วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัญญาณที่ดีปฏิรูปตำรวจ

36 อรหันต์ปฏิรูป ตร. ชงสูตร 2–3–4 สู่เป้าหมายเริ่มเดินหน้าอย่างเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เรียกประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจพร้อมกับรองนายกฯอีก 2 ท่าน

นายกฯได้ให้แนวทางที่เป็นประเด็นเอาไว้ 3 ประเด็น

1. ประเด็นที่เกี่ยวกับองค์กรให้ไปพิจารณาว่า สตช.ต้องสังกัดที่ใด จะอยู่ที่เดิม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย ขึ้นอยู่กับจังหวัด หรือตั้งเป็นกระทรวงให้ไปคิดในแง่โครงสร้าง

ตำรวจป่าไม้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจรถไฟ จะอยู่ที่เดิมหรือย้ายไปไหน

2. ประเด็นที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมให้ไปพิจารณาอำนาจสอบสวนจะคงอยู่อย่างเดิม หรือจะแยกหรือคงอยู่อย่างไร จะทำงานประสานกันอย่างไร

ระหว่างตำรวจ มหาดไทย อัยการ และดีเอสไอ

3. การบริหารงานบุคคลคือการแต่งตั้งโยกย้าย การคัดคนเข้ามาเป็นตำรวจจะใช้ระบบอะไร หลักสูตรนักเรียนนายร้อยเหมาะสมทันสมัยหรือไม่ การให้ตำรวจมีหรือไม่มีเครื่องแบบ การจัดสรรกำลังพลเพื่อสนับสนุนงานของตำรวจ

ระบบการแต่งตั้งโยกย้ายจะใช้ระบบอาวุโส ระบบความดีความงาม จะแบ่งสัดส่วนกันอย่างไร

สูตรการทำงานจะใช้แบบ 2-3-4 2 เดือนแรกให้คุยปัญหาทั้งหมด อ่านงานวิจัยให้หมด เพราะมีการจัดทำเอาไว้หลายชุดหลายคณะอยู่แล้ว

3 เดือนถัดไปให้ยกร่างกฎหมายกำหนดกติกาให้เสร็จ และ 4 เดือนสุดท้าย รับฟังความคิดเห็นและแต่งเติมส่วนที่บกพร่อง
ทั้งหมดจะใช้เวลา 9 เดือน เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.60

อีกทั้งยังเปิดช่องเอาไว้ด้วยว่าสิ่งใดที่ทำเสร็จก่อนให้เอาออกมาก่อน หากต้องใช้ ม.44 แก้ให้ก็พร้อมจะดำเนินการให้ หรือต้องแก้ไขกฎหมาย ออกคำสั่งนายกฯ หรือใช้กฎ ก.ตร. ก็ให้ดำเนินการไปก่อน

เป็นความชัดเจนในกรอบการทำงาน ซึ่งใช้เวลาเป็นตัวกำหนดก็น่าจะทำให้คณะกรรมการชุดนี้ทำงานได้ง่ายเข้า

จริงๆแล้วแนวคิดในการปฏิรูปนั้นหากไปพลิกรายงานจากคณะทำงานชุดต่างๆ ที่ทำเอาไว้แล้วน่าจะพอมองเห็นภาพกว้างๆชัดเจนแล้ว เพราะนอกจากเสนอแนวทางแก้ไขปัญหายังให้เหตุผล และต้นเหตุที่ชัดเจนว่าทำไมจึงนำเสนอในลักษณะนั้น

หากคณะกรรมการชุดนี้นำไปศึกษาแยกแยะว่าวิธีการอย่างใดที่จะเหมาะสม และสามารถดำเนินการได้ทันที

ที่สำคัญก็คือต้องแน่ใจจะต้องแก้ไขปัญหาได้จริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้นจะต้องกล้าที่จะผ่าตัดเพื่อให้การปฏิรูปประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม อย่างน้องก็ต้องวางให้เป็นแผนงานระยะเริ่มต้น ระยะกลาง และระยะสุดท้าย โดยใช้เงื่อนไขเวลาและการปฏิบัติที่เป็นจริงว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน

ถ้าเริ่มต้นจากแบ่งภารกิจให้ไปหน่วยงานอื่นที่รับผิดชอบโดยตรง ก็จะทำให้องค์กรเล็กลง ภารกิจลดลง การบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น

การกระจายอำนาจนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ และมีความสำคัญมาก ที่ผ่านมามีการเสนอเรื่องนี้แต่ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นจริงได้
การให้ตำรวจไปขึ้นอยู่กับจังหวัดนั้น ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่สุด แต่เบื้องต้นจะต้องค่อยทำค่อยไป อย่างน้อยน่าจะมีการทดลองเพื่อเป็นโมเดลตัวอย่าง

แม้จะมีการมองว่าตัวบุคคลที่ประกอบขึ้นเป็นคณะกรรมการชุดนี้ยังไม่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่น่าจะเป็นบุคคลที่พร้อมจะให้มีการเปลี่ยนแปลง และพร้อมที่จะกล้าเปลี่ยนแปลง

หากทำออกมาได้ดีถือว่าช่วยชาติช่วยประชาชนได้มากทีเดียว.

“สายล่อฟ้า”