วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทลายแก๊งปลอมทะเบียนรถ เปิดเฟซบุ๊กรับจ้างทำ 191 ก็กวาดจับได้เพียบ

กองปราบฯ จับ 5 ผู้ต้องหาแก๊ง ปลอมเอกสารคู่มือรถ แผ่นป้ายเสียภาษี และแผ่นป้ายทะเบียนปลอมรายใหญ่ ใช้วิธีเปิดเฟซบุ๊ก ชื่อ “บัญชา โคตรขำ” รับจัดทำสมุดคู่มือจดทะเบียนรถปลอม มีสมาชิกเกือบ 5 แสนราย ผู้การกองปราบฯ เผยแก๊งนี้รับทำเอกสารทุกอย่างเกี่ยวกับรถ สั่งขยายผลหาแหล่งผลิตแผ่นป้ายและแท่นพิมพ์ รวมทั้งล่าผู้ร่วมแก๊งอีก 7 ราย ที่หลบหนีอยู่ขณะนี้ ส่วนตำรวจ 191 จับผู้ต้องหา 2 คน แก๊งรับจำนำรถติดไฟแนนซ์ ยึดรถยนต์ 50 คัน รถ จยย. 49 คัน สมุดบัญชี 466 เล่ม

กองปราบฯ จับแก๊งปลอมสมุดคู่มือจดทะเบียนและแผ่นป้ายทะเบียนปลอมรายใหญ่ เปิดเฟซบุ๊ก โฆษณารับจัดทำป้ายทะเบียนปลอมครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผกก.3 บก.ป. พร้อมด้วยนายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการกองตรวจขนส่งทางบก ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาคดีปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ทั้งหมด 5 ราย ประกอบด้วย นายณัทฐ์วัฒน์ หรือต้น งามเลิศศุภร อายุ 23 ปี (หัวหน้าแก๊ง ทำหน้าที่ควบคุมสั่งการผลิต) และ น.ส.สุชาดา สูงเสริฐ อายุ 24 ปี (ดูแลการเงิน) จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 335/335 หมู่ที่ 4 หมู่บ้านพฤกษาวิลล์ ถ.หนามแดง-บางพลี ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ นายรดาการ บริบูรณ์ อายุ 24 ปี (ดูแลเฟซบุ๊กชื่อ บัญชา โคตรขำ) จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 126/29 หมู่บ้านเฟื่องฟ้าวิลล่า โครงการ 11 เฟส 1 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ นายสนธยา หรือสี่ จันทร์เพ็ญสว่าง อายุ 31 ปี (รับสวมซากรถ โอนรถผิดกฎหมาย) จับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมันซัสโก้ สาขาพหลโยธิน นายวุฒิชัย ซุ้มมหาวงศ์ อายุ 60 ปี (ทำแผ่นป้ายและสำเนาคู่มือทะเบียนปลอม) จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 1 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ พร้อมของกลาง เอกสารทางราชการปลอม สมุดเล่มทะเบียนรถปลอม ป้ายทะเบียนปลอม รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีดำ ทะเบียน 3 กย 9265 และรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์อีก 1 คัน

พล.ต.ต.สุทินกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ป. ได้จับกุมขบวนการรถแฝดสวมทะเบียน สำหรับขบวนการดังกล่าว ทำให้กรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศไทยได้รับความเสียหายอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.3 บก.ป.พร้อมชุดทำงานสืบสวนขยายผลจนกระทั่งพบข้อมูลในเฟซบุ๊ก ชื่อว่า “บัญชา โคตรขำ” เป็นเครือข่ายใหญ่ในประเทศไทย ที่รับปลอมแปลงและรับผลิตเอกสารขนส่งปลอมทุกรูปแบบ ทั้งสมุดจดทะเบียนรถ เอกสารแผ่นป้ายเสียภาษี แผ่นป้ายทะเบียนปลอม รวมทั้งสวมซากรถ นอกจากนี้ ยังพบว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวมีสมาชิกติดตามหลายแสนคน เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามสืบค้นจนทราบว่าแก๊งนี้ มีผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 12 ราย ก่อนที่จะนำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ป. ลงตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 12 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมของกลางดังกล่าว

พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ร่วมขบวนการอีก 7 ราย ประกอบด้วย นางแก้วตา หรือปู ซุ้มมหาวงศ์ นายปวริศร์ อัครชาญสิทธิ์ นายเผดิมพงษ์ เพ็งศรีทอง นายพรศักดิ์ พื้นผล น.ส.โสรญา อรรคทพันธุ์ นายชัดเจน อรรคทพันธุ์ และนายธนภัทร ซุ้มมหาวงศ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี ในส่วนนี้เชื่อว่าผู้ต้องหาแก๊งนี้น่าจะมีการสั่งพิมพ์หรือมีแท่นพิมพ์ที่ใช้ผลิตแผ่นป้ายเสียภาษีและเอกสารคู่มือจดทะเบียนปลอมด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล

ด้านนายสุกรีเปิดเผยว่า กรมการขนส่งได้รับการร้องเรียนเรื่องขบวนการรับทำทะเบียนรถปลอม โดยมีการโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก จนทำให้ประชาชนและกรมการขนส่งได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ยังได้รับการประสานจากกองปราบปรามฯ ขอความร่วมมือในการจับกุมขบวนการปลอมแปลงหรือสวมทะเบียนรถ จึงได้มีการร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลในการทำงาน จนกระทั่งสามารถจับกุมเครือข่ายดังกล่าวได้

นายสุกรีกล่าวอีกว่า อยากจะฝากเตือนประชาชนที่จะซื้อรถหรือทำธุรกรรมเกี่ยวกับรถ ให้ตรวจสอบเอกสารของรถที่จะซื้อให้ละเอียด เอกสารคู่มือรถต้องมีที่มาที่ไป รถจะต้องมีการตรวจสภาพจากสถานที่ที่กรมการขนส่งออกใบอนุญาต ในส่วนการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถ มีจุดสังเกตง่ายๆคือ จะต้องมีตรากรมการขนส่งทางบกเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. ภายในตราจะต้องมีพระมาตุลีเทพบุตรทรงเทพม้า และทุกๆ 15 ตร.ซม. บนพื้นที่ของป้ายจะต้องมีตรากรมการขนส่งด้วย

เที่ยงวันเดียวกัน ที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. และตำรวจ กก.1 บก.ทท. ได้แถลงผลยุทธการปราบปรามปั๊มป้ายปลอมครั้งที่ 3 โดยตรวจค้น 64 จุดทั่วประเทศ สามารถจับกุมนายรัฐพล เนื่องจำนง อายุ 35 ปี และนายปวริศร์ อัครชาญสิทธิ์ อายุ 23 ปี ยึดของกลางรถยนต์ 50 คัน รถ จยย. 49 คัน สมุดบัญชี 466 เล่ม บัตรกดเงินสด 420 ใบ ซากสัตว์ 4 ซาก สมุดบันทึกข้อมูล 17 เล่ม อาวุธปืน 4 กระบอก และเอกสารทางการเงินอื่นๆอีกหลายรายการ นอกจากนี้ ผลการตรวจค้นทั่วประเทศสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 17 ราย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ตำรวจ บก.สปพ. (191) ได้เข้าตรวจค้น 31 จุด มี จังหวัดกระบี่ ตาก ภูเก็ต เพชรบุรี กาฬสินธุ์ สุพรรณบุรี กรุงเทพมหานคร สุรินทร์ เชียงใหม่ และสระบุรี จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 คน คือ นายรัฐพล และนายปวริศร์ สำหรับกลุ่มรับจำนำรถติดไฟแนนซ์ดังกล่าว ส่วนใหญ่จะมีการนำรถที่รับจำนำไปชำแหละชิ้นส่วน หรือส่งขายประเทศเพื่อนบ้านและนำไปก่ออาชญากรรม และปัญหาอาชญากรรมต่างๆจะตามมา ทั้งแก๊งเงินกู้ ขบวนการทำป้ายทะเบียนปลอม ขณะนี้ได้สั่งการให้ตำรวจ 191 สืบสวนขยายผลจับผู้เกี่ยวข้องแล้ว โดยการผลิตและทำปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นแก๊งที่ทำลายเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ ปัจจุบันสถานการณ์การปลอมแปลงป้ายทะเบียนรถขณะนี้ลดลงไปมาก