วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซ่าเตะด.ต.สลบ พังโรงพัก จะอัดผกก.ด้วย (คลิป)

เมากร่างสุดท้ายโดนลุกฮือ ชาวบ้าน-มูลนิธิไล่ยําคาตีน ผบช.น.ชมลูกน้องอดกลั้น

ล้อมกรอบรุมกระทืบหนุ่มกร่างสลบเหมือดคาฟุตปาทข้าง สน.สายไหม หลังร่วมกับเพื่อนอีก 3 คน เตะก้านคอตำรวจสายตรวจสลบคาปั๊มก่อนขับกระบะหนี พอถูกวิทยุสกัดจับกลับกร่างไม่หยุดจะเข้าทำร้ายผู้กำกับ แถมอาละวาดทำลายข้าวของบนโรงพัก สุดท้ายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ขี่รถ จยย.กว่า 40 คน ลุยแตกหนีกระเจิง หลังเกิดเหตุ “ศานิตย์” มาตรวจสอบชมเชยลูกน้องอดกลั้นได้ดี ญาติหนุ่มกร่างวอนขอความเป็นธรรมประเด็นถูกรุมหน้าโรงพัก

กระทืบสั่งสอนเมาป่วนโรงพักสายไหม เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 5 ก.ค. ด.ต.ธวัช สายเสมา ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.สายไหม เดินทางมาแจ้งความกับ ร.ต.อ.เมธาศิษฐ์ พัฒนะกิติพงษ์ รอง สว. (สอบสวน) สน.สายไหม หลังถูกนายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี นายรัตนเทพ ชัยปราณีเดช อายุ 21 ปี นายปกรณ์ ชูวงค์ อายุ 24 ปี และนายสิทธิชัย โสลุน อายุ 24 ปี ทำร้ายร่างกายขณะเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาท ภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 17 แขวง ท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.

ด.ต.ธวัชให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.30 น. เดินทางไประงับเหตุทะเลาะวิวาทภายในปั๊มน้ำมันดังกล่าวพร้อม ด.ต.วาสุ ธนิชารุ่งเกษม เมื่อถึงจุดเกิดเหตุพบกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดมีอาการคล้ายคนเมา ยืนโต้เถียงกับคนดูแลปั๊มเรื่องไม่ให้สูบบุหรี่ภายในปั๊ม ต่อมา 1 ในนั้นทราบชื่อต่อมาว่านายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี พยายามขับรถกระบะนิสสัน ฟรอนเทียร์ สีทอง ทะเบียน ปพ 6910 กรุงเทพมหานคร ด้านหลังบรรทุกถังใส่น้ำมันเก่าออกจากปั๊ม ตนเกรงว่าถ้าปล่อยให้ออกไปจะเกิดอุบัติเหตุ เลยดึงกุญแจรถออกมา กลับถูกนายโสภณชกเข้าที่คิ้วขวา 1 ครั้ง เกิดชุลมุนกระทั่งตนถูกเตะเข้าที่ต้นคอซ้ายจนหมดสติ เมื่อฟื้นขึ้นมาพบบัตรประจำตัวข้าราชการและโทรศัพท์มือถือหายไป จึงวิทยุสกัดจับรถคันก่อเหตุ จากนั้นไม่นาน รับแจ้งพบรถที่ถนนเทพารักษ์ (วัชรพลตัดใหม่) แยกลานกีฬา ไปสกัดจับพร้อมทหาร อปพร.สายไหม และอาสาสมัครกู้ภัยสยามรวมใจ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดยังอาละวาดไม่หยุด โยนโทรศัพท์มือถือของตนทิ้งป่าหญ้าข้างทาง ทำให้ประชาชนที่ทราบข่าวละแวกนั้นเริ่มหมั่นไส้ ตนและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจึงรีบควบคุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาที่ สน.สายไหม เพื่อป้องกันเหตุบานปลาย

ด.ต.ธวัชให้การต่ออีกว่า เมื่อมาถึงโรงพักนายโสภณพร้อมพวกอีก 3 คน ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยที่หน้า สน.สายไหม จนทหารต้องเข้าห้าม กลุ่มนายโสภณไม่ยอมหยุด กลับเดินเข้ามาต่อว่าตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก อาละวาดเตะเก้าอี้ทำลายข้าวของ ข่มขู่ผู้สื่อข่าวไม่ให้ถ่ายภาพ ขณะที่ด้านนอกโรงพักมีกลุ่มชายประมาณ 40 คน ขี่รถ จยย.กว่า 20 คัน มาจอดสังเกตการณ์ ทำให้ตำรวจ-ทหาร ต้องระดมกำลังกว่า 20 นายมาคุมเชิง จู่ๆนายโสภณตะโกนท้าทายกลุ่ม จยย. ทำให้เกิดชุลมุนกันอีกรอบ กลุ่มนายโสภณ ต่างพากันวิ่งหนีแตกกระเจิง หลังเหตุสงบพบนายโสภณนอนสลบอยู่ที่ฟุตปาทข้างโรงพัก มีบาดแผลแตก ฟกช้ำที่ใบหน้า เลือดอาบ ถูกนำตัวส่ง รพ.ภูมิพล ส่วน 3 คนที่เหลือถูกตำรวจคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องขัง

