บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘มด-ณปภัช’ แฮปปี้โตแล้วแม่เลิกตามแจ เปิดใจคบ ‘เจแปน’ จริงจังพาเจอ “ครอบครัว”

สลัดภาพแบ๊วๆ ใสๆ เป็นนางเอกสายดราม่า สำหรับ มด–ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ นางเอกสาวจาก ละคร “เพลิงรักไฟมาร” ทางช่อง 8 สร้างปรากฏการณ์ดราม่าน้ำตาแตก จนคนดูอินตามสงสารจับใจ นอกจากร้องไห้หนักจนไมเกรนแทบถามหา เรื่องนี้ สาวมด ยังมีเรื่องเจ็บตัวได้แผลฟกช้ำไม่ขาด ยิ่งปะทะอารมณ์เดือดกับรุ่นพี่อย่าง แคท-แคทรียา อิงลิช แต่ยังไม่ฮือฮาเท่าเลิฟซีนร้อนๆกับไนกี้-นิธิดล เล่นจริงจูบจริง อูย...ย เผ็ดแซ่บของแท้ งานนี้ เจแปน แฟนหนุ่มนอกวงการที่เพิ่งเปิดตัวงานรับปริญญาหมาดๆ จะว่ายังไง “คนดังนั่งคุย” เสิร์ฟจานร้อนให้ซี้ด...ด กันเลย เริ่มจาก...ก

กลับมาละครเรื่องนี้ดราม่าเจ็บตัวตลอดๆ

“เรื่องนี้ไม่เยอะเท่าเรื่องอื่นๆ เรื่องนี้จะหนักไปในทางดราม่าเยอะ เป็นบทที่ยากมากสำหรับมด ที่ผ่านมาเราก็ผ่านการเล่นดราม่ามาเยอะ แต่สำหรับ เรื่องเพลิงรักไฟมารมันเป็นดราม่าที่ลึก เพราะเป็นเรื่องครอบครัว ความรัก เราดันมาเกิดความรักไม่รู้ตัวกับพระเอก แต่เราก็เห็นว่าพระเอกสนิทสนมกับอาของเรา เลยทำให้ขัดแย้งกับตัวเอง ทำให้ซีนมีหลายอารมณ์ ซีนร้องไห้สำหรับมดไม่ใช่ซีนยาก แต่มันเยอะมาก เคยมีอยู่วันหนึ่งเราร้องไห้คนเดียว20ซีน ในหนึ่งวันเราเห็นก็ตกใจ เราก็ร้องจริงหมด ต้องมีสมาธิเยอะมาก” เรื่องนี้ความสนุกอยู่ตรงไหน “สนุกที่ตัวบท ขนาดเราเป็นคนเล่นเองนั่งอ่านบทแล้ว เรายังอยากรู้ตอนต่อไปเลย ถ้าคนดูได้ดูคงจะสนุกมากกว่านี้หลายเท่า” ถ้าให้เลือกได้อยากเล่นบทไหนในเรื่องนี้ “เลือกยาก บททุกตัวน่าเล่นหมด ตัวละครทุกตัวจะมีเหตุผลของตัวเอง เลยทำให้ตัวละครทุกตัวค่อนข้างน่าสนใจ”

