วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ มอบนโยบาย ปฏิรูป ตร. ขณะ บุญสร้าง เร่งวางหลักเกณฑ์แต่งตั้ง

นายกฯ มอบนโยบาย คกก.ปฏิรูป ด้าน "บิ๊กบุญสร้าง" เร่งงานด่วนวางหลักเกณฑ์แต่งตั้งโยกย้ายเสร็จสิ้นปี หวังการซื้อขายตำแหน่งหมดไป ตั้ง "พล.ต.อ.รุ่งโรจน์" นั่งเลขานุการ ส่วน "สมคิด" เป็นโฆษก ประชุมนัดแรก 12 ก.ค.

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 7 ก.ค.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานมอบนโยบายคณะกรรมการการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย เข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจทั้ง 36 คน ขาดเพียง 4-5 คน ที่ไม่ได้เข้าร่วม เนื่องจากได้ลาราชการไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนนายกฯ มอบนโยบาย เมื่อเวลา 13.15 น. นายวิษณุ ได้หารือนอกรอบ ร่วมกับคณะกรรมการฯ ก่อน เพื่อทำความเข้าใจถึงกรอบการทำงาน และวางระบบธุรการ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น นายวิษณุ ได้รายงานในการมอบนโยบายว่า การดำเนินการของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้ จะเป็นการปฏิรูปตำรวจ ด้านกระบวนการยุติธรรม โดยจะมีการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในวันที่ 12 ก.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) โดยสถานที่การประชุมจะหมุนเวียนตามความเหมาะสม ทั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) สำหรับผู้ทำหน้าที่เลขานุการ คือ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. และนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำหน้าที่โฆษก ส่วนงบประมาณ และค่าตอบแทนของคณะกรรมการฯ รัฐบาลรับไปหารือกับทางสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การมอบนโยบายของนายกฯ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดย นายกฯ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงบรรยากาศการมอบนโยบาย เพียงแต่ยิ้ม และยกนิ้วโป้งมือขวาให้กับสื่อมวลชน

จากนั้น เวลา 15.17 น.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานกรรมการปฏิรูปตำรวจ ร่วมแถลงข่าว โดยพล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ตนจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้สำเร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำงานแรก คือ วางหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายที่ต้องทำให้เสร็จภายในส้ินปีนี้ การซื้อขายตำแหน่งต้องหมดไป ต้องมีการกระจายอำนาจลงไปในพื้นที่ ไม่กระจุกที่ส่วนกลาง และการประชุมนัดแรกจะตั้งอนุกรรมการและคณะทำงานชุดต่างๆ และจะดึงภาคประชาชนเข้าร่วมโดยเปิดรับฟังความคิดเห็น

เมื่อถามว่า ตั้งเป้าหมายและคาดหวังการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้อย่างไร พล.อ.บุญสร้าง ตอบว่า ตนเป็นทหารได้รับมอบหน้าที่อะไรต้องทำให้ดีที่สุด ซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและในคำสั่งนายกฯ แล้ว และจะพยายามทำงานให้เสร็จล่วงหน้าให้เร็วที่สุด เพื่อมีเวลาขัดเกลา โดยการทำงานตนยึดหลายสายกลาง ถ้าเราคิดสุดโต่งก็จะหาทางสรุปยาก ทำให้ดีที่สุดเพื่อประชาชนโดยอาจไม่ที่เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย

พล.อ.บุญสร้าง ยังได้ให้สัมภาษณ์ว่า การปฏิรูปตำรวจ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆ กับตน ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ต้องทำให้เสร็จตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่จะสำเร็จหรือไม่ ถ้าเราตอบว่า สำเร็จ ต้องโอ้โห! ชั้นเลิศเลย แต่จะพอใจทุกคนมันคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่เราจะทำให้ดีที่สุด ทุกอย่างไม่มีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ตนเชื่อมั่นเมื่อดูตัวคณะกรรมการแล้ว ที่ตั้งมาคนดีๆ ทั้งนั้น เป็นคนที่ให้ความร่วมมือ และไม่ใช่คนที่มีความคิดสุดโต่ง เชื่อมั่นว่าจะทำได้ และเชื่อว่าจะพลิกโฉมวงการตำรวจให้ดีขึ้นได้ ส่วนรูปแบบการแต่งตั้งโยกย้ายคงไม่มีอะไรตายตัว โดยคณะกรรมการจะไปคิดกัน ทำงานอย่างกองทัพคือช่วยกันคิด เราคงไม่ได้ทำงานเพื่อเอาชนะ เมื่อถามว่ามีโมเดลของประเทศไว้ในใจไว้อย่างไรบ้าง

พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า เรื่องปฏิรูปตำรวจมีการศึกษาไว้มากมาย จะได้มีการสรุปให้ทุกคนรับฟัง และวันนี้มีคนหนึ่งที่รู้เรื่องตำรวจดีบอกในที่ประชุมมอบนโยบายว่าไม่มีองค์กรไหนในประเทศไทยที่มีการศึกษาเรื่องการปรับโครงสร้างจนมีข้อมูลมากที่สุดเท่า สตช.