บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธรรมที่ทำให้เป็นพระพุทธเจ้า

วันนี้วันหยุดชดเชย วันอาสาฬหบูชา วันประกาศ พระพุทธศาสนา ต่อชาวโลกของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมศาสดาองค์ปัจจุบันซึ่งเป็น “สัมมาสัมพุทธะ” คือเป็น พระพุทธเจ้าผู้ทรงสามารถแสดงสิ่งที่พระองค์ตรัสรู้ให้แก่ผู้อื่นให้รู้ตามได้ ซึ่งแตกต่างจาก “ปัจเจกพุทธเจ้า” แม้จะตรัสรู้ได้เอง แต่ไม่สามารถสอนหรือเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ตามได้ วันนี้ผมเลยขอชวนท่านผู้อ่านไปคุยเรื่อง “พระพุทธเจ้า” กันสักวันนะครับ

พระพุทธเจ้า ใน พระพุทธศาสนา มีอยู่ด้วยกันถึง 28 พระองค์

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงนิพนธ์ถึงเรื่องราว “พระพุทธเจ้า 28 พระองค์” ว่า มีการบันทึกไว้ในหลายพระสูตร เช่นใน พระโอวาท 3 ที่แปลความว่า การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว นี้เป็นคำสอนของ “พระพุทธะ” ทั้งหลาย คำว่า “พุทธะ” ใช้เป็นพหูพจน์ มีความหมายทั่วไปว่า “ผู้รู้ทั้งหลาย” พระพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระบรมศาสดาก็เรียกว่า “พุทธะ”

ในบางพระสูตรได้แสดงถึง พระพุทธะ อีกจำพวกหนึ่งเรียกว่า “พระปัจเจกพุทธเจ้า” แปลว่า ผู้ตรัสรู้เฉพาะตนผู้เดียว แต่ไม่
สอนผู้อื่น คงหมายความว่า ไม่สอนผู้อื่นให้ตรัสรู้ตาม หรือไม่ตั้งศาสนาขึ้น เมื่อมี ปัจเจกพระพุทธเจ้า ก็เรียกพระพุทธเจ้าที่สอนผู้อื่นว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังเช่นพระบรมศาสดาของเรา

พระพุทธเจ้า ในบทสวด สัมพุทเธ เข้าใจว่าแต่งในลังกา จะกล่าวเฉพาะ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ซึ่งมักอ้างในบทสวดในการประกอบพิธีหลายอย่างดังนี้

1.พระตัณหังกร 2.พระเมธังกร 3.พระสรณังกร 4.พระทีปังกร (รวม 4 พระองค์อุบัติในกัปหนึ่ง) 5.พระโกญฑัญญะ (เพียงพระองค์เดียวอุบัติในกัปหนึ่ง) 6.พระสุมังคละ 7.พระสุมนะ 8.พระเรวตะ 9.พระโสภิตะ (รวม 4 พระองค์อุบัติในกัปหนึ่ง) 10.พระอโนมทัสสึ 11.พระปทุมะ 12.พระนารทะ (รวม 3 พระองค์ในกัปหนึ่ง) 13.พระปทุมุตตระ (พระองค์เดียวในกัปหนึ่ง) 14.พระสุเมธะ 15.พระสุชาตะ (รวม 2 พระองค์ในกัปหนึ่ง) 16.พระปิยะทัสสึ 17.พระอัตถทัสสึ 18.พระธรรมทัสสึ (รวม 3 พระองค์ในกัปหนึ่ง) 19.พระสิทธธัตถะ (พระองค์เดียวในกัปหนึ่ง) 20.พระติสสะ 21.พระปุสสะ (รวม 2 พระองค์ในกัปหนึ่ง) 22.พระวิปัสสึ (พระองค์เดียวในกัปหนึ่ง) 23.พระสิขี 24.พระเวสสภู (รวม 2 พระองค์ในกัปหนึ่ง) 25.พระกกุสันธะ 26.พระโกนาคมนะ 27.พระกัสสปะ 28.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย (รวม 4 พระองค์อุบัติแล้วในกัปนี้)

ในกัปนี้จะมี พระพุทธเจ้า อุบัติขึ้นอีก 1 พระองค์ คือ พระเมตเตยยะ ไทยเรียกว่า พระเมตไตรย หรือ พระศรีอารยเมตไตรย แต่มักเรียกกันว่า พระศรีอารย์ ในกัปปัจจุบันนี้จะมี พระพุทธเจ้า อุบัติขึ้นถึง 5 พระองค์ รวมทั้ง พระศรีอารย์ จึงเรียกว่า ภัททกัป หรือ ภัทรกัป แปลว่า กัปเจริญ สมัยก่อนคนไทยชอบพูดถึง “ยุคพระศรีอารย์” แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ยินใครพูดถึงแล้ว

การตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า นั้นไม่ง่าย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงนิพนธ์ถึง พุทธการกธรรม หรือ ธรรมที่ทำให้เป็นพระพุทธเจ้า ว่า มี 10 ประการ แต่ผมขอไม่เล่าแบบลงลึกในรายละเอียดเพราะเนื้อที่ไม่พอ เอาสั้นๆ แค่นี้พอนะครับ
1.บำเพ็ญทาน สละบริจาคสิ่งทั้งปวง 2.บำเพ็ญศีล รักษาศีลยิ่งกว่าชีวิต 3.บำเพ็ญเนกขัมม์ การออกจากกามจากบ้านเรือน 4.บำเพ็ญปัญญา เข้าหาศึกษาไต่ถามบัณฑิต 5.บำเพ็ญวิริยะ มีความเพียรมั่นคงไม่ย่อหย่อนทุกอิริยาบถ 6.บำเพ็ญขันติ อดทนในการได้รับการยกย่องและดูหมิ่นดูแคลน 7.บำเพ็ญสัจจะ รักษาความจริง ไม่พูดเท็จทั้งรู้ 8.บำเพ็ญอธิษฐาน ตั้งใจมุ่งมั่นไม่หวั่นไหว 9.บำเพ็ญเมตตา แผ่มิตรภาพไมตรีจิต ไม่คิดโกรธอาฆาต 10.บำเพ็ญอุเบกขา วางจิตมัธยัสถ์เป็นกลาง

พุทธการกธรรม 10 ประการนี้ เรียกว่า บารมี

ใครสามารถบำเพ็ญ พุทธการกธรรม 10 ประการนี้ จนเต็มบริบูรณ์เมื่อใด ก็สำเร็จเป็น พระพุทธเจ้า เมื่อนั้น.

“ลม เปลี่ยนทิศ”