ร่วมงานแคท ไนกี้ เป็นครั้งแรก

“ไม่เคยร่วมงานกันเลย แต่เป็นการร่วมงานที่สนุกมาก ตอนแรกคนจะมองว่าเราเล่นกับพี่แคท รุ่นใหญ่มากนะ เล่นกับพี่ไนกี้ พี่ไนกี้เล่นดีมาก ทุกคนพูดแบบนี้มา ในส่วนของเรา เราต้องทำการบ้านให้หนัก พอเราไปเจอ กลับไม่เครียดเลยสนุกมาก พี่ๆเค้าทำการบ้านมาอยู่แล้ว เวลาถ่ายจริงเลยทำงานด้วยกันได้ลงตัว” ความรู้สึกแรกที่เจอแคท “ พี่แคทสวยมาก หุ่นดี กลับมาดูตัวเอง ตอนนั้นเราอ้วนมาก เราเลยต้องลดน้ำหนัก พี่แคทน่ารักเป็นกันเองไม่เครียด คอยช่วยเรา พี่แคทถ้าไม่สนิทเค้าจะดูนิ่ง แต่จริงๆพี่แคทเป็นคนตลก เวลาเล่นกันเราจะขำตลอด เรื่องนี้เป็นละครดราม่าแต่บรรยากาศในกองถ่ายไม่เครียดเลย ตัวพี่ไนกี้ หรือพี่แคท และนักแสดงทุกคนเล่นมุกกันสนุกมากแต่พอถึงเวลาทำงาน ทุกคนอินทุกคนเป๊ะมาก”

มีฉากกุ๊กกิ๊กกับไนกี้เป็นยังไงบ้าง

“มดกับพี่ไนกี้กุ๊กกิ๊กกันน้อยมาก แต่การกุ๊กกิ๊กของเรามันไม่ใช่ออกมาแบบหวานๆ เป็นการกุ๊กกิ๊กแบบกวนๆกันมากกว่า จะมีเลิฟซีนน้อยมาก ถ้าเทียบกับพี่แคท พี่ไนกี้ คู่นั้นแซ่บมาก เยอะกว่าคู่เราเยอะมาก คู่พี่แคทเค้าเลิฟซีนแซ่บ แต่ของเราจะเป็นแนวหวานๆ เล่นจริงจูบจริง แตะกันเบาๆ” ระดับเราจูบจริงไม่มีปัญหา “ไม่มีปัญหาเพราะเรารู้ว่านี่คือการทำงาน” ได้ยินว่าเรื่องนี้มีอุบัติเหตุถึงขั้นเจ็บตัวบ่อยๆ “ก็มีนิดหน่อยค่ะ ซีนที่ปะทะคารม พี่แคท พี่อั๋น ทะเลาะกัน เราก็จะโดนลูกหลง ก็จะมีบ้าง โดนจริง เจ็บจริง ปกติเราก็เป็นคนซุ่มซ่ามอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องการเจ็บตัวเป็นเรื่องปกติค่ะ” ทุกคนก็ค่อนข้างเป็นห่วงเพราะเราเจ็บตัวบ่อย “ชินกับหนูเถอะค่ะ (หัวเราะ) รู้อยู่แล้วด้วยเวลาเราทำงานกองละครทีมงานช่วยเซฟอยู่แล้ว ก็ไม่ได้มานั่งกังวลว่าเราต้องเจ็บตัวถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลแน่นอน เลยทำให้เราไม่รู้สึกกลัว เป็นคนชิลๆ ไม่ได้มานั่งกังวลมาก”

ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เล่นละครแล้วเราทำอะไร

“เราก็มีงานพิธีกร อึ้งทึ่งเสียวทางช่อง 8 อยู่ ละก็พักผ่อนใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปค่ะ ทานข้าวดูหนัง ถ้าให้เรานับจริงๆ เราทำงานติดๆกันแบบไม่ได้พักเลยมานานเป็น 10 ปี ตั้งแต่เด็ก มีอยู่ปีนี้ปีเดียวที่เรารู้สึกว่าเราได้ พักจริงๆ เลยได้ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อน ได้ชดเชยในวัยเด็กที่เราขาดหายไป เราเลยรู้สึกดีที่มีระยะเวลาให้เราได้พักบ้าง แต่เราก็มีความ รู้สึกแปลกๆบ้าง เราก็ทำงานมาตลอด เราเฉยๆมากปีนึงที่เราไม่ได้เล่นละคร ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีงาน แต่เราไม่ได้มีละครแค่นั้นเอง เป็นคนคิดแง่บวกด้วย เรามองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ได้พักร่างกายบ้าง ถ้าเราใช้ร่างกายทุกวันก็ต้องมีวันนึงที่เราต้องล้ม เสียงาน เราได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ เลยกินเยอะ เราอวบขึ้น แต่เราไม่ได้ปล่อยตัวเองขนาดนั้น ไปออกกำลังกายบ้าง ดูมีน้ำมีนวลมากขึ้นกว่าปกติ พอออกกล้องเลยดูอ้วน ทำให้ดูอึ๋มขึ้น แต่เรื่องหน้าอกหน้าใจมันไม่ใช่ปัญหาของมดอยู่แล้ว มันเป็นปัญหาของคนรอบข้าง (หัวเราะ) แต่หลายคนก็เชียร์ให้ทำ (เสริมหน้าอก) ถามว่าทำได้มั้ยก็ทำได้แต่ไม่อยากทำเยอะ เรามองว่าไม่จำเป็น สมัยนี้ตัวเสริมตัวช่วยเยอะ โดนแซวจนชินค่ะ”

