บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 09/07/60

โดย สีกาอ่าง

พระบาง เนื้อเขียว (ครก) กรุวัดดอนแก้ว ลำพูน ของ เปรม ร้านพระเครื่องพุทธศิริ.

สนามพระวิภาวดีวันนี้ ตรงกับวันเข้าพรรษาพอดี และจะไปออกพรรษา ก็ 5 ต.ค.

วันนี้ขอน้อมนำคำสอนของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มาฝากกันว่า “ไม่ควรผูกพัน ยึดเหนี่ยว กับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว หรือสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เพราะอดีตทำให้กลับมาเป็นปัจจุบัน และอนาคตกำหนดแน่นอนไม่ได้ ก็จะทุกข์เพราะไม่สมหวัง อดีตควรปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตควรปล่อยไว้ตามกาล ปัจจุบันเท่านั้นที่ทำได้ ไม่สุดวิสัยที่จะสำเร็จ”

ไปดูพระเครื่ององค์แรกที่มารับเข้าพรรษา คือ พระสมเด็จ พิมพ์เกศบัวตูม ฐานสิงห์ กรุวัดใหม่ อมตรส บางขุนพรหม

เป็นอีกพิมพ์ที่มีซ้ำกับวัดระฆังฯ ยุคก่อนแยกเล่นเป็น พิมพ์ฐานสูง ซึ่งฐานชั้นกลางจะเป็นเหลี่ยมเป็นเส้นสันสูง ฐานชั้นบนหนาใหญ่กลมมน มีเส้นแซม กับ พิมพ์ฐานเตี้ย (พระบาทยื่น) ซึ่งเส้นซุ้มด้านบนจะสอบแคบ ฐานชั้นกลางเตี้ยแบบขาสิงห์ มีทั้งที่เป็นพิมพ์วัดระฆังฯ ซึ่งจะเก็บพระบาทมิดชิดเรียบร้อย ต่างจากพิมพ์บางขุนพรหม ที่พระบาทซ้าย เป็นเส้นเนื้อแลบเฉียงยื่น ชัด มีเส้นแซมเฉพาะใต้องค์พระ อย่างองค์นี้ของ เสี่ยศุภชัย สายัณห์

เป็นพระสภาพผ่านใช้ แต่ยังสมบูรณ์ เห็นพิมพ์พระ เนื้อมวลสาร คราบกรุ ไว้ให้ศึกษาครบถ้วน ติดทำเนียบ พระแท้ดูง่าย สบายตา ซื้อขายสบายใจ

องค์ที่สอง คือ พระบาง เนื้อเขียว กรุวัดดอนแก้ว ลำพูน ๑ ในวัด ๔ มุมเมือง หรือ จตุรพุทธปราการ ที่ พระนางจามเทวี และพระฤาษีสร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.๑๒๐๕ คือ วัดพระคงฤๅษี อยู่ทิศเหนือ วัดดอนแก้ว อยู่ทิศตะวันออก วัดมหาวัน อยู่ทิศตะวันตก วัดประตูลี้ อยู่ทิศใต้

ที่วัดพระคง ยังพบรูปปั้นพระฤๅษีผู้ร่วมสร้างเมืองหริภุญไชยในซุ้มคูหา พร้อม อักษรจารึกใต้ฐานว่า สุเทวะฤๅษี รักษาเมืองทิศเหนือ สุกกทันตฤๅษี ผู้รักษาเมืองทิศใต้ สุพรหมฤๅษี รักษาเมืองทิศตะวันออก สุมมนารทะฤๅษี รักษาเมืองทิศตะวันตก

วัดดอนแก้ว ถือเป็นกรุพระหลัก ที่ค้นพบพระพิมพ์เมืองลำพูนเกือบทุกชนิด อาทิ พระเปิม พระคง พระเลี่ยง พระลือ พระบาง ฯลฯ (ยกเว้นพระรอด)

โดยเฉพาะ พระบาง ถือได้เป็นแหล่งกำเนิด ค้นพบจำนวนมากสุด เมื่อราวปี พ.ศ. ๒๔๘๔ เนื้อพระมีครบสี เหลือง น้ำตาล แดง และเขียวหินครก แบบองค์ในภาพนี้ของ เสี่ยเปรม ร้านพระ- เครื่องพุทธศิริ

