บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กบี้ บินเจรจา รมว.แรงงานเมียนมา ร่วมแก้ปัญหาต่างด้าว

พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน เจรจา บิ๊กแรงงานเมียนมา ร่วมแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว โดยไทยเมียนมา ดำเนินการ 4 ข้อ จัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติบริเวณชายแดน เพื่อออก CI ให้กับแรงงานที่จะเดินทางกลับไทย

วันที่ 8 ก.ค. นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงผลการประชุม ระดับรัฐมนตรีร่วม เมียนมา-ไทย ว่า ด้วยเรื่องแรงงานเมียนมาในประเทศไทย ที่กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ว่า ฝ่ายไทยนำโดย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ได้หารือกับนายเต็ง ส่วย รมว.แรงงานตรวจคนเข้าเมืองและประชากร ของเมียนมา โดยไทยขอให้เมียนมาดำเนินการ ดังนี้

1. เร่งรัดการตรวจสัญชาติและออก CI ให้กับแรงงานเมียนมา 2. ขอให้จัดส่งแรงงานเมียนมาในกิจการต่างๆ แบบรัฐต่อรัฐ 3. ชี้แจง พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขออนุญาตทำงาน 4.ขอให้ตั้งคณะทำงานร่วมไทย-เมียนมา แก้ไขปัญหากรณีมีข้อขัดข้องเพื่อให้ทันการดำเนินการ ใน 6 เดือน ที่ชะลอโทษ โดยต้องยกระดับความร่วมมืออย่างใกล้ชิด และมีประสิทธิภาพ

โดยรองปลัดกระทรวงแรงงานตรวจคนเข้าเมืองและประชากร เมียนมา ได้รับข้อเสนอของไทย และขอให้ไทยประชาสัมพันธ์ให้แรงงานได้รับทราบข้อมูลข่าวสารการอย่างทั่วถึง พร้อมให้การคุ้มครองแรงงานให้เป็นไปตามสัญญาจ้างตามกฎหมายไทย

นายวรานนท์ กล่าวว่า เมียนมา ขอทราบข้อมูลจำนวนแรงงานเมียนมาในไทย ว่า มีจำนวนเท่าใด เพื่อประกอบการจัดเตรียมเครื่องมือ เจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ต่างๆ ในการเปิดศูนย์ให้คำปรึกษา และให้ฝ่ายไทยตรวจสอบความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว (Demand Letter) ของนายจ้างให้ตรงกับความต้องการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย รวมทั้งขอให้ตรวจสอบเอกสารแรงงานเมียนมาให้ละเอียดรอบคอบ เพื่อป้องกันการสวมรอยจ้างแรงงาน นอกจากนี้ ยังขอให้ไทย มีมาตรการรองรับแรงงานเมียนมา ที่เดินทางกลับประเทศช่วงที่ออก พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และจะเดินทางกลับเข้ามาทำงานอีกด้วย

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยขอให้เมียนมา จัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติบริเวณชายแดนเพื่อออก CI ให้กับแรงงานที่จะเดินทางกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยให้นายจ้างไปรับเข้ามา ซึ่งฝ่ายไทยจะออกวีซ่าและอนุญาตให้ทำงานต่อไป โดยเมียนมา รับในหลักการ และขอให้หารือในรายละเอียดร่วมกันเพื่อให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็ว และ รมว.แรงงาน กำชับให้ดูแลแรงงานเมียนมาให้เหมือนกับคนไทย ซึ่งการจัดระเบียบแรงงาน มีผลดีกับทั้งสองฝ่าย และปัจจุบันความร่วมมือระหว่างกันเป็นรูปธรรมมากขึ้น.