ช่วงหลังๆ จะเห็นเข้าวัด ปฏิบัติ ธรรมบ่อย เป็นสายบุญไปแล้ว

“ตอนนี้ก็ยังไปทำบุญอยู่เรื่อยๆ แต่หลังๆเราไม่ได้อัพรูป บางทีไปคนก็ไม่ทราบ หนูคิดว่าการทำบุญก็เป็นสิ่งที่ดีกับตัวเองอยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ชอบทำบุญ เราเลยได้ในส่วนตรงนั้นติดมาด้วย เค้าก็พาไป พอเราได้เริ่มปฏิบัติ ธรรมเราก็สบายใจขึ้น ชีวิตเราปล่อยวางมากขึ้น มีสติสมาธิมากขึ้น ดีกับตัวเองขึ้น เราเลยมองเป็นสิ่งที่ดี หลังๆไม่ลงเพราะไม่ได้กลัวคนมองสร้างภาพแต่เราแค่ไม่อยากลงเอง” คิดว่าการทำบุญส่งผลต่อเราทำให้มีงานมากขึ้นมั้ย “คิดว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เราไม่ได้มองว่าการทำบุญทำให้เรามีคนชอบมากขึ้นมีงานมากขึ้น มดมองว่าการวางตัวของเรา มากกว่าแต่สิ่งที่ได้คือมีสติสมาธิมากขึ้น”

ระยะหลังๆ ไม่ค่อยเห็นคุณแม่ไปไหนกับมดเริ่มให้ดูแลตัวเองรึปล่า

“ใช่ค่ะ แม่เริ่มปล่อยมาสักพักแล้ว เราไม่ได้เชิงยื่นเงื่อนไขกับแม่ว่าเราโตแล้ว เราดูแลตัวเอง เราก็มีการคุยในครอบครัว ว่าเราก็เริ่มโตแล้ว เค้าก็เห็นว่าเราทำงาน เราก็สามารถรับผิดชอบได้ งานช่วงหลังๆปล่อยฟรีสไตล์ แม่จะไม่ได้ตามบ่อย เราก็รู้สึกมาทำงานปกติแค่นั้นเอง แค่ต้องเรียนรู้ว่าดูแลตัวเองให้ได้ดีเหมือนตอนที่แม่เค้าดูแล” ต้องรายงานตัวตลอดมั้ย “ไม่เคยเช็กเลยมีแต่โทร.ไปบอกว่าเราทำงานเสร็จแล้วนะ เราก็รู้ว่าถ้าเค้าไม่ได้มาด้วย เค้าคงเป็นห่วง แต่เค้าก็รู้ว่าเราทำงานเลยไม่ได้โทร.มากวน ก็แค่โทร.บอกว่าเสร็จแล้วอาจไปต่อกับเพื่อนนะ”