องค์ที่สาม คือ พระร่วงนั่งหลังลิ่ม กรุแก่งสาระจิต อ.เมืองสุโขทัย พระกรุพระเก่าสร้างชื่ออันดับต้นๆของเมืองสุโขทัย มีชื่อเสียง โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้านหน้าเทหล่อเป็น พระนั่งปางมารวิชัย พุทธศิลปะสมัยอู่ทองยุคต้น (หน้าแก่) ตัดขอบรอบองค์

ด้านหลังเป็นแอ่งลึกลักษณะคล้ายลิ่ม ค้นพบได้ในกรุพระเมืองสุโขทัยหลายแห่งที่ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นพระที่ค้นพบครั้งแรกใน กรุวัดช้างล้อม สวรรคโลก เมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งมักมีผิวเนื้อดำสนิท เนื้อโลหะในซอกพระกรซ้ายส่วนใหญ่ทะลุ

ส่วนกรุที่พบต่อมาคือ กรุเขาพนมเพลิง กับ กรุแก่งสาระจิต ผิวพระจะมีปรอทขาวขึ้นคลุมมาก ซอกพระกรจะมีเนื้อเต็ม แบบองค์นี้ของ เสี่ยพิภู ชัยชนะกุล ที่ยังสวยสภาพเดิมที่สุด อานุภาพศักดิ์สิทธิ์ สูงสุดด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เสริมบารมี และมีผู้ยืนยันว่า ด้านมหาโชค มหาลาภ ก็มีไม่เป็นรองใคร จึงมีใบสั่งตลอดเวลา ทำให้เป็นพระหายาก ราคาหลักแสนกลางถึงปลาย

องค์ต่อไป คือ พระพุทธรูปบูชานั่ง ปางสมาธิราบ สมัยพระเจ้าปราสาททอง ยุคปลายอยุธยา พุทธศตวรรษ ๒๒-๒๓ หน้าตัก ๒๒ นิ้ว

องค์นี้ตอนแรก นึกว่าเป็น พระอยุธยายุคต้น ที่มีอิทธิพลศิลปะสืบทอดมาจากอู่ทอง ซึ่งเน้นความเรียบง่าย ยิ้มขรึม สง่างาม ไร้เครื่องทรงอลังการ แบบที่เรียกว่า ทรงเครื่องน้อย ทรงเครื่องใหญ่ เอกลักษณ์พุทธศิลป์ที่เกิดขึ้นในสมัยอยุธยายุคปลาย

แต่ เสี่ยเอก ห้วยขวาง เจ้าของพระยืนยันว่าเป็นพระศิลปะอยุธยา สมัยพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาบ เกี่ยวยุคกลางกับยุคปลาย ก็ต้องเชื่อ เพราะเจ้าของพระต้องเห็นความชัดเจนกว่า--ถือเป็นพระใหญ่ศิลปะอยุธยา ตอนปลายที่หาชมได้ยากมาก

อีกรายการ คือ พระปิลันทน์ พิมพ์เปลวเพลิง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัต) วัดระฆังฯ ที่กำลังนิยมหาใช้บูชาแทน “พระสมเด็จ” เพราะผู้สร้างเป็นศิษย์ใกล้ชิด

เชื่อกันว่า ตอนท่านสร้างพระพิมพ์นับสิบแบบ เนื้อผงสีเทา มีทั้งบรรจุกรุ และไม่บรรจุกรุ ครั้งครองสมณศักดิ์ ที่พระพุทธบาทปิลันทน์ ราวปี พ.ศ.๒๔๑๘ ท่านได้ผงพุทธคุณ ๕ ประการของ “สมเด็จฯโต” องค์พระอาจารย์ ผสมอยู่ด้วย ทำให้พระพิมพ์สกุลนี้ที่พบครั้งแรกในองค์พระเจดีย์ วัดระฆังฯ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๑ ได้รับความนิยมแสวงหามาใช้แทน “พระสมเด็จ” มาก

