วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้านธรรมดาๆ ไม่มีแอร์! สาวใหญ่โวยทำผมราคา 7,200 กูรูผมไขข้อข้องใจ แพงไปไหมราคานี้?

ช่างผมชื่อดัง ชี้ยืดผมคือยืดผม ไม่มียืดผมเป็นเซต แนะร้านเสริมสวยควรแจ้งราคากับลูกค้าก่อนลงมือ พร้อมให้ความเห็นว่า ร้านเสริมสวยในข่าว ยืดผมราคาแพงไป...

จากกรณีที่นางสุภัด นีลเซล อายุ 50 ปี เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ หลังถูกเรียกเก็บค่าทำผมจากร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งในราคา 7,200 บาท ซึ่งร้านดังกล่าว เป็นร้านเสริมสวยธรรมดา ไม่ได้อยู่ในห้าง ไม่มีแอร์ ไม่ได้หรูหรา และภายหลังจากที่ตนเดินทางกลับบ้านมาแล้วนั้น ได้เล่าเรื่องดังกล่าวให้ทางครอบครัวฟัง ทุกคนต่างบอกว่าราคาแพงเกินไป แพงกว่าร้านเสริมสวยชื่อดังในกรุงเทพฯเสียอีก ต่อมา ตนเองจึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าไม่สามารถรับแจ้งความในเรื่องนี้ได้ ต้องเดินทางไปร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แทน เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภค

โดยก่อนหน้าที่จะเข้าสู่กระบวนการทำผมนั้น นางสุภัดได้สอบถามราคาจากทางช่างเสริมสวย แต่ทางช่างเสริมสวยไม่ได้แจ้งราคา เพียงแต่บอกว่า ผมเสียมาก ไม่รู้ว่าจะต้องใช้น้ำยากี่เซต ซึ่งตอนแรกตนจะมาทำสีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ทางร้านบอกว่า ให้ยืดผมด้วยจะได้สวยยิ่งขึ้น ซึ่งตนก็คิดว่า ราคาอาจจะไม่แพงเท่าใดนัก ตนจึงตัดสินใจยืดผม และทำสีไปในคราวเดียวกัน

ด้าน นางสาวสุพิศ จันสูง อายุ 44 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย กล่าวว่า ทางนางสุภัด ถามว่าราคาเท่าไร แต่ทางตนนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ทราบว่าจะต้องใช้น้ำยาประเภทต่างๆ ปริมาณเท่าใด เนื่องจากผมของนางสุภัดนั้น มีปัญหาหนักมาก ผมเสีย แข็งเป็นก้อน และขอยืนยันว่า ราคาค่าทำผมของทางร้านตนนั้น เหมือนกับร้านเสริมสวยทั่วไป แต่สาเหตุที่ราคาค่อนข้างสูงนั้น เป็นเพราะจำนวนสระเซตหลายครั้ง ซึ่งการทำผมครั้งนี้ต้องทำการยืดถึง 3 ครั้ง ใช้น้ำยา 3 เซต โดยค่าน้ำยาต่อเซต ๆ ละ 1,500 บาท รวมเป็น 4,500 บาท ค่าทำสีอีก 2,500 บาท และค่าทำเล็บ 250 บาท รวมเป็น 7,250 บาท แต่ทางร้านได้ลดราคาให้ 50 บาท จนราคาอยู่ที่ 7,200 บาท

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้ติดต่อไปยัง ต้อม ไกรวิทย์ พุ่มสุโข ช่างผมชื่อดังของเมืองไทย ถึงข้อข้องใจที่หลายคนตั้งคำถาม “ราคาทำผมของร้านเสริมสวยดังกล่าว แพงไปหรือไม่?”

