วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ราชทัณฑ์เอาอยู่! รับแก๊ง 'ยันหว่าง' ถ้าไม่เลิกซ่าอาละวาด เจอตีตรวน-ขังเดี่ยว

ผบ.เรือนจำพิเศษจังหวัดมีนบุรี ยังไม่ได้รับรายงาน 4 โจ๋แก๊งยันหว่างเข้ามาก่อปัญหาความวุ่นวายในเรือนจำ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ชี้ หากฝ่าฝืนระเบียบก่อเหตุวิวาท อาจถูกลงโทษขังเดี่ยวหรือตีตรวน ด้านตำรวจยันหากสอบพยานพบความผิดอีกจะแจ้งข้อหาเพิ่ม เบื้องต้นยังระบุไม่ได้ใครทำร้ายนายโสภณ ต้องรอผลการพิสูจน์

จากเหตุความวุ่นวายบน สน.สายไหม หลังแก๊งยันหว่าง นำโดยนายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี นายสิทธิชัย โสลุน อายุ 24 ปี นายรัตนเทพ ชัยปราณีเดช อายุ 21 ปี และนายปกรณ์ ชูวงศ์ อายุ 24 ปี ก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 17 แขวงท่าแร้ง เขตสายไหม และทำร้ายร่างกาย ด.ต.ธวัช สายเสมา สายตรวจ สน.สายไหม ที่เข้ามาระงับเหตุ หลังถูกจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาในอาการเมาสุรา ยังอาละวาดทำลายข้าวของบนโรงพัก โดยเมื่อวันที่ 7 ก.ค. พนักงานสอบสวน สน.สายไหม นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ฝากขังศาลจังหวัดมีนบุรี ก่อนนำตัวฝากขังเรือนจำพิเศษมีนบุรี ช่วงเย็นวันเดียวกัน

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ก.ค. นายสมภพ สังคุตแก้ว ผบ.เรือนจำพิเศษมีนบุรี กล่าวว่า หลังควบคุมตัวผู้ต้องหาเข้ามาเรือนจำ ยังไม่ได้รับรายงานว่าก่อปัญหาใดๆ ผู้ต้องขังใหม่จะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป คือ ตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพ และทำประวัติ ในขั้นตอนการรับตัวเจ้าหน้าที่จะแนะนำวิธีปฏิบัติตัวในเรือนจำ คาดว่าผู้ต้องขังใหม่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำได้

ด้านนายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าผู้ต้องขังเข้าใหม่กลุ่มดังกล่าว เข้าไปสร้างปัญหาหรือก่อความวุ่นวายในเรือนจำ โดยทั่วไปผู้ต้องขังที่มีพฤติกรรมกร้าวร้าว เมื่อถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจะไม่แสดงออกถึงพฤติกรรม ที่เคยปฏิบัติในสังคมภายนอก เพราะเมื่อถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจะถูกควบคุมด้วยระเบียบวินัย หากฝ่าฝืนระเบียบก่อเหตุวิวาทจะต้องถูกลงโทษขังเดี่ยวหรือตีตรวน ตามกฎหมายแม้จะห้ามใส่ตรวนนักโทษในเรือนจำ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับนักโทษที่มีพฤติกรรมจะทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายผู้อื่น เจ้าหน้าที่สามารถตีตรวนได้

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. พ.ต.อ.ธณกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม เปิดเผยว่า ขณะนี้ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ได้ดำเนินการส่งฟ้องศาลเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน ขอให้การชั้นศาลเท่านั้น ซึ่งก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่สามารถกระทำได้ โดยทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานและทำเป็นสำนวนส่งฟ้องศาลเรียบร้อยแล้ว

พ.ต.อ.ธณกรณฑ์กล่าวต่อว่า สำหรับคดีที่ญาติผู้เสียหายได้มาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายร่างกายนายโสภณ จนได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้ต้องรอการสอบปากคำนายโสภณก่อน ว่าใครเป็นผู้ทำร้ายร่างกาย จากนั้นจะดำเนินการหาพยานบุคคล พยานจากกล้องวงจรปิดหรือคลิปที่มีคนถ่ายไว้ได้ เพื่อนำมาประกอบสำนวน เจ้าหน้าที่ขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมอย่างแน่นอน ในประเด็นที่ว่าคนทำร้ายร่างกายเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ตนยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยจริงหรือไม่ ยังคงต้องพิสูจน์ทราบก่อน

ขณะที่ พ.ต.ท.นริศ ปราถนาพร รอง ผกก. (สอบสวน) สน.สายไหม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. เจ้าของปั๊มน้ำมันได้เดินทางมาแจ้งความที่ สน.สายไหม พร้อมให้การยืนยัน ถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกาย ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึงที่ปั๊ม สำหรับนายโสภณ หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนเตะตำรวจที่ปั๊มน้ำมันจริง ส่วนประเด็นการดำเนินคดีกับผู้ที่รุมทำร้ายผู้ต้องหา ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากได้คลิปเหตุการณ์มาทุกอย่างจะชัดเจน เพราะกล้องวงจรปิดของปั๊มไม่สามารถจับภาพเหตุการณ์ได้ เนื่องจากเป็นมุมอับ ส่วนหลักฐานสำคัญ คือก้นบุหรี่ อยู่ระหว่างตรวจดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันว่ากลุ่มผู้ต้องหาเข้าไปสูบบุหรี่ในปั๊ม จนทำให้ถูกตักเตือน และบานปลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาท คดีนี้ยังต้องเรียกพยานมาสอบปากคำอีกหลายปาก หากพบความผิดอีกจะแจ้งข้อหาเพิ่มในภายหลังต่อไป