ราคาค่าความนิยมในพิมพ์นิยมต้นๆอย่าง พิมพ์ซุ้มประตู พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์พระปิดตา พิมพ์พระโมคคัลลาน์ สูงถึงหลักแสน ส่วน พิมพ์นิยม ในหมวดพิมพ์เล็กอย่างองค์นี้ของ พ.ต.อ.ประสาธน์ เจมะประสิทธิ์ ยังถือเป็นพระดีในดวงใจของคนทุนน้อย รสนิยมสูง ราคาหลักหมื่น

สำนักถัดไปก็ตระกูล สมเด็จ เพราะเรียก พระผงของขวัญ รุ่นแรก มีเคลือบ หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนี (สด) วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ว่า พระสมเด็จวัดปากน้ำ องค์นี้ของ เสี่ยปรีดา คูวิบูลย์ศิลป์

ดูตั้งแต่พิมพ์พระ เนื้อมวลสาร เคลือบ ลักษณะข้างขอบ อักขระเลขยันต์ด้านหลัง ก็บอกได้เลยว่าเป็นพระแท้ดูง่าย มีริ้วรอยลบเลือนเล็กน้อยให้รู้ว่าผ่านการสัมผัสใช้มาบ้าง แต่ยังสวยไม่มีส่วนใดชำรุดเสียหายแบบนี้ ขอประเมินว่า หลักแสนต้นๆ

ต่อไป คือ พระท่ามะปราง เนื้อดิน พิมพ์กลาง กรุวัดสะตือ พิษณุโลก พระพิมพ์เนื้อดิน เนื้อชิน ที่มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านคุ้มครองป้องกันภัย ถึงคงกระพันชาตรี จนในสงครามปราบเงี้ยวสมัย ร.5 ได้รับสมญานามการันตีว่า เงี้ยวทิ้งปืน วิ่งหนีทหารไทย เพราะเก่งกล้าสามารถ และพกพระกรุนี้ไปรบ

น่าเสียดายว่าพระกรุนี้ส่วนใหญ่ ที่เป็นเนื้อชิน มีสภาพผุกร่อนแทบทั้งนั้น ต่อมามีการค้นพบอีกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ กรุเจดีย์ยอดทอง กรุอรัญญิก กรุโรงทอ กรุอัฏฐารส และกรุวัดสะตือ แบบองค์ในภาพนี้ของ เสี่ยวิรัล ราชสีห์ ซึ่งเป็นพระพิมพ์เดียวกัน รวมเรียกเป็น พระท่ามะปราง เหมือนกันหมด ราคาองค์งามๆ ว่ากัน เนื้อดิน หลักหมื่น เนื้อชิน หลักแสน

รายการต่อไป เป็น พระสมเด็จ บางขุนพรหม ข้างดอกไม้ กรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส บางขุนพรหม ค้นพบโดยการลักลอบ เจาะพระเจดีย์องค์เล็ก (หลังเปิดกรุพระสมเด็จในพระเจดีย์องค์ใหญ่) โดยเข้าใจว่าเป็นพระที่ สมเด็จฯโต หรือ หลวง ปู่ภู สร้างบรรจุไว้ เพราะเป็นพระพิมพ์เนื้อผงปูนขาวมีสภาพคราบกรุใกล้เคียงกัน

แต่พอพิจารณาละเอียด ในเนื้อมวลสาร จึงเห็นความแตกต่าง ทำให้ความเชื่อเปลี่ยนไป แต่ความนิยมก็ไม่ได้ลดลง เพราะผู้นำไปใช้มีประสบการณ์ด้านเมตตา แคล้วคลาด คงกระพัน ไม่ต่าง พระสมเด็จ ซึ่งนอกจาก พิมพ์สมเด็จ ข้างดอกไม้ ของ เสี่ยสัญชัย กองโสภี นี้แล้ว ยังมี พิมพ์ปางไสยาสน์ พิมพ์สามเหลี่ยมหน้าหมอน พิมพ์ปางห้ามญาติ พิมพ์สมเด็จ ฐานคู่ และพิมพ์เจดีย์แหวกม่าน ทุกพิมพ์เป็น พระเนื้อผง ยอดนิยม ราคาหลักแสนต้น