ช่างผมคนดัง กล่าวด้วยท่าทีฉงนไม่น้อยว่า “เบื้องต้น เราไม่เข้าใจว่า ยืดผม 3 ครั้งนั้น คืออะไร เพราะกระบวนการยืดผมนั้น จะเริ่มจาก 1.สระผมลูกค้าให้สะอาด (ในกรณีที่ผมอ่อนแอมาก ทางร้านอาจจะลงทรีทเมนต์ไปที่เส้นผมของลูกค้าก่อน) 2. ลงน้ำยายืด 3.ล้างออก 4.หนีบผมตรง 5.ลงน้ำยาโกรก 6.หนีบผมตรงอีกครั้งหนึ่ง"

“ในประเด็นแรก คือ กระบวนการยืดผมมีเท่านี้ ไม่มีเซตหนึ่งไปลงน้ำยาราคา 1,500 บาท เซตสองลงน้ำยาอีก 1,500 บาท แบบนี้ไม่มีหรอกค่ะ อย่างนี้ไม่มี สิ่งที่เขาทำคือกระบวนการยืดผมอยู่แล้ว ส่วนที่เป็นเซตๆ คือ เขาอาจมาเรียกของเขาเอง ยืดผมคือ ยืดผม ไม่มียืดผมเป็นเซตอะไรทั้งนั้น” ต้อม ไกรวิทย์ กล่าว

“ในประเด็นที่สอง คือ ร้านเสริมสวยไม่บอกราคาให้ชัดเจน และไม่ประเมินราคาเบื้องต้นให้กับลูกค้าก่อน ซึ่งการทำเช่นนี้ ถือว่าไม่ควรอย่างยิ่ง ทั้งๆ ที่อันที่จริงแล้ว ทางร้านสามารถตรวจสอบเส้นผม และแจ้งราคาให้แก่ลูกค้าก่อนที่จะทำการยืดผมได้อยู่แล้ว” ต้อม ไกรวิทย์ กล่าว

ขณะเดียวกัน การยืดผมไม่ควรทำสีผมด้วยในเวลาเดียวกัน เนื่องจากน้ำยายืดผมมีความเป็นด่างสูงมาก และถ้าเป็นกรณีการย้อมสี เพื่อปิดผมขาวด้วยแล้วนั้น โดยทั่วไปแล้ว ช่างผมจะแตะน้ำยาบริเวณโคนเท่านั้น และสารเคมีก็จะไม่ไปทำอันตรายต่อเส้นผมมากนัก

“ถ้าสภาพผมทำไม่ได้ หรือเสียหายมาก ก็ไม่ควรทำให้ลูกค้า แต่ทางร้านอาจจะแนะนำให้กับลูกค้าว่า ลูกค้าต้องทำทรีทเมนต์ก่อน และค่อยยืดทีหลัง หรือทำได้ แต่ต้องเล็มปลายผมที่มีความแห้งออก หรือทำสีได้ แต่ยืดผมไม่ได้ เพราะตามกระบวนการแล้ว ต้องยืดก่อนทำสี หากยืดก่อนทำสี สีผมจะหลุด” ต้อม ไกรวิทย์ กล่าว

ส่วนในเรื่องของราคานั้น ช่างผมคนดัง แสดงทรรศนะว่า สำหรับราคาของทางร้านนั้น อยู่ที่ตกลงกันระหว่างลูกค้าและทางร้าน ซึ่งควรตกลงกันตั้งแต่แรก โดยราคาจะขึ้นอยู่กับต้นทุนของสินค้า และแน่นอนว่าน้ำยายืดผม น้ำยาดัดผม น้ำยาย้อมสีผมนั้น จะมีราคาสูงต่ำตามคุณภาพ ดังนั้น ทางร้านก็จะทราบว่า ราคาของการทำผมนั้น จะอยู่ที่เท่าไหร่ และสามารถแจ้งราคาแก่ลูกค้าก่อนได้

“หากถามว่า กรณีนี้ ยืดผมราคา 4,500 บาทแพงไปหรือไม่นั้น อาจจะตอบได้ว่า ราคาไม่ถูกนะคะสำหรับสถานที่ของร้าน แต่จะแพงเกินไปหรือไม่ ในส่วนนี้ต้องพิจารณาจากความหนา และความยาวของลูกค้าท่านนั้นๆ ด้วย และเมื่อดูตามภาพที่ปรากฏในข่าวแล้ว ผมของลูกค้าก็ไม่ได้ยาวมาก ราคาอาจจะสูงไปนิดนึง แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าของร้านควรคุยกับลูกค้าในเรื่องของราคาให้ชัดเจนก่อนลงมือทำผมให้แก่ลูกค้าด้วย" ต้อม ไกรวิทย์ กล่าว.