วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลี่ปมปริศนา ไฉนมะเร็งร้ายลุกลามคร่าชีวิตแหวน ฐิติมา แพทย์แนะทางรอด

สร้างความเสียใจให้คนทั้งประเทศ หลังร็อกเกอร์สาว “แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร” พยายามต่อสู้โรคมะเร็งถึง 5 ปีแต่ไม่สามารถเอาชนะได้ และจากไปอย่างสงบในวัย 54 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ก.ค. 60 เวลา 15.15 น. ณ รพ.ศิริราช
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้น ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ได้รับข้อมูลว่า “แหวน ฐิติมา” เป็นโรคมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 (ระยะสุดท้าย) แพร่กระจายลุกลามไปที่กระดูก

สำหรับทีมแพทย์ รพ.ศิริราชที่ให้การรักษา “แหวน ฐิติมา” ตั้งแต่มะเร็งร้ายเริ่มคุกคามนั้น มี 3 ท่าน คือ นายแพทย์วิทูร ชินสว่างวัฒนกุล ศัลยแพทย์ รักษามะเร็งลำไส้ นพ.วิษณุ โล่ห์สิริวัฒน์ ศัลยแพทย์ รักษามะเร็งเต้านม และ นพ.วิเชียร ศรีมุนินทร์นิมิต อายุรแพทย์ หัวหน้าสาขาวิชาเคมีบำบัด ภาควิชาอายุรศาสตร์ เป็นผู้ให้การรักษาทางยา

ไทม์ไลน์มะเร็งร้ายคืบคลานเข้าสู่ร่างกายร็อกเกอร์สาวนั้นเริ่มจากเป็นมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย มากว่า 6 ปี จนหลังรักษาครบแล้ว แต่ไม่นานก็พบว่าเป็นมะเร็งขึ้นใหม่ที่เต้านม อีกหนึ่งอวัยวะ ซึ่งเมื่อพบนั้นไม่ใช่ระยะเริ่มต้น แต่พบระยะลุกลาม ก้อนค่อนข้างใหญ่และแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองแล้ว ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเต้านม เสริมสร้างเต้านมใหม่ ให้ยาเคมีบำบัด และยาต้านมะเร็ง ซึ่งเป็นคนละแบบกันกับมะเร็งลำไส้

เพราะมะเร็งแต่ละชนิดตอบสนองกับยาแต่ละกลุ่มแตกต่างกัน หลังจากให้ยาเคมีแล้วก็รักษาต่อด้วยการให้ยาต้านฮอร์โมน เพื่อยับยั้งควบคุมการแพร่กระจายของโรค และในระหว่างที่ให้ยาต้านฮอร์โมน และยาต้านมะเร็งนั้น เชื้อก็แพร่เข้ากระดูกเชิงกราน

ผู้สื่อข่าวสอบถาม อาจารย์ นพ.วิษณุ ว่าโดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีการแพร่กระจาย จะเสียชีวิตได้อย่างไร ? 

นพ.วิษณุ เผยว่าเกิดได้จากหลายสาเหตุ และเนื่องจากว่าพอมะเร็งกระจายอยู่ในร่างกาย ก็จะส่งผลต่อระบบร่างกายหลายๆ ระบบ เช่น ภูมิคุ้มกันร่างกาย อ่อนแอลง ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย เพราะร่างกายไม่แข็งแรง อาจเกิดภาวะซีด หรือ อาจทำให้เกิด ภาวะระบบหัวใจ หายใจ และ ตับ ไต ล้มเหลวได้

จะมีวิธีสังเกตอาการอย่างไรว่าเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม

นพ.วิษณุ บอกกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใยว่าสาเหตุการเป็นมะเร็งเต้านมนั้นเกิดจากหลายปัจจัย และยังไม่มีอะไรมาป้องกันการเกิดได้ 100% เพราะฉะนั้นควรหมั่นตรวจดูแลเต้านมตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติและรักษาได้เร็วที่สุดก็อาจหายได้ หากปล่อยให้ขนาดโต หรือมีอาการถึงระยะ 3 หรือ 4 แล้ว ผลการรักษาไม่ดีนัก

“หากไม่อยากเป็นมะเร็งเต้านม ต้องใส่ใจตัวเอง หมั่นตรวจเต้านมด้วยตัวเอง หากถึงช่วงอายุที่ต้องตรวจคัดกรองก็อย่าละเลย และใส่ใจคนรอบข้าง โดยต้องรู้ว่าคนในครอบครัวใครเคยเป็นบ้าง จะได้ป้องกันและระวังตนเอง อย่าปิดบังกัน ต้องรีบบอกคนในครอบครัว เช่น บอกพี่น้อง ลูกสาว และคนอื่นในครอบครัว เพื่อให้ไปตรวจคัดกรองได้” นพ.วิษณุกล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้การตรวจว่าเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่นั้นมี 3 วิธี คือ 


1. ตรวจด้วยตัวเอง แนะนำทำตั้งแต่อายุ 20 ปี เดือนละ 1 ครั้ง โดยคลำเต้านมด้วยตัวเองว่าความนุ่ม ความแข็งเป็นอย่างไร มีน้ำผิดปกติออกจากหัวนมไหม มีแผลหรือมีก้อนที่ผิดปกติหรือไม่


2. พบแพทย์ตรวจร่างกายและประเมินความเสี่ยง หากอายุ 30-40 ปี ขึ้นไป


3. ตรวจเพิ่มเติมทางรังสีวินิจฉัย โดยปัจจุบันการตรวจแบบแมมโมแกรม หรืออัลตราซาวนด์นั้น เป็นวิธีมาตรฐาน ซึ่งขึ้นอยู่กับแพทย์พิจารณาการส่งตรวจ

คนที่เป็นมะเร็งเต้านมจะเสียชีวิตได้ ขึ้นอยู่กับระยะที่เป็น และชนิดความรุนแรงของมะเร็ง เช่น หากเป็นในระยะต้น เช่น 0 หรือ 1 โอกาสเสียชีวิตต่ำมากๆ อาจรักษาให้หายได้ แต่หากเป็นในระยะ 4 ซึ่งเป็นระยะแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น กระดูก ปอด ตับ สมอง โอกาสหายขาดยาก และโอกาสมีชีวิตอยู่ถึง 10 ปีได้เพียงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน