วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คำสัญญาและความหวัง

การปฏิรูปตำรวจในยุครัฐบาล คสช.เริ่มต้นแล้วอย่างเป็นทางการ หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูป 36 คน มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธาน ประกอบด้วยกรรมการจากตำรวจ 15 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน และกรรมการโดยตำแหน่ง เช่น ปลัดกระทรวงมหาดไทยอีก 5 คน

การปฏิรูปตำรวจเป็นประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งที่มีเสียงเรียกร้องจากทุกสารทิศหลังจากที่ คสช.เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ และสัญญาว่าจะปฏิรูปประเทศทุกด้าน แต่นายกรัฐมนตรีเคยพูดในทำนองว่าการปฏิรูปตำรวจให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลหน้า แต่ต่อมากลับตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ เนื่องจากรัฐธรรมนูญบังคับว่าต้องดำเนินการ

แม้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจจะมาจากบรรดาผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสาขา ทั้งตำรวจ ทหาร พลเรือน และนักวิชาการ แต่หลายฝ่ายไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าเต็มที่หรือไม่ ประธานคณะกรรมการประกาศว่า จะพลิกโฉมวงการตำรวจให้ดีขึ้นได้ ขอ
รับรองว่าไม่มีการเกรงใจใคร จะทำงานอย่างกองทัพคือช่วยกันคิดเรื่องการปฏิรูปตำรวจมีคนศึกษาไว้มากมาย

คณะกรรมการมีเวลาประมาณ 9 เดือนที่จะศึกษางาน ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ จากนั้นต้องยกร่างเป็นกฎหมาย และรับฟังความคิดเห็นประชาชน แต่จะต้องยึดตามกรอบของรัฐธรรมนูญ คือปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญา ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตำรวจและการบริหารงานบุคคลตามระบบคุณธรรม ในการแต่งตั้งโยกย้าย

แต่กฎหมายกับความเป็นจริงอาจจะกลายเป็นคนละเรื่อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวศ อดีต ผบ.ตร.พูดผ่านรายการ
“ถามตรง” โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร ทางไทยรัฐทีวี ว่ามีการแบ่งโควตากันครึ่งต่อครึ่งในการแต่งตั้งนายตำรวจ ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายตำรวจ แม้แต่ในปัจจุบันที่ไม่มีนักการเมืองก็ยังใช้ระบบนั้นอยู่ กฎหมายแก้ปัญหาแบบนี้ได้หรือไม่?

เรื่องที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุดจากการปฏิรูปตำรวจ คือ ขอให้ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความเป็นธรรมอย่างเสมอหน้าไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างคนจนกับผู้มีอำนาจ และไม่อยากให้เป็นดังรายงานขององค์กรความโปร่งใสนานาชาติที่ระบุว่าในเอเชียหลายประเทศ รวมทั้งอินเดีย เวียดนามและไทย ประชาชนถูกบีบให้จ่ายสินบนหรือรีดไถ โดยเจ้าหน้าที่รัฐ

คนไทยคงจะไม่ถึงกับตั้งความหวังไว้อย่างเลิศเลอ อยากเห็นวงการตำรวจบริสุทธิ์สะอาด ไร้ราคี ปฏิบัติต่อประชาชนหรือ “บริการเสมือนญาติ” ตามคำขวัญของอดีต ผบ.ตร.ท่านหนึ่ง หวังเพียงแต่ว่าการปฏิรูปตำรวจขั้นต้นนี้จะเป็นไปตามกรอบ
ของรัฐธรรมนูญ คือปรับปรุงงานสอบสวน และการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตามอาวุโสและความสามารถ.