บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ออมสินเล็งขอหารือวิษณุ ย้ายบิ๊กพศ.คดีเงินทอนวัด

“ออมสิน” เผยเตรียมคุย “วิษณุ” หาวิธีโยกบิ๊ก พศ.เอี่ยวทุจริตวัด เปิดทางชุดสืบสวนคลี่คดีเงินทอนวัด อ้างไม่รู้ซึ้งเรื่องกฎหมาย พร้อมหนุนทำบัตรสมาร์ทการ์ดพระสงฆ์ เพราะจะทำให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน เช่นเดียวกับกรรมการ มส. ระบุเป็นเรื่องดี ขอให้ “ออมสิน” นำเรื่องนี้หารือกับผู้แทน มส.ในวันที่ 12 ก.ค.

กรณีกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เปิดยุทธการปราบโกงวัด ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ ป.ป.ช.ไปแล้วส่วนหนึ่ง และกำลังดำเนินการขยายผลผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งเตรียมนำกฎหมายฟอกเงินมาดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำผิดในคดีเงินทอนวัด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลธรรมดา ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ รร.รามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพฯ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงการตรวจสอบทุจริตเกี่ยวกับเงินอุดหนุนวัดของเจ้าหน้าที่ พศ.ว่า กองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) กำลังดำเนินการ ยังไม่ทราบรายละเอียดมาก ในส่วน พศ. ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้วเช่นกัน คงต้องรอให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ.รายงานความคืบหน้ามายังตนอีกครั้ง

เมื่อถามว่า สังคมตั้งข้อสังเกต เหตุใด พศ. ไม่ย้ายผู้บริหาร พศ. ที่มีชื่อเอี่ยวทุจริตเงินวัดไปไว้ที่อื่นก่อน อีกทั้ง ผอ.พศ.ยังออกมาระบุว่า ไม่รู้จะย้ายไปไว้ที่ใด ดังนั้นจะมีการใช้มาตรา 44 ดำเนินการหรือไม่ นายออมสินกล่าวว่า เรื่องโยกย้ายเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ พศ.ที่มีชื่อเกี่ยวข้อง โดยใช้มาตรา 44 หรือวิธีการใดนั้น คงต้องขอหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีอีกครั้งจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เพราะเรื่องข้อกฎหมายตนไม่ลึกซึ้ง

ส่วนเรื่องการทำบัตรสมาร์ทการ์ดสำหรับพระสงฆ์ นายออมสินกล่าวว่า เป็นการพัฒนาหนังสือสุทธิพระให้ทันสมัย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญของพระสงฆ์ เนื่องจากพบว่า หนังสือสุทธิพระไม่มีการทำข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน หนังสือสุทธิของพระสงฆ์บางรูปยังเป็นรูปสมัยเมื่อบวชใหม่ ทั้งที่บวชมาแล้วเป็นสิบปี หากมีสมาร์ทการ์ดจะทำให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน รวมทั้งจะช่วยป้องกันการปลอมบวช หนีคดีมาบวช ที่สำคัญสามารถทำให้เกิดการตรวจสอบได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ พระสงฆ์สามารถใช้งานสมาร์ทการ์ดนี้ในการติดต่อสถานที่ราชการได้ด้วย

ด้านพระพรหมเมธี กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า หากรัฐบาลจะมาดำเนินการเรื่องสมาร์ทการ์ดพระสงฆ์นับเป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่ มส.เคยเสนอไปนานมากแล้ว หากรัฐบาลจะดำเนินการ ต้องเป็นความร่วมมือกันระหว่าง มส. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยฐานข้อมูลของพระสงฆ์ที่จะเชื่อมโยงกับบัตรดังกล่าวควรจะมอบหมายให้ พศ.ดำเนินการควบคุมดูแล อย่างไรก็ตาม ขอให้รัฐบาลโดยนายออมสิน หารือกับผู้แทน มส.อีกครั้งในวันที่ 12 ก.ค.นี้ เพื่อกำหนดวิธีการที่ชัดเจนอีกครั้ง

ขณะที่พระพรหมโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการ มส. กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า นับเป็นสิ่งที่ดีที่รัฐจะเข้ามาช่วยดูแลปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยนายออมสินได้นัดพบตนและผู้แทน มส.อีก 2 รูป เพื่อหารือในรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว

มีรายงาน บก.ปปป.ระบุว่า ภายในอาทิตย์นี้ เจ้าหน้าที่ บก.ปปป. กอง 1-5 ที่ได้แยกย้ายกันไปตรวจสอบวัดต่างๆทั่วประเทศ ลอตที่ 2 จำนวน 23 แห่ง จะรายงานสรุปผลการตรวจสอบให้ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ เพื่อดูภาพรวมในการทำงานที่ผ่านมา พร้อมกำหนดทิศทางที่จะดำเนินการทำคดีเงินทอนวัดต่อไป มีรายงานด้วยว่า มีคำสั่งของผู้บังคับบัญชา บช.ก. สั่งห้ามให้เจ้าหน้าที่ บก.ปปป.เปิดเผยข้อมูลในการทำคดีเงินทอนวัดให้สื่อมวลชนทราบ เกรงว่าจะกระทบกับพระพุทธศาสนา ชื่อเสียงของพระ และความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวัดที่เข้าตรวจสอบ