วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ยันหว่าง' ซ่ายันห้องขัง หัวโจกพังข้าวของ ฉีกทิ้งสมุดสิบเวร ส่งฝากขังนอนคุก

เข้าเรือนจำแล้ว 4 ผู้ต้องหากร่าง “แก๊งยันหว่าง” ยำตำรวจสลบ หลังถูกคุมตัวฝากขังศาลจังหวัดมีนบุรี โดนอ่วม 6 ข้อหาหนัก มีปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะพ่วง แฉหัวโจกหลังถูกนำเข้าห้องขังยังไม่หายกร่าง เอะอะโวยวายลั่นโรงพักท้าตีท้าต่อยตำรวจทั้งคืน ต้องจับแยกขังคนเดียวเพราะกลัวไปทำร้ายผู้ต้องหาคดีอื่น ด้าน ผกก.สน.สายไหม เผยช่วงนี้ฝนตกวงจรปิดหน้าโรงพักขัดข้อง หลังญาติแก๊งยันหว่างขอดูภาพขณะเกิดเหตุ

จากเหตุความวุ่นวายบน สน.สายไหม หลัง “แก๊งยันหว่าง” นำโดยนายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี นายรัตนเทพ ชัยปราณีเดช อายุ 21 ปี นายปกรณ์ ชูวงค์ อายุ 24 ปี และนายสิทธิชัย โสลุน อายุ 24 ปี ถูกควบคุมตัวมาโรงพัก หลังก่อเหตุทะเลาะวิวาทในปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 17 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน และทำร้ายร่างกาย ด.ต.ธวัช สายเสมา สายตรวจ สน.สายไหม ที่เข้ามาระงับเหตุจนสลบ ก่อนขับรถหลบหนีแต่ไม่รอดถูกจับได้ทั้งหมด แต่เรื่องไม่จบ กลุ่มผู้ต้องหาที่มีอาการเมาสุรายังทำลายข้าวของบนโรงพัก ท้าตี ท้าต่อยกับตำรวจ อาสากู้ภัย และชาวบ้านย่านนั้น จนกระทั่งเกิดชุลมุนอีกครั้ง สุดท้ายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ขี่ จยย.มากว่า 40 คน เข้ารุมล้อมกรอบกระทืบจนตัวนายโสภณหัวโจกสลบเหมือดข้างโรงพัก

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ก.ค. พ.ต.อ.ธณกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้แจ้งข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 4 คนแล้วคือ ร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อสู้ และขัดขวางการจับกุมขณะปฏิบัติหน้าที่ ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน ทำให้ทรัพย์สินราชการได้รับความเสียหาย ปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การหลบหนี และแจ้งข้อหาเพิ่มแก่นายโสภณ เมาสุราหรือมึนเมาสารเสพติดอย่างอื่นแล้วขับรถ ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุชุลมุนได้บอกให้ผู้ต้องหาทั้งหมดนั่งอยู่กับที่ แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดโวยวายไม่ยอม ก่อนจะลงไปหาเรื่องกับอาสากู้ภัยที่หน้าโรงพัก จนกลายเป็นเหตุชุลมุนตามคลิปที่ปรากฏ ส่วนกรณีกล้องวงจรปิดหน้า สน.สายไหม ที่ญาติของผู้ต้องหาร้องขอ เป็นเพราะช่วงนี้มีฝนตก ทำให้กล้องวงจรปิดขัดข้องบางส่วน สำหรับกล้องวงจรปิดที่ปั๊มน้ำมัน เจ้าของปั๊มแจ้งว่าเป็นมุมอับ จับภาพขณะเกิดเหตุไม่ได้

พ.ต.อ.ธนกรณฑ์เปิดเผยต่อว่า ในส่วนที่นายโสภณโดนทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ญาติได้แจ้งความไว้แล้ว หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเรียกผู้บาดเจ็บมาสอบสวน ใครเป็นผู้ทำร้ายร่างกาย เพื่อที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี โดยคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากพยานและผู้เสียหายกลัวจะได้รับอันตราย

มีรายงานว่า ขณะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเข้าห้องขัง นายโสภณยังก่อความวุ่นวายไม่เลิก หยิบสมุดสิบเวรที่ไว้จดรายชื่อผู้ต้องหาที่หน้าห้องขังมาฉีกจนได้รับความเสียหาย พอเข้าไปในห้องควบคุมแล้วยังทำลายหลอดไฟ โถส้วม ก๊อกน้ำภายในห้อง สลับกับการตะโกนโวยวาย เขย่าซี่กรงเหล็ก ใช้เท้าถีบประตูทางเข้าห้องควบคุม ตะโกนส่งเสียงด่าทอท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอดเวลา จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปจับแยกขังอยู่คนเดียว เพราะเกรงจะไปทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาในคดีอื่น ขณะที่ผู้ต้องหาคนอื่นยังให้การปฏิเสธ และไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆ จนกระทั่งเวลา 12.00 น. ทั้งหมดถึงเปลี่ยนใจรับทราบข้อกล่าวหา

จากนั้นเวลา 15.00 น. ร.ต.อ.เมธาศิษฐ์ พัฒนะกิตติพงษ์ พนักงานสอบสวน สน.สายไหม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 10 นาย ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดขึ้นรถ นำตัวไปผัดฟ้องฝากขังครั้งแรกที่ศาลจังหวัดมีนบุรี โดยขณะเดินขึ้นรถ กลุ่มผู้ต้องหาได้ตะโกนให้สื่อมวลชนที่รอทำข่าวฟังว่า “ถูกทำร้ายก่อน” พร้อมชี้บาดแผลต่างๆตามใบหน้า

ทั้งนี้ คำร้องบรรยายฝากขังใจความสรุปว่า ตำรวจได้จับนายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี นายสิทธิชัย โสลุน อายุ 24 ปี นายรัตนเทพ ชัยปราณีเดช อายุ 21 ปี นายปกรณ์ ชูวงศ์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-4 ตามลำดับ โดยแจ้งข้อหาทั้งหมด ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางและทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน พฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. เวลา 17.05 น. ด.ต.ธวัช สายเสมา ตำรวจสายตรวจ สน.สายไหม รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทที่ปั๊มน้ำมันบางจาก สุขาภิบาล 5 แยก 7 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. เมื่อเข้าระงับเหตุ ถูกนายโสภณกับพวกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บแล้วหลบหนี พร้อมเอาโทรศัพท์ไปด้วย เพราะเห็น ด.ต.ธวัชผู้เสียหายใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวีดิโอไว้ ดังนั้นผู้ต้องหาที่ 1, 2, 3 และ 4 ได้ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายเอาโทรศัพท์ไป เป็นความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์และปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบสวนมาตลอด แต่ยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบพยานอีก 7 ปาก และรอตรวจประวัติ ขอฝากขังเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 7-18 ก.ค.60 ทั้งนี้ พฤติการณ์ของผู้ต้องหาเป็นคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์ก้าวร้าว ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เกรงว่าจะไปข่มขู่พยานและหลบหนี ขอคัดค้านการประกันตัว ต่อมาศาลได้ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ออกหมายขัง ส่งตัวไปเรือนจำพิเศษมีนบุรีต่อไป