บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดตำนานพันปี บ้านดินหนานจิ้ง มรดกวัฒนธรรมโลก ภูมิปัญญาจีนฮกเกี้ยน

จีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมเก่าแก่ที่สุดในโลก โดยมีสิ่งมหัศจรรย์สำคัญๆถึง 50 แห่ง ที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก หนึ่งในนั้นคือ “บ้านดินถู่โหลวหนานจิ้ง” แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมอายุร่วมพันปี ในอำเภอหนานจิ้ง เมืองจางโจว มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งสร้างขึ้นจากภูมิปัญญาโบราณของชาวฮกเกี้ยน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12-20 ในยุคราชวงศ์ซ่ง, ราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง เพื่อเป็นป้อมปราการและที่อยู่อาศัย แม้จะผ่านไปศตวรรษแล้วศตวรรษเล่า แต่บ้านดินถู่โหลวก็ยังตั้งตระหง่านน่าทึ่งเหนือกาลเวลา

ด้วยความอะเมซซิ่งเกินจินตนาการ ส่งผลให้ “บ้านดินถู่โหลวหนานจิ้ง” ครองแชมป์สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญระดับ 5A ของประเทศจีน ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนทุกคนใฝ่ฝันอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต อย่างไรก็ดี สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว น่าเสียดายที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เยือนถิ่นบ้านเกิดของชาวจีนฮกเกี้ยนโพ้นทะเล

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว “วัฒนธรรมมรดกโลก บ้านดินหนานจิ้ง” และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างชาวจีนกับชาวไทย เลขาธิการพรรคฯ เขตหนานจิ้ง ฝูเจี้ยน “มร.หวาง จิ้น อู่” เดินทางมาเปิดโรดโชว์ในประเทศไทย เพื่อโปรโมตตำนานความยิ่งใหญ่ของบ้านดินถู่โหลวหนานจิ้ง พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยไปสัมผัสมรดกวัฒนธรรมโลก ซึ่งถือเป็นที่สุดแห่งความภูมิใจของชาวฮกเกี้ยน

“มร.หวาง จิ้น อู่” บอกเล่าว่า หนานจิ้งตั้งอยู่เมืองจางโจว ทางภาคใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน ใกล้กับ “เซียะเหมิน” เมืองท่าเศรษฐกิจสำคัญของจีน อำเภอนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย แต่ไฮไลต์ห้ามพลาดคือ “บ้านดินถู่โหลวหนานจิ้ง” แหล่งวัฒนธรรมมรดกโลกสำคัญ สร้างขึ้นจากภูมิปัญญาโบราณของชาวฮกเกี้ยน เพื่อเป็นป้อมปราการและบ้านพักอาศัย เฉพาะในหนานจิ้ง มีบ้านดินถู่โหลวกว่า 1,300 หลัง ตั้งกระจัดกระจายบนพื้นที่ 1,962 ตารางกิโลเมตร ในจำนวนนี้มีถึง 20 หลัง ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก ขณะที่ 57 หลัง มีอายุเก่าแก่เกิน 100 ปี ภายใต้รูปแบบเรียบง่าย บ้านดินถู่โหลวกลับน่าทึ่ง เพราะแข็งแกร่งคงทนเหนือกาลเวลา ทั้งๆที่สร้างจากดิน, ไม้, หิน และไม้ไผ่

สไตล์การสร้างบ้านดินถู่โหลวจะสร้างเป็นกลุ่มๆ โดยบ้านแต่ละหลังมีความสูงตั้งแต่ 2-5 ชั้น ลักษณะบ้านมี 2 รูปแบบ คืออาคารทรงกลมหลายชั้น และทรงเหลี่ยม แต่ส่วนใหญ่เป็นทรงกลม ทุกบ้านจะมีบ่อน้ำอยู่ตรงกลางตามหลักฮวงจุ้ย และโอบล้อมด้วยภูเขาสูง มีการทำนาขั้นบันไดและไร่ชา ตัวบ้านมีความหนาของกำแพง 1 เมตร ช่วยป้องกันพายุลมแรง และทำให้มีอากาศเย็นในฤดูร้อน ทว่าอบอุ่นในฤดูหนาว นอกจากนี้ ด้วยโครงสร้างแน่นหนายังช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหว ภายในบ้านแบ่งเป็นห้องย่อยๆขนาดเท่ากัน เพื่อให้ทุกครอบครัวได้อยู่เป็นสัดส่วน ทุกห้องสร้างหันหน้าเข้าหากัน ส่วนผนังหลังห้องเป็นกำแพงของบ้านดิน มีพื้นที่ส่วนกลางเปิดโล่งใช้ประโยชน์ร่วมกัน ชั้นบนของบ้านมีช่องระบายลมที่พร้อมเปลี่ยนเป็นหอยืนยาม และป้อมยิงสู้กับโจร มีประตูใหญ่ใช้สัญจรเข้าออกทางเดียว เหนือประตูมีรางน้ำ หากถูกโจมตีด้วยไฟ ชาวบ้านจะลำเลียงน้ำจากชั้น 2 เพื่อดับไฟ

