วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

60 วันต้องเสร็จ เงินทอน12วัด! ผอ.พศ.-ขีดเส้น ปัดม.44 ฟันขรก.

พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

“ผอ.พศ.” ยันกรณีตรวจสอบ เงินทอน 12 วัดต้องเสร็จภายใน 60 วัน แถมตั้งคณะกรรมการฯ อีกชุด ทำหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับงบฯอุดหนุนวัดทุกเรื่อง มั่นใจขั้นตอนปกติยังใช้ได้ ไม่ต้องใช้ ม.44 โยกย้ายผู้บริหาร พศ.ที่มีชื่อเอี่ยวทุจริต โต้ไม่รู้เรื่องพุทธะอิสระเอาข้อมูลงบฯอุดหนุนวัดไปแฉในเฟซบุ๊กส่วนตัว โฆษกสำนักนายกฯยัน ทุจริตเงินวัดต้องจัดการเด็ดขาดตามนโยบายรัฐบาล

กรณีกองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดยุทธการปราบโกงวัดที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ ป.ป.ช.ไปแล้วชุดหนึ่ง และกำลังดำเนินการขยายผลผู้เกี่ยวข้อง หลังตรวจพบเบื้องต้นว่า มีวัดที่ร่วมทุจริตจำนวนมาก สร้างความเสียหายแก่รัฐถึง 60.5 ล้านบาท คดีนี้พนักงานสอบสวนปปป.เตรียมนำกฎหมายฟอกเงินมาดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำความผิดทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลธรรมดา ขณะที่เรื่องเก่ายังตรวจสอบไม่เสร็จ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดประเด็นการตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาทั่วประเทศขึ้นมาอีกตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 ก.ค. พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ในส่วนของการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีเงินบูรณปฏิสังขรณ์วัด กำหนดให้เวลาคณะกรรมการ สืบสวนข้อเท็จจริงดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้ง 12 วัด ตามข้อมูลของ บก.ปปป.ภายใน 60 วัน ขณะเดียวกันตนยังตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาอีกชุด เพื่อทำหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับงบประมาณอุดหนุนวัดทุกเรื่อง เพื่อดูว่ามีความผิดปกติในส่วนไหนบ้าง หากพบอะไรให้รายงานมาทันที

“ส่วนกรณีขณะนี้พูดถึงการนำมาตรา 44 มาใช้พิจารณาโยกย้ายตำแหน่งผู้บริหาร พศ. ที่มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องเงินทอนงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัด ต้องให้ผู้ใหญ่เป็นผู้พิจารณาดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ผมยืนยันว่า กฎหมายตามขั้นตอนปกติยังสามารถใช้ได้ แต่จำเป็นต้องให้เวลาดำเนินการ ส่วนทางพระ พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม นำข้อมูลงบประมาณอุดหนุนวัดมาเผยแพร่ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ไม่ทราบว่าท่านไปได้ข้อมูลมาอย่างไร แต่ผมไม่ได้ให้ข้อมูลไปแน่นอน และจะต้องตรวจสอบต่อไป” ผอ.พศ.กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระพุทธะอิสระนำข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณอุดหนุนวัด มาเผยแพร่ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อว่า “หลวงปู่พุทธะอิสระ” ขอให้ตำรวจ ปปป.ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลที่นำมาเผยแพร่ระบุวันที่โอนงบฯ จำนวนงบฯ และชื่อวัด มีชื่อวัดสำคัญๆ เช่น วัดสระเกศ วัดเทพศิรินทร์ วัดสามพระยา วัด กวิศราราม จ.ลพบุรี วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี วัดราชสิทธาราม วัดไชยชุมพลชนะสงคราม จ.กาญจนบุรี วัดชัยชนะสงคราม วัดศรีสุดาราม วัดเครือวัลย์ วัด ท่าตอน จ.เชียงใหม่ วัดอาวุธวิกสิตาราม วัดตากฟ้า จ.นครสวรรค์ วัดเทวราชกุญชร วัดสุทัศนเทพวราราม วัดอรุณราชวราราม วัดตรีทศเทพ วัดราชโอรสาราม วัดสัมพันธวงศ์ วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

ด้านความคืบหน้าพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ได้รับคำสั่งให้นำกำลังเดินหน้าลงพื้นที่ตรวจสอบวัดต่างๆทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผู้ควบคุมการปฏิบัติมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการกับผู้ต้องหาและส่งข้อมูลวัดที่อยู่ในข่ายกระทำความผิดเพิ่มเติมให้กับ ป.ป.ช.ได้แน่นอน ส่วนข้อมูลเดิมที่ ปปป.เคยส่งให้ ป.ป.ช.ไปแล้ว 12 วัด ขณะนี้คณะอนุกรรมการของ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างพิจารณา และสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องช่วยกันนำหลักฐานต่างๆมาประกอบสำนวนให้รัดกุมและแน่นหนาขึ้น จากนั้น ป.ป.ช.จะส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาตามฐานความผิดที่ผู้ต้องหาเครือข่ายงาบเงินทอนวัดร่วมกันสร้างความเสียหายต่อไป

ส่วน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เชิญชวนพุทธศาสนิกชน ทำบุญ รักษาศีล ฟังธรรม ละเว้นจากอบายมุขทั้งปวง ในโอกาสวันอาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา พร้อมระบุถึงข่าวคราวการทุจริตเงินอุดหนุนวัดว่า เชื่อว่าพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ยังคงเลื่อมใสศรัทธาในหลักธรรมของพระพุทธศาสนา การทุจริตเป็นเรื่องของบุคคลเป็นเพียงส่วนน้อย สั่งการผ่านรองนายกฯและ รมต.ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้เร่งตรวจสอบ หากพบการทุจริตจริง และมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล