆ ที่มีทั้งขาประจำและขาจร ประเทศเลยไม่ค่อยพัฒนา

เป็นข่าวใหญ่โต หลังจากที่ ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นักการเมืองจากค่ายประชาธิปัตย์ ฟ้อง ท่าอากาศยานไทยและกลุ่มบริษัท
คิง เพาเวอร์ อ้างว่าทำให้รัฐเสียหายกว่า 14,000 ล้านบาท และยังขอให้มีคำสั่งศาลริบทรัพย์อีกกว่า 4,000 ล้านบาท

กรณีนี้อยากให้สังคมพิจารณาให้ดี วิธีการฟ้องร้องของ ชาญชัย ที่มุ่งมั่นกับ คิง เพาเวอร์ มาโดยตลอด อ้างชื่อคนสำคัญหลายคนรวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นพยานด้วย ทำนองว่า การท่าอากาศยานไทยฮั้วกับคิง เพาเวอร์ในการดำเนินธุรกิจดิวตี้ฟรีในท่า-อากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่ถูกต้องตามกฎหมายมีมาหลายระลอก บางกรณีศาลมีคำวินิจฉัยไปแล้ว ก็พยายามจะหาเหตุผลในการจับผิดอยู่เรื่อยๆ

ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมาเรื่องราวของ คิง เพาเวอร์กับสนามบินสุวรรณภูมิ ถูกจุดพลุมาเป็นระยะๆ หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2549 มีชื่อของ ชาญชัย เข้าไปเป็นคณะทำงานที่ต้องการเข้าไปตรวจสอบการบริหารงานดิวตี้ฟรีในสนามบิน มีนายทหารหลายคนที่มาจากการยึดอำนาจในยุคนั้นเป็นที่คุ้นชื่อกันดี อาทิ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ในที่สุดแล้วไม่สามารถที่จะฉีกสัญญาระหว่างการท่าอากาศยานกับคิง เพาเวอร์ได้

กลายเป็นรายการเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดไปฉิบ

หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ชาญชัย กลับมาเป็นอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอแนะมาตรการและกลไกการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของ สปท. ที่มี พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป เป็นประธานอีกครั้ง นำเรื่องระหว่างการท่าอากาศยานกับคิง เพาเวอร์มาฉายอีกรอบ

ดึงเอา องค์กรอิสระ ที่เคยมีข่าวไม่ค่อยชอบมาพากล เข้ามาร่วมขบวนการตามล้างตามเช็ดคิง เพาเวอร์ด้วย ถ้าจำกันได้สมัยหนึ่ง ชาญชัย เองก็ต้องเจอกับปัญหาคุณสมบัติส่วนตัวและถูกคำสั่งศาลให้พ้นจากสมาชิกภาพของ ส.ส. ช่วงนั้นเป็นข่าวโด่งดัง

ที่น่าสังเกตคือมีสื่อบางประเภทรับลูกพยายามประโคมข่าวอีกกระทอกจนกลายเป็นขาประจำ ซึ่งวงในก็พอจะรู้กันอยู่ และนี่คือตัวอย่างของ วัฏจักรวิกฤติการเมืองไทย ใช้โอกาสทางการเมือง ใช้สื่อเป็นกระบอกเสียง ใช้ช่องว่างของกฎหมายเขย่าติ้วจนบรรยากาศของบ้านเมืองอึมครึม เศรษฐกิจการลงทุนขาดความเชื่อมั่น ถ้าการเมืองไทยยังตกอยู่ในสภาพนี้ ประเทศไทยก็ไม่ต่างอะไรจากกบในกะลาครอบ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th