วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟิล์ม ขอหาก่อน! แม่อยากอุ้มหลานฝรั่ง รบเร้าให้มีแฟนแหม่ม

ฟิล์ม รัฐภูมิ แจงข่าวไม่ต่อสัญญากับ RS ไม่ใช่เรื่องจริง ยันยังอยู่กับค่ายเดิม เผยผู้ใหญ่ให้อิสระตนในการทำงาน ฟุ้งอยู่กับค่ายมา 15 ปีแล้ว ปัดผู้ใหญ่ไม่ได้ให้สิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่นในค่าย บอกผู้ใหญ่ยุติธรรมไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน แจงผู้ใหญ่ไม่ได้บังคับให้ซื้อหุ้นเพื่อให้นักแสดงอยู่ต่อ ส่วนเรื่องหัวใจตอนนี้โสด รับแม่อยากมีหลานแล้ว แต่ตนยังเครียดกับการทำธุรกิจเลยยังไม่อยากจะมีใคร ขำๆ แม่อยากได้หลายเป็นลูกครึ่ง รบเร้าให้ตนมีแฟนฝรั่ง 

มีข่าวแพร่สะพัดว่าลูกหม้อของ RS อย่าง ฟิล์ม รัฐภูมิ เตรียมชิงไม่ต่อสัญญา งานนี้เมื่อได้เจอหนุ่มฟิล์มที่งานบวงสรวงหนังเรื่อง มังกร นารี ปีศาจ ก็เลยไม่พลาดที่จะอัพเดตเรื่องราวข่าวไม่ต่อสัญญา พร้อมทั้งเรื่องของหัวใจของหนุ่มคนนี้ซึ่งฟิล์ม เผยว่า 

มีข่าวว่าเราจะไม่ต่อสัญญากับ RS?
"โห ยังไม่รู้เลยครับผม ผมก็ยังไม่ทราบ ก็อยู่ที่บ้านหลังเดิมก็ยังดีอยู่นะครับ ผมอยู่จนผมไม่ได้มองแล้วว่าสัญญาเหลืออยู่เท่าไหร่ เพราะในการทำงานผู้ใหญ่ก็ให้อิสระผม เพราะเราก็โตๆ กันแล้ว ผมก็รู้กฎรู้ระเบียบดีอยู่แล้วครับ"

พอมีข่าวออกมาทางผู้ใหญ่มีเริ่มคุยกับเราบ้างหรือยัง?
"ผมว่ามันคงเป็นแค่กระแสนะครับ เพราะว่าในสัญญาเนี่ยตามกฎถ้าเหลือน้อยเขาก็ต้องเรียกไปคุย แม้แต่ตัวผมเอง ผมอยู่มานานจนชินแล้วว่าไม่ต้องไปดูสัญญาแล้ว ผมอยู่ก็มีความสุขดี แล้วก็เวลาใกล้ๆ เขาก็จะเรียกเราไปคุย เราไม่ได้เช็กเลยครับว่าเหลือกี่ปี แต่คงเหลือไม่นานนะครับเพราะผมอยู่มาจะ 15 ปีแล้วครับ"

เซ็นสัญญาครั้งหนึ่งต่อกี่ปี?
"จากเดิมก็ทีละ 5 ครับ 5 ต่อ 5"

วางแผนไว้ไหมว่าถ้าหมดจริงๆ จะทำยังไงต่อ?
"ผมยังไม่ได้วางแผนอะไรเพราะว่าเราก็เกิดมาจากที่นี่ตั้งแต่เด็กจนตอนนี้ก็ยังมีความสุขดีอยู่ก็ไม่ได้มีอะไรเลย เพราะว่าการทำงานทุกอย่าง พอเรารู้กฎรู้ระเบียบ พอเราจะไปรับงานอะไรเราก็แจ้งผู้ใหญ่เขา"

ถ้าเป็นนักแสดงอิสระการรับงานจะมีอิสระมากกว่าไหม?
"ผมว่ามันต่างแนวคิดนะครับ ในส่วนตัวผมเนี่ยพอดีว่าทางผู้ใหญ่หรือทางต้นสังกัดเนี่ยก็ให้ความอิสระที่อยู่ในกฎระเบียบอยู่แล้ว พอเรารู้เงื่อนไขเราก็ทำทุกอย่างตามอิสระเรา แต่อยู่ภายใต้กฎ เขาไม่ได้มากดดันอะไรผมเลย ผมมองว่ามันดีกว่าด้วยซ้ำ เราก็อยู่ในบ้านหลังเดิมที่เราโตมา"

สัญญาของบริษัทค่อนข้างเอื้อให้เราเป็นอิสระมากกว่าคนอื่นหรือเปล่า?
"จริงๆ ผมว่ายุติธรรมกับทุกคนนะครับ แต่ว่าในตัวผมก็คือจะเคารพกฎครับ"

เอาจริงๆ ตอนนี้มีที่อื่นมาชวนไปอยู่ด้วยไหม?
"ก็มีครับ ถามว่าค่ายใหญ่ไหม ก็มีทั่วๆ ไปครับ ทุกคนก็คิดถึงอยากให้เล่นละคร เล่นหนัง"

ส่วนใหญ่เวลาตัดสินใจรับงาน เอาเราเป็นหลักหรือผู้ใหญ่เป็นหลัก?
"ส่วนถ้าเกิดส่งไปที่บริษัททางต้นสังกัดก็จะเป็นหลักในการสกรีนให้แล้วก็ส่งมาให้ผมว่าผมจะเล่นไหม แต่ว่าหลังๆ มานี่พอเขาติดต่อมาผมก็จะดูให้ก่อนว่าผมอยากจะเล่นไหม ผมชอบไหม ผมค่อยส่งไป"

เป็นเพราะการเปลี่ยนที่นักร้องจะต้องลงทุนเองด้วยหรือเปล่า?
"ก็เปลี่ยนเยอะครับ เพราะว่ามันตามยุคตามสมัย ถ้าให้บริษัทมาแบกอย่างเดียว บริษัทก็อาจจะไม่รอด ก็เลยต้องเอื้อ ให้วิน-วินทั้งคู่ คือพอในยุคการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ผมก็เข้าใจเพราะผมมีธุรกิจรองรับอยู่แล้ว เราก็วางแผนไว้ว่ามันต้องเป็นแบบนี้แน่นอนก็เลยไม่กระทบมาก ถ้าเกิดว่าผมไม่มีอะไรรองรับเนี่ยก็คงแย่เหมือนกัน เพราะว่าร้องเพลงก็ไม่ได้แล้ว หนังก็ไม่มีแล้ว มีแต่ละครตอนนี้"

มีบางกระแสบอกว่าบริษัทมีการเสนอหุ้นให้นักแสดงบางคนเพื่อยื้อให้อยู่ต่อ?
"ไม่น่ามีๆ จริงๆหุ้นเขาเปิดขายในตลาดอยู่แล้ว"

รูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของบริษัทเรามีความคิดเห็นยังไงบ้าง?
"ผมมองว่าทุกต้องอยู่รอดอะ ทางสังกัดเอย ทั้งเด็กเอยทั้งสองต้องอยู่รอด มันแล้วแต่แนวคิดว่าคุณจะบริหารชีวิตคุณยังไง เพราะถ้าเกิดว่าบริษัทมาแบกเด็กอยู่ บริษัทก็ตาย ไปรอแต่บริษัทป้อนงาน เด็กก็ตายเหมือนกัน เพราะว่ายุคนี้มันเอื้อกัน คุณต้องเอาตัวรอดให้ได้ครับ"

ใจจริงเราอยากเล่นละครนอกค่ายบ้างไหม?
"จริงๆ แล้วผมอิสระนะครับ คือผมจะดูบทเป็นหลัก แต่ว่าส่วนใหญ่ ในช่อง 8 ถ้าเกิดว่าบทมาดี ผมก็จะเล่น เดี๋ยวนี้เขาให้อิสระผมเป็นผู้จัด ผมก็เลือกแต่บทดีๆ มาให้ตัวเองเล่นมันก็เลยต้องเล่นบ้านตัวเอง เราเลือกเองอะครับ แล้วทีมงานผู้จัดหลังบ้านก็ของเราเองหมดอิสระมากๆ พอเป็นที่อื่นก็ต้องดูว่าโปรดักชั่นดีไหม เราก็ไม่ใช่เด็กรุ่นใหม่ที่โด่งดัง มาใหม่เราก็อยู่มานานแล้ว ก็ต้องเลือกบทดีๆให้ตัวเอง"