ความรักกับหนุ่มเจแปนเป็นยังไงบ้าง

“ปกติค่ะ ก็มีคนคุยด้วย แต่ก็ไม่ได้กุ๊กกิ๊กตลอดเวลา รุ่นราวคราวเดียวกัน” งานรับปริญญาเปิดตัวแฟน “มดว่าอย่าเรียกว่าเป็นการเปิดตัวแฟนเลยดีกว่า มดมองว่าวันรับปริญญาก็เป็นอีกวันหนึ่งวันที่มีความสำคัญกับชีวิตของเรา คนที่รักเราเค้าก็มาแสดงความยินดี ดีใจกับความสำเร็จของเรา เค้าก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เอาช่อดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีกับเรา ก็ดีใจ” ความรักครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ “คบหากันมาสักพักนึงแล้ว แต่ไม่ขอบอกระยะเวลาแล้วกัน คนนี้ก็ใช้คำว่าแฟนตามนั้นแหละ คุณพ่อคุณแม่ก็รู้ไม่ได้ว่าอะไรเพราะมดเองก็โตแล้ว เค้าก็ให้เราตัดสินใจเอง คิดเอง” มีโอกาสได้เจอกับครอบครัวรึยัง “เค้าได้เจอกับที่บ้านมดแล้ว ก็โอเคนะคะ” ประทับใจอะไรในตัวเค้า “เขาเป็นคนอารมณ์ดี ออกจะตลกๆ เป็นคนที่ตั้งใจทำงาน เป็นคนเก่ง มีความคิดโต เทกแคร์เอาใจใส่ แต่ไม่ได้มาสปอยด์อะไรเรามากมาย” คนรู้แล้วว่าเป็นใคร ใช้ชีวิตลำบากกว่าเดิมมั้ย “ไม่ค่ะ เราก็ยังคงใช้ชีวิตปกติค่ะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” คนนี้เรามองถึงเรื่องอนาคต “เราไม่ใช่เด็กแล้วค่ะ เราโตแล้ว เวลาที่เราคุยหรือคบกับใครเราอยากคบกันนานๆ คุยนานๆ มันไม่ใช่ป๊อปปี้เลิฟแบบสมัยก่อน เราไม่อยากคบแล้วเลิกๆ เราอยากค่อยๆก้าวไปด้วยความมั่นคง ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่าค่ะ ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ไม่อยากรีบร้อนเรื่องนี้” ณ วันนี้คาดหวังกับความรักครั้งนี้ยังไง “มดเองไม่ได้คาดหวังอะไร เราทำวันนี้ให้ดีที่สุดแค่นั้นพอค่ะ”

คนรอบข้างทยอยแต่งงาน ตัวเราเมื่อไหร่

“เราก็คิด เราเป็นผู้หญิงก็ต้องคิดอยู่แล้ว เราก็มีความฝัน อยากแต่งงานกับคนที่เรารัก มีครอบครัวที่ดี ถ้าให้มองในความเหมาะสม ตอนนี้เรามองว่าคงยังไม่ถึงเวลา อาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะนึง ถ้าถามว่าในปีสองปี คงยังค่ะ คนนี้เพิ่งคบมาสักพักยังไม่ถึงปี ขอใช้เวลาตรงนี้ก่อน อนาคตเป็นยังไงไม่สามารถตอบได้ แต่ที่รู้ๆ คนรอบข้างทยอยแต่งงานกันไปหมดแล้ว เพื่อนมีลูกแล้ว เราไม่ค่อยชอบรับดอกไม้จากเจ้าสาวนะ เราไม่ได้ไปยืนตรงนั้นไม่ใช่เรากลัวแต่งเร็ว แต่เราคิดว่าเรายังไม่ถึงเวลา เราคิดว่าถ้าจะแต่งงานคือต้องพร้อมจริงๆ ในทุกด้าน การมีลูกไม่ใช่เรื่องง่าย เราคิดแต่พอเรามองว่าแต่งงานมีลูก ค่าใช้จ่าย เงินต่างๆมันเยอะมาก มดมองว่าการแต่งงานมันเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิต ไม่ใช่เรื่องง่าย เลยต้องคิดเยอะๆ เลยไม่รีบช้าแต่ชัวร์ดีกว่า”.

ทีมข่าวบันเทิง