วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จำหน่ายชื่อ 'ทนายฉาว' โยงอมเงินเหยื่อรถชนออกจากสภาทนายความ

สภาทนายความจำหน่ายชื่อ "ทนายฉาว" เข้าไปเกี่ยวข้องยักยอกเงินครอบครัว "น้องบีม" เหยื่อรถชนเนื่องจากขาดคุณสมบัติจากเรื่องล้มละลาย ส่วนกรณีเกี่ยวข้องยักยอกเงินยังสอบสวนต่อ...

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหาร สภาทนายความ นายพัฒนา จาติเกตุ อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สภาทนายความ ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมพิจารณาการจำหน่ายชื่อ นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความซึ่งพัวพันการยักยอกเงินของครอบครัว "น้องบีม" เหยื่อคดีรถชน ออกจากการเป็นทนายความ

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารสภาทนายความเป็นวาระพิเศษพิจารณาคุณสมบัติของนายพิสิษฐ์ วันนี้คณะกรรมการ โดยว่าที่ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ เป็นประธานในที่ประชุม มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางและมีการตรวจสอบราชกิจจานุเบกษาศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้นายพิสิษฐ์เป็นบุคคลล้มละลาย และขณะนี้ได้มีการปลดจากบุคคลล้มละลายแล้ว อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 43 เมื่อความปรากฏแก่คณะกรรมการบริหาร สภาทนายความ ทนายความคนใดที่ขาดคุณสมบัติการเป็นทนายความให้คณะกรรมการสภาทนายความจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนทนายความ เพราะฉะนั้น เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นทนายความก็ถือว่าขาดคุณสมบัติการเป็นทนายความตามมาตรา 35(7) เมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว คณะกรรมการจึงมีมติเสียงข้างมาก เห็นชอบให้จำหน่ายชื่อ นายพิสิษฐ์ ออกจากทะเบียนทนายความ หลังจากนี้ จะนำมติไปแจ้งต่อนายทะเบียน เพื่อทำหนังสือแจ้งถึงนายพิสิษฐ์ ว่าหมดสิทธิ์การทำหน้าที่ทนายความต่อไป

ต่อข้อถามว่า ในกรณีที่ปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลายแล้วนายพิสิษฐ์ยังสามารถกลับมาเป็นทนายความได้หรือไม่ ว่าที่ พ.ต.สมบัติ กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติทนายความบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อปรากฏแก่คณะกรรมการว่าทนายความที่ขาดคุณสมบัติไม่ว่าก่อนหรือหลังการจดทะเบียนออกใบอนุญาตให้เป็นทนายความ คณะกรรมการต้องจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนทนายความ คณะกรรมการจึงมีมติดังกล่าว แต่เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วน ก็อาจจะมายื่นคำร้องขอใบอนุญาตได้อีกครั้ง ซึ่งคณะกรรมการจะต้องพิจารณาคุณสมบัติว่าเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่

นายพัฒนา กล่าวว่า ถึงแม้จะจำหน่ายชื่อนายพิสิษฐ์ออกจากการเป็นทนายความ แต่การกระทำที่กระทำไม่ถูกต้องสภาทนายความยังดำเนินการสอบสวนต่อไป หลังเกิดเหตุมีทนายความที่เป็นเพื่อนสนิทของนายพิสิษฐ์ติดต่อผ่านมาทางตนว่า จะขอเข้ามาที่สภาทนายความเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงถ้านายพิสิษฐ์นัดหมายมาเมื่อไรจะรายงานความคืบหน้าอีกครั้ง.