วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหตุผลบนความรู้สึก

กับดักความคิด ถ้าติดตรงนี้ก็ไปไม่ได้

ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไรยิ่งในโลกโซเชียลมีเดียปัจจุบันที่สามารถเผยแพร่ความคิดได้อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกระแสบานปลายไปแทบทุกเรื่อง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรหรือประเด็นอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในสังคมจะกระจายไปอย่างชนิดที่ไม่ทันตั้งตัว

หากเป็นไปในแง่ดีมีเหตุผลก็โอเค

หากเป็นไปในแง่ลบก็ต้องเหนื่อยกันหน่อย

จึงมีคำใหม่คำหนึ่งที่สะท้อนได้อย่างชัดเจนคือ “เหตุผลบนความรู้สึก” ด้วยการใช้ความรู้สึกของตัวเองมาชี้ผิดชี้ถูก ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของเหตุผลและสภาพความเป็นจริง

หลายเรื่องในปัจจุบันที่เกิดขึ้น ปรากฏว่าการดำเนินการของรัฐบาลหลายโครงการจะถูกโจมตีด้วยเหตุผลจากความรู้สึก

อย่างเช่นโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ต่างก็มีเหตุผลที่น่าจะพอรับฟังกันได้ด้วยความห่วงใย

แต่ถ้ามีการชี้แจงทำความเข้าใจให้เห็นภาพอย่างถ่องแท้และมุ่งให้เห็นว่าที่สุดแล้วไทยจะได้ประโยชน์ และสอดคล้องกับประโยชน์จะได้ร่วมกับชาติอื่นๆในอนาคต

แต่คงไม่ใช่ที่นำมาวิพากษ์วิจารณ์ทำนองว่าไทยกำลังจะถูกจีนครอบงำ ซึ่งน่าจะเป็นความรู้สึกที่ไปไกลเกินไปแล้ว

อีกเรื่องหนึ่งคือ “หอชมเมือง” ที่ ครม.ได้อนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว โดยให้เอกชนเข้ามาดำเนินการเช่าที่จากกรมธนารักษ์ซึ่งเป็นที่ดินติดริมน้ำ แต่เป็นพื้นที่ตาบอดซึ่งจะต้องมาทางน้ำเท่านั้น และจะไม่มีการประมูลแต่อย่างใด

เหตุผลก็เพราะไม่ใช่งบประมาณของรัฐบาล เป็นการดำเนินงานโดยมูลนิธิแห่งหนึ่งที่มีการบริจาคเงินและการร่วมลงทุนจากภาคเอกชน

ดังนั้น การดำเนินการต่างๆเป็นเรื่องของเอกชนที่จะไปว่ากันเอง แต่หลังจากเก็บรายได้จนไม่ขาดทุนแล้วก็จะนำเงินส่วนหนึ่งเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางสาธารณะ

“หอชมเมือง” ถือว่าเป็นหน้าตาของประเทศที่หลายประเทศใช้เป็นสัญลักษณ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญด้วย

ประเทศไทยเคยคิดกันมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสจะได้สร้างสักที

มาครั้งนี้ตั้งท่าคัดค้านกันอีกแล้ว แบบไม่ต้องทำอะไรกัน

มีผู้เชี่ยวชาญของสิงคโปร์คนหนึ่งได้วิเคราะห์เรื่องนี้เอาไว้อย่างน่าฟังด้วยการให้คำจำกัดความสั้นๆว่า ประเทศไทยติดกับดักทางความคิดหอชมเมือง

1. ถ้าให้รัฐบาลเอาภาษีมาสร้างคนค้านก็จะบอกว่าทำไมไม่ไปช่วยคนจน

2. ถ้าให้เอกชนสร้าง แต่คนค้านบอกว่าห้ามเอกชนได้ประโยชน์ แต่ให้เอกชนบริจาค

3. กรณีเปิดประมูลที่ตาบอด ก็จะบอกว่าเอื้อเอกชนให้ราคาถูก ใครจะมาประมูลสู้ราคาจะต่ำมาก

4. ถ้าไม่ประมูลก็จะบอกว่าทำไมไม่ประมูลไม่โปร่งใส

5. คนค้านบอกว่าทางเข้าไปไม่ได้ ไม่ควรสร้าง ถ้าอย่างนั้น เทพีเสรีภาพที่นิวยอร์กก็คงไม่ต้องสร้างเพราะต้องนั่งเรือไป

เรื่องแบบนี้ที่สิงคโปร์เขาคิดว่ารัฐจะต้องเอื้อเอกชน หาแรงจูงใจให้เอกชนมาลงทุนให้ประเทศ ให้เอกชนได้ประโยชน์และประเทศได้ประโยชน์คือทางที่ดีที่สุด

ถ้าคิดแต่ได้อย่างเดียวคงไม่มีใครร่วม วันนี้สิงคโปร์ต่างกับไทยตรงไหนคงบอกได้ว่าเราเอื้อ “win win” ให้ทุกคนได้เป็นสังคมแบบร่วมมือ แต่คนไทยอยากจะได้คนเดียว

ที่สำคัญก็คือ รัฐอย่างเดียวไม่สามารถแข่งกับประเทศอื่นๆได้.

“สายล่อฟ้า”