วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"รังไก่ใส่ขยะ-ธนาคารปลาหางนกยูง" นวัตกรรม..สกัดโรคติดต่อ


ารเพิ่มขึ้นของประชากร การเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน นอกจากจะทำให้การบริโภคทรัพยากรธรรมชาติต่างๆเพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่ตามมาและคาดว่ากำลังจะกลายเป็นปัญหาระดับโลกก็คือ การเพิ่มขึ้นของจำนวน “ขยะ” โดยพบว่าในแต่ละปีจะมีจำนวนขยะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 2 ล้านตัน ในจำนวนนี้กว่า 26% ไม่ได้รับการกำจัดในแบบที่ถูกต้อง กลายเป็นขยะตกค้าง

และ ขยะตกค้าง นี่เอง ที่กลายมาเป็นแหล่งรังโรคสำคัญ ที่เป็นสาเหตุการเจ็บป่วยด้วยโรคทั้งระบบทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และโรคผิวหนังที่เพิ่มมากขึ้นของคนไทย

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่เมื่อเร็วๆนี้ และเผยว่า ปัญหาสำคัญของการจัดการเรื่องขยะของคนไทย คือ การไม่เข้าใจการแยกขยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถังขยะหลากสีที่ตั้งวางทั้งในเขตชุมชน เขตเมือง เขตเทศบาล

ไม่เคยมีใครตั้งคำถามว่า ทำไมจึงต้องแยกสีถังขยะให้มีหลายสี ทั้งๆที่จริงๆแล้วสีของถังขยะคือสิ่งที่บอกว่าเป็นถังสำหรับทิ้งขยะประเภทไหน เช่น ถังสีเขียว ใช้ทิ้งขยะที่ย่อยสลายได้ พวกอินทรียวัตถุต่างๆที่เน่าเปื่อยง่าย หรือที่เรียกง่ายๆว่า ขยะเปียก พวกเปลือกผลไม้ เศษอาหาร พืช ผักต่างๆ ส่วนสีเหลือง ใช้ทิ้งขยะแห้ง พวกแก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติก เศษผ้า

ถังสีน้ำเงิน หรือสีฟ้า ใช้ทิ้งขยะที่ย่อยสลายไม่ได้ หรือย่อยสลายยาก เช่น พวกถุงพลาสติกหรือกล่องโฟมที่เปื้อนเศษอาหาร และสุดท้าย ถังขยะสีแดง ใช้ทิ้งขยะที่มีอันตรายหรือขยะมีพิษต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย กระป๋องสเปรย์ กระป๋องยาฆ่าแมลง ภาชนะใส่น้ำยาทำความสะอาด ภาชนะใส่น้ำมันเครื่อง วัตถุไวไฟต่างๆ

“ในประเทศญี่ปุ่นเขาจะสอนเด็กตั้งแต่เล็กๆเลยในเรื่องเหล่านี้ คนญี่ปุ่นจะแยกขยะก่อนนำมาทิ้ง และเมื่อเทศบาลจะนำไปกำจัดก็จะแยกการกำจัดตามประเภทของขยะแต่ละชนิด รวมถึงการรีไซเคิลขยะให้กลายเป็นสิ่งที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ด้วย”

อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า จากข้อมูลของกรมควบคุมโรคพบว่า กลุ่มโรคที่มาจากขยะ 4 อันดับแรก คือ ท้องร่วง ท้องเสีย โรคภูมิแพ้ คลื่นไส้อาเจียน และปวดศีรษะ ตามลำดับ นอกนั้นก็เป็นโรคอื่นๆ เช่น โรคผิวหนัง การติดเชื้อในปอด หรือกระแสเลือด ซึ่งอาจจะมีปัจจัยอื่นๆเกี่ยวข้องด้วย

แต่ที่คาดไม่ถึงอีกโรคหนึ่งที่มีผลมาจากขยะก็คือ ไข้เลือดออก ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีผู้ป่วยแล้ว 16,790 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตสูงถึง 27 ราย...!

อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกด้วยว่า เป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์กันอย่างมากระหว่างการเกิดโรคกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนขยะ การหาวิธีลดปริมาณขยะจึงเป็นการตัดวงจรของการเกิดโรคได้ทางหนึ่ง ซึ่งในส่วนของกรมควบคุมโรคมีโครงการที่เรียกว่า อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งอย่างยั่งยืนภายใต้ระบบสุขภาพอำเภอ และตำบลจัดการสุขภาพ ซึ่งล่าสุดมีการลงพื้นที่ตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ และพบว่า ต้นตอที่สามารถจะช่วยจัดการเรื่องโรคและขยะได้ดีที่สุดคือชุมชน

“ที่ชุมชนห้วยน้ำขาวถือว่าเป็นชุมชนต้นแบบที่มีกระบวนการจัดการขยะ การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีจนสามารถลดการเกิดโรคได้ โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก จากตำบลที่เคยมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในปี 2558 จำนวน 52 ราย ลดลงเหลือ 15 รายในปี 2559 และในปี 2560 นี้ พบเพียง 6 รายเท่านั้น” คุณหมอเจษฎาบอก

“รังไก่ใส่ขยะ” หนึ่งในนวัตกรรมชุมชนง่ายๆที่เริ่มต้นได้ที่บ้าน...

ม่าแอน ลำพล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.ห้วยน้ำขาว บอกว่า รังไก่ใส่ขยะเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่นำมาใช้เพื่อรองรับขยะในครัวเรือน โดยรังไก่ทำด้วยไม้ไผ่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว และเป็นของที่ไม่ได้ใช้ จากเดิมที่เคยใช้เป็นรังให้แม่ไก่ฟักไข่ ก็นำมาประยุกต์เป็นถังขยะ ปักไว้บริเวณบ้านเพื่อรวบรวมขยะรีไซเคิลที่คัดแยกเบื้องต้นแล้ว จากนั้นกรรมการหมู่บ้านจะนำรถยนต์ไปเก็บขยะจากชุมชน แต่ก็มีบางส่วนที่ชาวบ้านนำมาบริจาคที่ธนาคารขยะของชุมชนโดยตรง จากนั้นก็จะทำการคัดแยกประเภทขยะและนำไปจำหน่ายให้กับบริษัทรับซื้อขยะ

“นอกจากจะทำให้ขยะกลายเป็นสวัสดิการของชุมชนแล้ว สิ่งที่เป็นผลพลอยได้ตามมา คือ การลดโรคติดต่อในชุมชนลงได้มาก โดยเฉพาะไข้เลือดออก เห็นได้ชัดเจนเลยว่า ในตำบลของเราแทบจะไม่มีคนป่วย มีก็น้อยมาก” ผู้ใหญ่บ้านม่าแอนบอก

และหลังจากเห็นผลชัดเจนในเรื่องของการควบคุมโรค ชุมชนห้วยน้ำขาวจึงต่อยอดด้วยการสร้างระบบการจัดการพาหะนำโรคแบบผสมผสานด้วยวิธีทางกายภาพ เช่น การเปิดน้ำหยดในอ่างน้ำ การเทน้ำในภาชนะทิ้ง การปลูกและใช้ตะไคร้หอม การรณรงค์ให้ความรู้ในกลุ่มเสี่ยง การประชาสัมพันธ์ทั้งในชุมชนและสถานศึกษา ด้านชีวภาพ ชุมชนมีการส่งเสริมการจัดตั้งธนาคารปลาหางนกยูง เพื่อแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปขยายพันธุ์เพื่อกินลูกน้ำ เกิดเป็นเครือข่ายจัดการไข้เลือดออกโดยชุมชนที่ถือว่าเป็นต้นแบบได้แห่งหนึ่งของประเทศไทย.