บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศึกษาสิ่งที่รู้

ก่อนหน้านี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯของเราก็มีการประกาศถึงมติที่ประชุมสภากรรมการที่ไทยเราจะเสนอตัวต่อเอเอฟเอฟ หรือ สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน เพื่อต้องการเป็นผู้นำในการศึกษาความเป็นไปได้ในการเป็นเจ้าภาพร่วมของอาเซียน ในการจัดแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2034

โดยมีการแต่งตั้งให้ ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกฝ่ายสื่อสารองค์กร หารือกับเอเอฟเอฟ

เพื่อให้ไทยเป็นผู้นำในการศึกษาเรื่องดังกล่าว

ซึ่งมีการอ้างอิงย้อนไปถึงเมื่อ 2 ปีก่อนที่มาเลเซียเป็นแกนนำดังกล่าว แต่ก็ถอนตัวไปแล้ว

ไม่เท่านั้น เมื่อวันวานก็มีข่าวมาจากฝั่งของอินโดนีเซียบ้างว่า สมาคมฟุตบอลของเขาได้ขอเป็นแกนนำชาติอาเซียน ยื่นขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งเดียวกันนี้ คือปี 2034 ต่อฟีฟ่า ซึ่งมีการระบุด้วยว่า ได้เสนอเรื่องนี้เข้าพูดคุยในการประชุมเอเอฟเอฟที่เวียดนามมาเรียบร้อยแล้ว และจะมีการรับรองอย่างเป็นทางการในการประชุมใหญ่เอเอฟเอฟที่เกาะบาหลี เดือน ก.ย.นี้

ข่าวจากฝั่งอินโดนีเซียยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมถึงการเสนอตัวครั้งนี้ สมาชิกในเอเอฟเอฟจะมีเวลาเตรียมพร้อมราว 17 ปี ด้วยเส้นตายที่จะเสนอตัวอยู่ในปี 2026 และชี้ว่าจะมีเพียง 2-3 ชาติเท่านั้นในอาเซียนที่มีศักยภาพ

ก็ลองดูถึงความเคลื่อนไหวแต่ละฝ่าย ซึ่งต่างก็ต้องการจะเป็นฝ่ายนำ ส่วนใครนำก็ลองพิจารณากันเอาตามสะดวก!

พักเรื่องใครนำใครไว้ก่อน เอาเป็นว่าไม่ว่า ใครจะนำ ก็ต้องถือว่ามีความคิด และมีการขยับในกลุ่มอาเซียนสมาชิกของเอเอฟเอฟจริง

แม้เพียงยกแรกกับการตั้งไข่นั้น หมู่มวลสมาชิกในเอเอฟเอฟที่ต่างก็คลั่งไคล้กับเกมฟุตบอลนั้น ก็ไม่ได้แสดงท่าทีให้เห็นว่ามีความสมัครสมานสามัคคีกัน ออกจะเป็นตรงข้ามด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าความในใจของแต่ละชาติจริงๆนั้นเป็นอย่างไร

คงได้แต่มองถึงความเป็นมาที่ผ่านมา

รวมถึงปัจจุบันที่สะท้อนให้เห็นกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าฟุตบอลซีเกมส์, ซูซูกิ คัพ หรือแมตช์คัดเลือกต่างๆนานาในภูมิภาคนี้ เข้มข้นฉันมิตร หรือศัตรู

ยิ่งถ้ามองถึงข้อเท็จจริง คุณสมบัติและโอกาส เห็นอะไรกันบ้าง

อยากศึกษากับสิ่งที่ใครๆก็รู้คำตอบกันดีอยู่แล้ว ว่างกันจริงๆ ไม่มีเรื่องอื่นๆให้ทำกันแล้วหรือ!

“เบี้ยหงาย”