วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"พูลทรัพย์ หัตถกิจโกศล" ศิลปินอิสระ ผู้นำเสนอศิลปะผ่านงานปั้น

คนเราหากค้นพบความชอบที่แฝงอยู่ในตนเองเจอเร็วนั้น ถือเป็นเรื่องดีที่จะมีส่วนช่วยกำหนดเส้นทางเดินให้ชีวิตของตนเองได้ เพราะจะทำให้รู้วิธีการที่จะไปถึงเป้าหมายได้ไม่ยากนัก

สัปดาห์นี้ Business On My Way ขอพาไปรู้จักกับบุคคลที่เจอความชอบของตนเองได้เร็ว จนนำมาสู่อาชีพสร้างงานสร้างรายได้กับ “คุณหนุ่ม” (พูลทรัพย์ หัตถกิจโกศล) ศิลปินนักปั้นอิสระที่ค้นพบในสิ่งที่ชอบและหลงรักมาตั้งแต่วัยเด็ก นั้นก็คืองานด้านศิลปะ

คุณหนุ่มเล่าด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มว่า ตนเองสนใจและชอบวาดภาพเขียนภาพ ร่วมถึงงานปั้นดินน้ำมันมาตั้งแต่จำความได้ โดยเมื่อศึกษาจนมัธยมศึกษา 3 (ม.ศ.3) ก็ตัดสินใจสอบเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยช่างศิลป์จนจบได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และโดยความรักในงานด้านศิลปะ ผมก็ไม่ละทิ้งความรักในด้านนี้ ตัดสินใจศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งก็เลือกเรียนคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์

ตอนที่เรียนที่ศิลปากร ก็มีโอกาสได้เรียนด้านศิลปะในหลายๆแขนง ทั้งงานเขียนภาพ งานพิมพ์ งานปั้น และในที่สุดก็ค้นพบความชอบอีกครั้งว่า ตนเองชอบงานปั้นเป็นพิเศษ ซึ่งก็ไม่รอช้าที่จะเลือกวิชาเอกประติมากรรม (งานปั้น)

หลังจากเรียนจบมาชีวิตศิลปินผมก็เริ่มต้นทันที โดยมีโอกาสได้ไปช่วยงานคุณอา (สมชัย หัตถกิจโกศล) ซึ่งท่านก็เป็นศิลปินที่ชอบงานด้านศิลปะ และยังเป็นคนแรกในประเทศไทยที่นำเทคนิคการใช้ขี้ผึ้งมาใช้ในงานปั้นด้วย ซึ่งตอนนั้นคุณอาก็ทำธุรกิจโรงหล่อจึงชวนผมไปเป็นช่างปั้นประจำโรงหล่อ ซึ่งชิ้นงานส่วนใหญ่จะส่งออกต่างประเทศ

คุณหนุ่มเล่าว่า ทำงานอยู่กับคุณอาประมาณ 7 ปี ก็รู้สึกอิ่มตัว เพราะปั้นชิ้นงานในรูปแบบเดิม ซึ่งก็ขออนุญาตอาว่าจะออกมารับงานเอง เนื่องโดยความเป็นศิลปินไฟแรงในตอนนั้น ก็อยากที่จะหาอะไรที่แปลกใหม่ในงานปั้นเพื่อเสริมทักษะให้ตนเอง

“ในช่วงแรกๆที่มารับงานเอง ก็ยังไม่มีใครจ้างเท่าที่ควร เนื่องด้วยประสบการณ์ยังน้อยอยู่ ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงการ ซึ่งผมก็ไม่ย่อท้อ เป็นเพราะเราตัดสินใจที่จะเลือกเดินบนเส้นทางนี้แล้ว ก็ตั้งใจฝึกฝนฝีมือการปั้นอย่างต่อเนื่อง โดยรับงานทุกประเภทที่เกี่ยวกับด้านศิลปะ รับงานจากเพื่อนที่แบ่งงานให้ทำด้วย”

หลังจากรับงานด้านศิลปะทำอยู่ระยะหนึ่ง ก็มาค้นพบความชอบอีกว่า ตนเองชอบที่จะปั้นและมีความถนัดที่จะปั้นรูปเหมือน จึงตัดสินใจทุ่มเทฝึกฝนด้านนี้อย่างเดียว ตั้งแต่นั้นมาเวลามีงานด้านปั้นรูปเหมือน เพื่อนๆก็จะนึกถึงผมและก็จะแนะนำลูกค้าหรือส่งงานมาให้ทำ ซึ่งก็ใช้เวลาเก็บ เกี่ยวประสบการณ์ตรงนี้อยู่ 5 ปี