วันนี้ มีพระใหม่ มาแนะนำกันรุ่นนึง ให้คนไปทำบุญที่วัดได้เช่าบูชากัน คือ พระกริ่งมารวย พระชัยวัฒน์ รุ่นแรก ของ วัดสมานรัตนาราม ฉะเชิงเทรา

รุ่นนี้ อดีตรองนายกฯ พินิจ จารุสมบัติ คนแปดริ้ว เป็นประธานสร้าง เมื่อเดือนเมษา เพื่อหารายได้สร้างโรงพยาบาลวัดสมานรัตนาราม ซึ่งต้องใช้งบ 700 ล้าน

ตอนเปิดตัว ก็ร่ำลือกันว่าระหว่างพิธีพุทธาภิเษก ในวันเสาร์ เดือน ๕ ก้อนเมฆเหนือพิธีก่อตัวเป็นองค์เจ้าแม่กวนอิม ทำให้ผู้ร่วมพิธีเชื่อ ถือว่ารุ่นนี้ศักดิ์สิทธิ์แน่ เทพยดาในสวรรค์ชั้นฟ้ารับรู้

พอเข้าพรรษาทางวัดก็เลยนำ พระกริ่งพระชัยฯ ที่ยังมีอีกไม่มาก ออกมาให้บูชาอีกครั้ง เป็น พระกริ่งสร้างย้อนยุค พิมพ์พระกริ่งปวเรศ มีแบบเนื้อนวะ ผิวไฟ เนื้อนวะ ปอกผิว เนื้อทองทิพย์ รมดำ และไม่รมดำ ใต้ฐานตอกโค้ดทุกองค์

พิธีพุทธาภิเษกรุ่นนี้ ยิ่งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์แปดริ้ว เพราะมีพระเกจิแห่งยุคร่วมพิธี อาทิ หลวงปู่ฟู หลวงปู่จื่อ หลวงพ่อคำบ่อหลวงพ่อเสือดำ หลวงพ่อสมบูรณ์ หลวงพ่อแป๊ะ หลวงพ่อสมชาย หลวงพ่อทวีศักดิ์ ฯลฯ

สอบถามบูชา ได้ที่วัดสมานรัตนาราม 08-5882-2690 และ 08-6415-7899

ลาไปทำบุญเข้าพรรษากันด้วยเรื่องปิดท้าย ที่ร้านอาหารในนครปฐม ซึ่งมีลูกค้าโดยเฉพาะหนุ่มๆแน่นร้านทุกวัน เพราะ เจ๊แต๋ว เจ้าของร้านวัย 38 เป็นม่าย หนุ่มน้อยใหญ่หลายคนเลยไปกินไปจีบวันละหลายรอบ

ในจำนวนนั้น มี ลุงเสน่ห์ เซียนพระท้องถิ่นวัย ๖๒ จึงถูกแซวว่า ลุงต้องใช้ฝีมืออย่างเดียว ห้ามเล่นของนะ--ลุงเหน่ หัวเราะ พยักหน้า รุ่นข้าแล้ว รับรองใช้ฝีมือกับสายตาล้วนๆ ไม่เล่นของแน่

ผ่านไปหลายเดือน “เจ๊แต้ว” เจ้าของร้าน ก็ยังไม่มีทีท่าจะเล่นกับคนไหน และดูจะสนใจชอบคุยกับ ลุงเหน่ มากกว่าคนอื่น เวลาแกสั่งอะไร ก็เสิร์ฟเอง คุยด้วยแบบหนิดหนม ถึงเนื้อถึงตัว ทั้งที่แกเอาแต่มานั่งมอง ยิ้มเฉยๆ

หนุ่มๆจึงรุมถาม ลุงเหน่ ว่ามีของดีอะไรบอกกันมั่ง จะได้หามาใช้ รับรองไม่จีบแข่ง แต่ ลุงเหน่ ทำท่ารำคาญ ตอบว่า บอกหลายครั้งแล้วว่า ไม่มีของดีอะไร

ทุกคนจึงถามว่าแล้วมาทำไมบ่อยๆ ลุงเหน่ บอกว่า ข้าอยากได้แค่ พระนางพญา ในคอเขา ไม่ได้อยากจะเอาอีเจ๊ แต่ยังไม่กล้าถามราคา แกเลยมานั่งเฝ้าทุกวัน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง