บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อัยการสั่งฟ้องแล้ว ‘ซินแสโชกุน-พวก’ 10 คน คดีตุ๋นทัวร์ญี่ปุ่น

อัยการสั่งฟ้องแล้ว “ซินแสโชกุน” พร้อมแม่-คนใกล้ชิด รวม 10 คน ในคดีฉ้อโกงประชาชน ตุ๋นลูกทัวร์เที่ยวญี่ปุ่น ปล่อยลอยแพกลางสุวรรณภูมิ พร้อมค้านประกัน เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก เป็นภัยต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม

เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ 6 ก.ค.60 เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า นายจิโรจน์ เอี่ยมโอภาส อัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 มีความเห็นสั่งฟ้อง บริษัทเวลท์ เอเวอร์, นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน กรรมการบริษัทฯ, นางมณฑลญาณ์ นิรันดร มารดาซินแสโชกุน, นายก้องศรัณย์ แสงประภา ลูกพี่ลูกน้องของซินแสโชกุน, นางสาวทัศย์ดาว สมัครกสิกรรณ์ หญิงคนสนิทของซินแสโชกุน, นางประนอม พลานุสนธิ์, นางณิชมน แสงประภา ป้าของซินแสโชกุน, นางพารินธรญ์ หงส์หิรัญ ดัคกอร์, นางสาวสุดารัตน์ อเนกนวล และ นายโกวิท ช่วยสัตว์ รวม 10 คน ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน / ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน / ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ / และ ซ่องโจร และสั่งฟ้องบริษัทเวลท์เอเวอร์ และนางสาวพสิษฐ์ หรือ ซินแสโชกุน เพิ่มในข้อหา ร่วมกันจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควบคุมฉลากโดยแสดงฉลากไม่ถูกต้อง

โดยสั่งฟ้องนางสาวพสิษฐ์ เพิ่มอีกในข้อหา ซื้อ หรือ รับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรฯ ตามพระราชบัญญัติศุลกากร

กรณีชักชวนให้ผู้เสียหาย เข้าเป็นสมาชิกของบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยอ้างว่า จะมีสิทธิได้เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศอาทิ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจ่ายเงินเข้าบัญชีแม่ข่ายแต่ละสายที่พวกผู้ต้องหาให้สมาชิกชำระเงิน และจะได้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม มูลค่าความเสียหายกว่า 51 ล้านบาท แต่กลับลอยแพสมาชิกที่จะไปประเทศญี่ปุ่น ต้องตกค้างสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมาด้วย

โฆษกอัยการสูงสุด ยังระบุอีกว่า ในคำฟ้อง อัยการขอให้ผู้ต้องหาคืนเงินผู้เสียหาย 871 คน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามความเสียหายแต่ละคน จากนั้นอัยการได้นำสำนวนคดียื่นฟ้องต่อศาลอาญาทันที แต่คดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก และเป็นภัยต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม ขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก และขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว ในระหว่างพิจารณาคดีเพราะเกรงว่าจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ด้านนายจิโรจน์ เอี่ยมโอภาส อัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ระบุว่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 51 ล้านบาท โดยผู้เสียหายแต่ละคน มีความเสียหายแตกต่างกันไป

ขณะที่นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า บริษัทดังกล่าวจัดตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2560 ก่อนถูกตรวจสอบหลังการจัดตั้งบริษัทได้เพียง 3 เดือน แต่กลับสร้างความเสียหายที่รวดเร็วมาก และนางสาวพสิษฐ์ ถูกฟ้องทุกข้อกล่าวหา และมีข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนมีอัตราโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี ถึง 10 ปี

นายปกรณ์ ธรรมโรจน์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า นางสาวพสิษฐ์ หรือ ซินแสโชกุน เคยถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกง ประมาณ 4 ถึง 6 คดี แต่ได้นำเงินไปจ่ายคืนผู้เสียหายเพื่อให้ยอมไปแล้ว โดยอัยการจะดำเนินคดีทั้งในส่วนคดีแพ่งและอาญาควบคู่กันไป เพื่อนำคืนเงินผู้เสียหาย และขณะนี้พบว่ามีทรัพย์สินบางส่วนที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้ยึดไว้เพื่อคืนให้กับผู้เสียหายด้วย.