จริงๆ ถ้าเราจะไปคนละค่าย บริษัทให้เราไปไหม?
"ก็เป็นอิสระนะครับ เพราะRS ก็ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร เป็นมิตรกับทุกๆ คน หลักๆแล้วคนดูผลงานเป็นหลักมากกว่า"

ถ้านอกค่ายสนใจอยากติดต่อให้เราไปเล่นก็ติดต่อผ่าน RS ได้ใช่ไหม?
"RS ก็ได้หรือผมก็ได้ครับ"

มีในใจหรือยังที่จะไปเล่น?
"อย่าใช้คำว่าจะไป (หัวเราะ) เดี๋ยวใครดูอยู่เขาจะขนลุกเปล่าๆ เอาเป็นว่าถ้ามีบทที่ดี เป็นงานที่ดีแล้วก็ทุกท่านให้โอกาสกับผม ก็ยินดีที่จะไปครับ ทางต้นสังกัดกับทางผมก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไร"

เรื่องหัวใจบ้างมีหวานใจหรือยัง?
"ยังว่างๆ อยู่ครับ ก็มาเน้นกับงานครับ แล้วที่ผ่านมาธุรกิจก็เครียดเหลือเกิน ก็ยังไม่ค่อยมีเวลามากมาย"

ไม่มีคนที่ถูกใจเลยเหรอ?
"ก็คือที่ผ่านมันก็มีบ้าง แต่ว่าผมก็มองว่างานมันเครียดมากจริงๆ อย่างที่เป็นกระแสข่าวเราก็ต้องแก้ไข เพราะว่าในบันเทิงกับการแก้ไขในธุรกิจจริงมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คือธุรกิจแก้ไขผิดคือเจ๊งเลยขาดทุนเลยหรืออาจจะไม่รอดเลยก็ได้ แต่บันเทิงเนี่ยพูดผิดไปพี่นักข่าวก็ช่วยกันซัพพอร์ต มีการแก้ข่าวทีหลัง อันนี้มันคือโลกของเรา แต่ว่าโลกของธุรกิจมันโหดร้ายมาก มันต้องใช้ทั้งตัวไปขลุกอยู่กับมัน"

ไม่เหงาเหรอ?
"ก็มีบ้างครับ แต่ผมก็เครียดกับงานมากกว่า ธุรกิจมันไซส์ใหญ่ขึ้นก็ต้องเครียดตาม"

ไม่มีคนคุยเลยจริงๆ เหรอ?
"มันก็มีบ้างๆ ก็กำลังคุยๆ อยู่ แต่ยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง"

เพื่อนๆ ก็เริ่มแต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว เราจะมีโอกาสไหม?
"คุณแม่ไปเอาเด็กมาเลี้ยงนะครับ เขาก็บ่นอยู่ทุกวัน เมื่อไหร่จะมีๆ คือเขาก็เอาลูกเพื่อนมาเลี้ยงเป็นเด็กฝรั่งที่ผมลงไอจีบ่อยๆ"

แม่อยากได้สะใภ้ฝรั่งไหม?
"เขาก็รบเร้า บางทีเลี้ยงหลานที่เป็นฝรั่งเขาก็บอกเนี่ยถ้าฟิล์มมีแฟนฝรั่งนะคงดีเลยนะ พูดอยู่อย่างนั้นอะ เราก็บอกโหยแม่หาก่อนดีกว่าไหม"

หลานที่เอามาเลี้ยงเคยบอกว่าจะจดให้เป็นบุตรบุญธรรม ดำเนินการหรือยัง?
"ก็ดำเนินการอยู่ครับ ก็อยู่ที่แม่เขาและแม่ผมตกลงกัน เพราะผมไม่จดเป็นของตัวเอง แต่ผมก็ดูแลตลอด ตอนนี้ก็ส่งเข้าเรียนครับ แต่ยังไม่ได้จด อยู่ที่แม่ตัวจริงเขา".