คุณหนุ่มเล่าต่อว่า ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสนำเสนอผลงานไปเข้าตาผู้เสพงานปั้นชิ้นหนึ่งคือ งานปั้นรูปคุณอาท่านที่ชวนผมไปทำงานที่โรงหล่อ โดยได้ปั้นรูปท่านไปวางไว้ที่งานศพ แล้วมีญาติผมท่านหนึ่งถามว่าใครปั้น จากนั้นจึงแนะนำให้ไปพบกับผู้บริหารระดับสูงกลุ่มสยามกลการซึ่งตอนนั้นตัวผู้บริหารท่านนั้นได้หาช่างปั้นรูปเหมือนคุณพ่อของเขา ซึ่งก็ได้ปั้นเป็นแบบงานพอร์ตเทรต ซึ่งก็ได้รับคำชมที่ดีว่าเหมือน อีกทั้งยังให้ปั้นรูปตัวเขาเองและภรรยาในเวลาต่อมาด้วย

หลังจากนั้นผมก็เริ่มมีผลงานปั้นออกสู่สายตาผู้คนมากขึ้น ก็มีลูกค้าที่สนใจอยากจะให้ปั้นรูปเหมือนติดต่อมาอยู่ตลอด รวมถึงการแนะนำบอกต่อจากลูกค้าที่มาใช้บริการก็มีไม่น้อย ถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะงานทุกชิ้นผมทุ่มเทและตั้งใจทำมาก ซึ่งผมมองว่างานทุกชิ้นเสมือนเป็นครูที่สอนและเสริมทักษะให้อยู่ตลอดเวลา

“ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ได้เอาค่าตอบแทนมาเป็นตัวตั้งในการทำงาน เพราะจะใช้ชีวิตยาก เวลาทำอะไรก็จะเบื่อง่าย กลับกันหากเราทำสิ่งนั้นหรืองานชิ้นนั้นด้วยใจรักและชอบที่จะทำ ก็จะรู้สึกเพลิดเพลินและมองว่าเงินที่ได้เป็นค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผล ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการทำงาน”

คุณหนุ่มเล่าว่า ความยากของการปั้นจะอยู่ที่การจับความรู้สึกของหุ่นที่จะปั้น ซึ่งช่างปั้นต้องตีโจทย์ให้ได้ว่าจะปั้นออกมาในรูปแบบไหน อาจต้องอ่านประวัติหรือถามจากคนใกล้ชิด เพื่อดึงความเป็นตัวตนของคนที่ถูกปั้นออกมาให้ได้มากที่สุด แน่นอนหากสามารถเก็บรายละเอียดในจุดนี้ได้ ก็จะทำให้รูปปั้นออกมาเสมือนมีชีวิตสื่ออารมณ์กับผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี

“สิ่งสำคัญที่ช่างปั้นขาดไม่ได้คือ ต้องทำทักษะให้พร้อมรับงานได้ในทุกแบบ โดยฝึกฝนการปั้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความชำนาญ ซึ่งอาจจะใช้เวลาฝึกที่ยาวนาน แต่เชื่อว่าเป็นการรอคอยที่คุ้มค่าในวันที่ลูกค้ามาจ้างปั้นชิ้นงาน”

สำหรับผลงาน ที่สร้างชื่อเสียงให้กับคุณหนุ่ม นอกจากการปั้นรูปบุคคลแล้ว ยังมีในส่วนของรูปปั้นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ประดิษฐาน ณ วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) จ.กาญจนบุรี, รูปปั้นหลวงพ่อเขียน ธมฺมรกฺขิตฺโต ที่วัดทุ่งเรไร จ.เพชรบูรณ์ และในช่วงเดือน ธ.ค.60 ก็จะมีผลงานองค์ใหญ่สูง 5 เมตร (รวมฐาน)ไปตั้ง ณ วัดสำนักขุนเณร จ.พิจิตร อีกด้วย รวมถึงยังมีผลงานที่เป็นความภาคภูมิใจอีกชิ้นคือ การได้มีโอกาสปั้นรูปเหมือนในหลวงรัชกาลที่ 9 กับผลงาน “ย่างก้าวแห่ง ความร่มเย็น” ในงานจิตอาสาสมาคม ศิษย์เก่าคณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อช่วงปลายปี 2559 นอกจากนี้ยังมีในส่วนของงานปั้นหุ่นขี้ผึ้งให้หอเกียรติยศเพชรบุรี และพิพิธ-ภัณฑ์หล่มสัก จ.เพชร-บูรณ์ อีกด้วย

ท้ายสุดคุณหนุ่ม ให้ข้อคิดไว้ว่า การฝึก ฝนและเททุ่มใส่ใจกับการทำงาน คงไม่สำคัญแค่กับอาชีพช่างปั้น แต่สำคัญในทุกๆอาชีพ เพราะทุกอาชีพต่างต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ เพิ่มทักษะความรู้เพื่อความเจริญก้าวหน้าในอนาคตต่อไป ทั้งนี้ หากใครสนใจก็สามารถเข้าชมผลงานของคุณหนุ่มผ่านเพจ เฟซบุ๊ก : พูลทรัพย์ หัตถกิจโกศล ได้อีกช่องทาง.