บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรียกคืน '3.4ล้าน' น้องบีมฟ้องแพ่ง เอาผิดทนายโกง!

“น้องบีม” และแม่เหยื่อทนายโกง ยื่นฟ้องแพ่งแล้ว ทุนทรัพย์พิพาท 3.4 ล้านบาท ศาลนัดพิจารณานัดแรก ปลายเดือน ส.ค. พร้อมอนุญาตยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆทั้งหมด ด้านสภาทนายความฯ มีมติเสียงข้างมาก ลบชื่อทนาย “พิสิษฐ์” ออกจากสารบบ ขณะที่ “วิระชัย ทรงเมตตา” ที่ปรึกษา (สบ 10) พร้อมสมาคมตำรวจโรงงานและสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มอบเงินช่วยเหลือ 2 แสนบาทพร้อมสนับสนุนด้านการศึกษาให้ “น้องบีม” จนจบขั้นสูงสุดตามต้องการ

จากกรณีกระทรวงยุติธรรม สภาทนายความ เนติบัณฑิตยสภา ผนึกกำลังช่วยเหลือทางคดีกับ ด.ญ.ภัทรดา หรือน้องบีม แก้วผ่อง นร.ชั้น ม.2 ร.ร.ศรีสังวาลย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อดีตนักร้อง คอรัสในโฆษณาดังของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง และนางพรทิพย์ จันทรัตน์ ผู้เป็นมารดา หลังถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความโกงเงินที่เจ้าของรถบรรทุก 18 ล้อชดใช้ให้ในฐานะผู้เสียหายจากอุบัติเหตุ โดยเตรียมฟ้องแพ่งกับทนาย “พิสิษฐ์” พร้อมถอนชื่อออกจากสารบบทนายความ

ความคืบหน้าที่ศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ด.ญ.ภัทรดา หรือน้องบีม แก้วผ่อง นางพรทิพย์ จันทรัตน์ ผู้เป็นมารดา เดินทางมาพร้อมนายวัชณ์ธิป แสดงมณี ทนายความ เพื่อยื่นฟ้องนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ เป็นจำเลยที่ 1 นางพรปวีณ์ ชูแก้ว จำเลยที่ 2 ฐานผิดสัญญาตัวแทนและบังคับตามสัญญารับสภาพหนี้ ทุนทรัพย์พิพาท 3,412,500 บาท พร้อมยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลแพ่งรับไว้พิจารณาเป็นคดี พ.3178/60 นัดพิจารณานัดแรกวันที่ 28 ส.ค. เวลา 09.00 น.

สำหรับคำฟ้องบรรยายว่า เมื่อปี 57 โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ 1 เป็นทนายความดำเนินคดีแพ่งชั้นบังคับคดี ต่อมาจำเลยดำเนินการบังคับคดีโดยปราศจากอำนาจและกระทำการปลอมแปลงเอกสาร ให้จำเลยมีอำนาจรับเงินจากตัวความอีกฝ่ายทั้งที่ไม่มีอำนาจ เป็นจำนวนเงิน 3 ล้านบาท หลังพบเป็นการกระทำให้เสียหาย จึงแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.บางยี่ขัน ต่อมาจำเลยขอทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ มีจำเลยที่ 2 เป็นลูกหนี้ร่วม ตกลงแบ่งจ่ายงวดละ 100,000 บาท เริ่มวันที่ 15 ส.ค.58 ภายหลังกลับไม่มีการชดใช้หนี้ เมื่อทวงถาม จำเลยปฏิเสธ โจทก์ฟ้องขอให้ใช้เงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่ยอมรับผิดไว้ 3 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยที่ผิดนัดอีก 412,000 บาท นอกจากนี้ นางพรทิพย์ยื่นคำร้องอีกฉบับเพื่อร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ระบุเนื่องจากมีฐานะยากจน ประสบอุบัติเหตุแขนขาหัก ปัจจุบันมีรายได้จากการขายของเดือนละ 7 พันบาทไม่พอใช้จ่ายหากต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล ในอัตราร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์ ภายหลังศาลไต่สวนแล้วมี คำสั่งอนุญาตยกเว้นค่าขึ้นศาลและค่าฤชาธรรมเนียมต่างๆ

หลังเสร็จสิ้นขั้นตอน นายวัชณ์ธิปกล่าวว่า วันนี้มายื่นฟ้องและขอนำนางพรทิพย์กับน้องบีมขึ้นไต่สวนขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆทั้งหมด ส่วนที่กระทรวงยุติธรรมเขียนเช็คให้ 6 หมื่นบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายนั้น จะเก็บเงินจำนวนนี้ไปใช้กับผู้เดือดร้อนในคดีอื่น ด้านการติดตามทรัพย์สินของนายพิสิษฐ์ พบว่าเคยล้มละลายและพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลาย ไปแล้ว ตนมีหน้าที่สืบและยึดทรัพย์มาบังคับคดี

ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหาร นายพัฒนา จาติเกตุ อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมพิจารณาจำหน่ายชื่อนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ออกจากการเป็นทนายความ ว่าที่ พ.ต.สมบัติกล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสภาทนายความเป็นวาระพิเศษพิจารณาคุณสมบัติของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ มีว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ เป็นประธาน ระหว่างประชุมมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ก่อนคณะกรรมการมีมติเสียงข้างมากให้จำหน่ายชื่อนายพิสิษฐ์ออกจากทะเบียนทนายความ เตรียมนำมติไปแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อทำหนังสือแจ้งเจ้าตัวหมดสิทธิ์การทำหน้าที่ทนายความ

ที่ห้องปฏิบัติการสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ที่ปรึกษา (สบ 10) นายเดชา เดชนที นายกสมาคมตำรวจโรงงาน นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวฯ ร่วมกันมอบเงินสด 2 แสนบาท ให้กับ ด.ญ.ภัทรดา หรือน้องบีม แก้วผ่อง และนางพรทิพย์ จันทรัตน์ ผู้เป็นมารดา

พล.ต.อ.วิระชัยเปิดเผยว่า หลังทราบข้อมูลคดีนี้จึงประสานสมาคมผู้สื่อข่าวฯและสมาคมตำรวจโรงงานเพื่อมอบเงินสด 2 แสนบาท เป็นทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายต่อสู้คดี หาก 2 แม่ลูกมีปัญหาสามารถขอความช่วยเหลือจากตนและสมาคมทั้ง 2 แห่ง ที่พร้อมสนับสนุนเต็มกำลัง หากน้องบีมต้องการศึกษาต่อ ตนยินดีสนับสนุนจนจบขั้นสูงสุด

ขณะที่ ด.ญ.ภัทรดา หรือน้องบีม กล่าวว่าขอขอบคุณทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้สื่อข่าว ตำรวจ หรือหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือตนและแม่เป็นอย่างดี ส่วนความฝันในอนาคตอยากเป็นผู้ประกาศข่าวเพื่อนำเสนอเรื่องราวช่วยเหลือผู้อื่นบ้าง