วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ออกหมายจับแล้ว! ลูกชาย'พันตรี'ตบหน้านร.ชิง จยย.ที่ตรัง

ออกหมายจับแล้ว!! ลูกชาย "พันตรี" ตบหน้าเด็กนักเรียนชิงรถ จยย.ก่อนนำรถมาจอดทิ้งไว้หน้าโรงเรียน อ้างรู้จักเจ้าของรถดี รีบนำเอารถไปแจกการ์ดงานบวช ด้านผู้เป็นแม่รีบมาพบพนักงานสอบสวน เร่งนำตัวลูกชายเข้ามอบตัว พร้อมเตรียมหลักทรัพย์ประกัน...

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Rattana Chaingtong โพสต์คลิปนักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งของ จ.ตรัง ถูกคนร้ายดักจี้รถ จยย.และได้ทำร้ายร่างกายด้วยการตบเข้าบริเวณใบหน้า 2-3 ครั้ง และไล่ให้เด็กนักเรียนทั้งสองคนเดินกลับไป ก่อนชิงรถจยย.ขับหนีหายไปกลางวันแสกๆ ท่ามกลางผู้เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก เหตุเกิดบริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ตรงข้ามร้านขายไก่ย่าง ถนนสายหนองยวน ต.ทับเที่ยงเขตเทศบาลนครตรัง ในช่วงเย็นของวันที่ 5 ก.ค.60 ที่ผ่านมานั้น จนกระทั่งมีบุคคลส่งข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กมายังเจ้าของรถว่าจะนำรถมาคืนโดยได้มีการนำรถ จยย.ยี่ห้อโซนิค สีดำ หมายเลขทะเบียน คคล 509 สงขลา มาจอดทิ้งไว้บริเวณร้านขายของชำหน้าโรงเรียนตรังคริสเตียน ต.ทับเที่ยง ในเขตเทศบาลนครตรัง แล้ว โดยทางฝ่ายผู้ปกครองเด็กผู้เสียหายไม่ยอมความ ขอเอาเรื่องถึงที่สุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเช้าวันนี้ 8 ก.ค.60 ที่ สภ.เมืองตรัง พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันสืบสวนและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงจนสืบทราบตัวคนร้าย และได้รวบรวมพยานหลักฐานจากศาลจังหวัดตรังขออนุมัติออกหมายจับ นายกฤตพร คงทุ่ง อายุ 20 ปี ลูกชายของ พ.ต.ณวภณ (ชลอ) คงทุ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ปรากฏอยู่ในคลิปสวมเสื้อสีดำ ที่ได้มีชาวบ้านถ่ายเก็บไว้ได้ ซึ่งปรากฏว่าหลังจากออกหมายจับ ทางนางจารึก คงทุ่ง ผู้เป็นแม่ พร้อมญาติของผู้ต้องหาได้ติดต่อมาเข้ามอบตัวแล้ว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นระหว่างการเตรียมหลักทรัพย์เพื่อประกันตัว

พ.ต.ท.ประเสริฐ เผยต่อไปว่า วันเกิดเหตุฝ่ายผู้ต้องหาอ้างว่ารีบร้อนเพื่อไปแจกการ์ดงานบวชที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13 ก.ค.60 ที่ศาลาประชาคม อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ส่วนในเรื่องของข้อเท็จจริงจะเป็นอุบัติเหตุหรือไม่ต้องดูข้อเท็จจริง เพราะว่าจากการสอบถามญาติว่าวันที่เกิดเหตุนั้น ผู้ต้องหารีบไปแจกการ์ดเชิญงานบวช ด้วยความรีบร้อนจึงได้เจอกับผู้เสียหายแล้วเกิดเฉี่ยวชนกัน และมีปากเสียงกัน และได้เอารถของผู้เสียหายไปด้วย โดยภายหลังได้เอารถมาคืนเจ้าของรถตัวจริงแล้ว เพราะผู้ต้องหากับเจ้าของรถตัวจริงที่เรียนอยู่โรงเรียนตรังคริสเตียนรู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว แต่วันเกิดเหตุบุคคลที่ขับรถมาไม่ได้เป็นเจ้าของรถเพียงแต่ยืมมาขับ แต่ฝ่ายผู้เสียหายยังคงติดใจเอาความอยู่ อย่างไรก็ตามจะสืบสวนไปตามขบวนการตามกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายต่อไป.