เบื้องต้นตำรวจแจ้งคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน พร้อมแจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อสู้และขัดขวางการจับกุม ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน ข่มขืนใจเจ้าพนักงานและลักทรัพย์ ตามพฤติกรรมความผิดของแต่ละคน ตรวจสอบประวัติพบกลุ่มผู้ต้องหาเป็นสมาชิกของแก๊ง “ยันหว่าง” เป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่และเขตติดต่อ นายโสภณเคยมีประวัติเมาแล้วขับ ทำลายทรัพย์สินและขัดขวางการจับกุมมาแล้ว 4 ครั้ง ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือ ไม่พบประวัติการกระทำความผิดแต่อย่างใด สำหรับในส่วนของการประกอบอาชีพค้าน้ำมันเก่าจะต้องมีใบอนุญาต อยู่ระหว่างการตรวจสอบใบอนุญาต หากไม่มีต้องถูกแจ้งข้อหาเพิ่ม

มีรายงานว่า ขณะเกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุครั้งนี้มีจำนวนทั้งหมด 5 คน แต่ตำรวจไม่ได้แจ้งข้อหาใด กับนายอดิศร หรือเบนซ์ ทับหิรัญ อายุ 23 ปี ที่อยู่ในกลุ่มด้วย เพราะพิจารณาจากเหตุที่เกิด นายอดิศรไม่มีส่วนร่วมก่อเหตุ ทั้งยังช่วยห้ามกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือด้วย ตรวจสอบพบนายอดิศรเป็นสมาชิกแก๊ง “ยันหว่าง” อยู่ระหว่างการประกันตัวในคดียิงมีผู้เสียชีวิต พื้นที่ สน.สายไหม เมื่อเดือน ก.พ.

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พ.ต.อ.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม พ.ต.ท.ธนู สุขเสริม รอง ผกก.(สอบสวน) สน.สายไหม พ.ต.ท.นริศ ปรารถนาพร รอง ผกก.สส.สน.สายไหม เข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาตรวจสอบรายละเอียดของคดี ประการที่ 1 พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ประการที่ 2 เดินทางมาให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความอดทนอดกลั้นในการปฏิบัติหน้าที่

ขณะที่ พ.ต.อ.ธนกรณฑ์เปิดเผยว่า หลังการวิทยุสกัดจับรถกระบะของกลุ่มผู้ก่อเหตุที่ถนนเทพารักษ์ เป็นเส้นทางที่ผ่านมาพอดี เมื่อพบจึงให้พลขับปาดหน้าไม่ให้หลบหนี ขณะเรียกทั้งหมดที่มีอาการมึนเมาลงมาซักถาม กลับโดนกรูเข้ามาจะทำร้าย แต่ถูกลูกน้องตนเข้ามากันไว้ ก่อนประสานตำรวจ-ทหารในพื้นที่มาควบคุมยืนยันไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปทำร้ายร่างกาย ส่วนที่ผู้ต้องหาต้องการแจ้งข้อหากับผู้ที่ทำร้ายร่างกายสามารถทำได้ ตำรวจยินดีให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เหตุทั้งหมดมีผู้ถ่ายคลิปเผยแพร่ทางโลกโซเชียลกันอย่างแพร่หลาย เตรียมรวบรวมเป็นหลักฐาน

จากนั้นตำรวจควบคุมตัวนายปกรณ์ 1 ในผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาสอบสวนต่อหน้าสื่อมวลชน นายปกรณ์กล่าวว่า เพิ่งปลดจากทหารเกณฑ์ มาทำงานเป็นลูกจ้างขนน้ำมันเก่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้สูบบุหรี่ แต่เอาบุหรี่ทัดไว้ที่หูเท่านั้น ไม่ทราบว่าเพื่อนทะเลาะอะไรกับตำรวจ เมื่อมาถึงโรงพักโดนผลักอกจึงโมโหเลยร่วมก่อเหตุ

ด้านนายสัมพันธ์ ทับหิรัญ อายุ 47 ปี น้าชายของนายโสภณกล่าวว่า จากการสอบถามพบก่อนเกิดเหตุหลานชายและเพื่อนไปเติมน้ำมัน แต่ถูกตำหนิจากเด็กปั๊มว่าห้ามสูบบุหรี่ ทั้งหมดขออนุญาตใช้สถานที่ซ่อมรถเนื่องจากหม้อน้ำรถมีปัญหา ระหว่างนั้นเจ้าของปั๊มเดินเข้ามาต่อว่าพูดจาดูถูกเกิดการโต้เถียงกัน ยืนยันเหตุทั้งหมดเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายใช้ความรุนแรงก่อน ระหว่างชุลมุนหน้าโรงพักตำรวจก็ไม่ปฏิบัติหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์เท่าที่ควร

“หลังหลานชายผมถูกรุมทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ตำรวจกลับไม่ยอมให้ญาติแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มที่รุมทำร้าย แต่ให้มาติดต่อใหม่อีกครั้งในวันรุ่งขึ้น นอกจากนี้ยังไม่ยอมให้หลานชายผมนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลทั้งๆที่บาดเจ็บสาหัส ทำแค่เพียงพาไปรักษาเบื้องต้นก่อนนำกลับมาขัง แล้วส่งไปรักษาอีกครั้งในตอนเช้า ผมต้องการออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมในส่วนของการที่หลานชายถูกรุมทำร้ายหน้าโรงพักเท่านั้น ส่วนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ให้ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง” นายสัมพันธ์กล่าว