วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ ชี้ ศก.ตั้งแต่ พ.ค. ขยายตัวต่อเนื่อง แต่ปากท้องปชช.ก็ไม่ละเลย

นายกฯ ชี้ ตั้งแต่ พ.ค.เศรษฐกิจส่งสัญญาณขยายตัวต่อเนื่อง นักลงทุนเชื่อมั่นขยายลงทุนในไทยเพิ่ม ขณะหนี้สินปากท้องไม่ละเลย หวังปลดเปลื้องภาระปชช. เทียบเป็นคนไข้เชื่อฟังหมอหายป่วยแน่

เมื่อเวลา 20.15 น.วันที่ 7 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า เศรษฐกิจของประเทศ ห้วงที่ผ่านมาในเดือนพ.ค. มีสัญญาณการขยายตัวต่อเนื่อง จากการส่งออก การท่องเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดเศรษฐกิจในไตรมาส 2 จะดีกว่าไตรมาสแรก รายงานผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติในไทย มีแผนจะขยายการลงทุนในประเทศไทย และเดินหน้าลงทุนในไทยตามแผนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ มีความเชื่อมโยงกันในทุกระดับ ซึ่งรัฐบาลก็ให้ความ สำคัญทั้งหมด และดำเนินมาตรการต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน โดยมุ่งหวังให้ส่ง ผลดีทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างไรก็ตาม ในส่วนหนี้สินยังเป็นปัญหาปากท้อง ที่รัฐบาลไม่อาจละเลยได้ แต่เป็นจุดหมายของแทบทุกมาตรการของรัฐบาล ในการยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อปลดเปลื้องภาระให้ประชาชนหลากหลายกลุ่ม ที่ต้องแบกรับมานาน

โดยคนไทยเป็นหนี้สินตั้งแต่อายุยังน้อย คนอายุ 30 ปีกว่าครึ่ง มีภาระหนี้สินแล้ว โดยปัญหาหนี้ครัวเรือนนี้ ถือเป็นปัญหาที่สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของประเทศของประชาชน ที่ต้องเร่งขจัดปัดเป่าโดยเร็ว และเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่รัฐบาลพยายามเดินหน้าแก้ไขมาโดยตลอด ทั้งเกษตรกรกลุ่มผู้มีรายได้น้อย อย่างมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา สำหรับลูกหนี้ จัดเจ้าหน้าที่ช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ เพื่อความเป็นธรรม และให้ธนาคารของรัฐพิจารณาสินเชื่อ แก้ไขหนี้นอกระบบ พร้อมให้ความรู้ในการจัดทำ “บัญชีครัวเรือน” อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างวินัยทางการเงินเป็น ภูมิคุ้มกัน กลุ่มสุดท้าย คือ ผู้ที่มีรายได้ประจำ แต่ยังมีภาระหนี้ล้นพ้นตัว ก็สามารถเข้าร่วมในโครงการ “คลินิกแก้หนี้” ที่มีการเปิดให้บริการแล้วในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยสรุปรัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่หามาตรการ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย หากคนไข้เชื่อฟังหมอ กินยาตามกำหนด มีวินัยปฏิบัติตามคำแนะนำ และรู้วิธีป้องกันตนเองแล้ว ไม่เพียงจะหายป่วย แต่ร่างกายและจิตใจ ก็จะแข็งแรง มีแรง มีพลัง ต่อสู้ชีวิตได้อีก

ทั้งนี้ สินค้าการเกษตรสำคัญของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยาง ปาล์ม ข้าวโพด มัน อ้อย ฯลฯ ต่อไปไม่อยากให้ทุกคนคิดว่า ราคาผลิตผลการเกษตรที่เรามีเป็นจำนวนมากนี้ จะมีโอกาสสูงขึ้นได้มากนักในอนาคต เพราะได้มีวิวัฒนาการต่างๆ มากมายในด้านอาหาร ไม่ว่า จะเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ ซึ่งสามารถจะทดแทนกันได้ ไม่จำเป็นต้องอาศัยพืชชนิดเดียว เช่นเดิม เรามีหนทางเดียวที่จะทำให้ราคาอยู่ในสภาพที่เกษตรกรไม่เดือดร้อนก็คือ การปรับตัวปลูกข้าวกับพืชอื่นๆ.