หลายคนถามว่า บ้านดินอายุเก่าแก่หลายร้อยปีแล้วจะยังอาศัยอยู่ได้จริงไหม เลขาธิการพรรคฯยืนยันว่า ยังมีคนอาศัยอยู่จริงถึงทุกวันนี้ โดยบ้านดินที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกจะอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลจีน ส่วนบ้านดินที่ตกทอดเป็นสมบัติตระกูลเก่าแก่ ถือเป็นหน้าที่ของลูกหลานทำนุบำรุงรักษามรดกบรรพบุรุษสืบไป ปัจจุบันลูกหลานชาวจีนฮกเกี้ยนโพ้นทะเลในไทย อย่างเช่น “สกุลสีบุญเรือง” ซึ่งสืบเชื้อสายแซ่เซียว มีถิ่นบ้านเกิดอยู่ในหนานจิ้ง ก็ยังคงอนุรักษ์บ้านดินของต้นตระกูลไว้เป็นอย่างดี
สำหรับบ้านดินในตำนานที่ควรแวะเยือนที่สุดยกให้ “หมู่บ้านเถียนหลัวเคิง” หนึ่งในกลุ่มบ้านดินที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ชาวจีนเรียกขานว่า “ข้าวสี่จานซุปหนึ่งถ้วย” เพราะประกอบด้วยบ้านดินทรงกลม 4 หลัง และทรงสี่เหลี่ยม 1 หลังตั้งกึ่งกลาง แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ และวัฏจักรการกำเนิดของธาตุทั้ง 5 มองจากด้านบนเหมือนดอกเหมยฮัว สัญลักษณ์ความเข้มแข็ง มั่นคง และอุตสาหะ

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มบ้านดินเลื่องชื่อรอคอยผู้มาเยือน เช่น “หมู่บ้านถ่าเซี่ย” โดดเด่นด้วยทัศนียภาพเมืองชนบท มีลำธารใสสะอาดทอดตัวยาวคดเคี้ยวผ่านหุบเขา เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ที่นี่เป็นที่ตั้งของบ้านดิน 42 หลัง ขณะที่ “บ้านดินอี้-ชางโหล่ว” เป็นบ้านดินอายุเก่าแก่ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ในฝูเจี้ยน สร้างขึ้นในปี 1308 มีอายุ 700 ปี เป็นบ้านดินหลังเดี่ยวรูปทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 36 เมตร สูง 18.2 เมตร ภายในมี 5 ชั้น มีจำนวนห้อง 270 ห้อง และบันไดขึ้นลง 5 ทาง ในห้องครัวมีบ่อน้ำ 22 บ่อ ที่อะเมซซิ่งยิ่งกว่าคือ สร้างจากเสาไม้ลาดเอียงถึง 210 ท่อน แสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดของภูมิปัญญาท้องถิ่นโบราณ

อีกหนึ่งบ้านดินอันลือลั่นคือ “บ้านดินเหอกุ้ยโหล่ว” ตั้งอยู่บนพื้นที่แอ่งน้ำขนาด 3,000 ตารางเมตร เปรียบดั่งเรือโนอาห์ขนาดใหญ่บนพื้นแผ่นดิน เป็นบ้านดินรูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีความสูงที่สุด จึงเปี่ยมคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ทั้งด้านความสูง และความหนาของตัวกำแพง ในสัดส่วน 13 : 1 เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่จะสร้างได้เมื่อ 200 ปีก่อน ถ้าอยากให้การเดินทางสมบูรณ์แบบ ก็ต้องไม่พลาด “บ้านดินหวนเหยียนโหล่ว” สร้างในปี 1905 เป็นบ้านดินวงกลมคู่รูปทรงกลอง อนุรักษ์เป็นต้นแบบการสร้างอาคารโบราณด้วยเทคนิคกำแพงเอียงในแบบฝูเจี้ยนใต้ โดยใช้หินและดินอัดหลากหลายแบบเป็นวัสดุพื้นฐาน

ใครได้ไปสัมผัสของจริง ก็คงอุทานเหมือนสถาปนิกชื่อก้องชาวญี่ปุ่น “เคอิชิโร โมงิ” นี่มันสิ่งมหัศจรรย์จากนอกโลก หรือเห็ดยักษ์ที่ผุดขึ้นจากดินกันแน่!!