วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลองของโหด JAGUAR F-PACE 2.0 D AWD PORTFOLIO

ในโลกแห่งความเป็นจริง รถที่สร้างช่ือเสียงให้กับบริษัทผู้ผลิตมักจะเป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่มีเรือนร่างสวยงามและมีการขับขี่ที่ดี ส่วนรถที่ทำกำไรมหาศาลให้กับบริษัทรถยนต์กลับกลายเป็นเอสยูวีอเนกประสงค์ไปซะงั้น กระแสอันร้อนแรงของรถอเนกประสงค์ซึ่งสามารถทำยอดขายได้สูงกว่ารถสปอร์ตทำให้ค่าย Jaguar แบรนด์รถยนต์จากประเทศอังกฤษเมืองผู้ลากมากดีซึ่งผลิตแต่รถสปอร์ตและรถซาลูนประสิทธิภาพสูงต้องหันมาผลิตรถออฟโรดหรูตามหลัง Porsche BMW และ Mercedes Benz เพื่อแบ่งยอดขายแหล่มๆ หลังจากปล่อยให้พวกเยอรมันนำหน้าไปหลายช่วงตัว

แนวคิด Jaguar ต้องเป็นรถที่ขับได้สนุกแม้จะแปลงร่างเป็น SUV ยักษ์ทำให้ทีมวิศวกรที่พัฒนารถรุ่น F-Pace มีงานล้นมือ นับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์เสือกระโดดหันมาผลิตรถยนต์อเนกประสงค์โดยไม่ได้มีประสบการณ์กับการผลิตรถยนต์ SUV มาก่อน งานออกแบบที่แอบอิงกับ F-Type ทำให้ F-Pace มีฐานล้อที่พอดิบพอดี (2,874 มิลลิเมตร) ระยะห่างระหว่างล้อหน้า-หลัง ก็ไม่เหมือนใครเนื่องจากใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ F-Type ส่วนช่วงล่างด้านหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่ หลังมัลติลิงก์ก็ยกมาจากรถรุ่น XF โดยปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆเพื่อให้เข้ากับรูปแบบ SUV ของ F-Pace

Jaguar F-Pace ที่ขายในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย เริ่มจาก Pure ราคา 4,699,000 บาท รุ่น R-Sport ราคา 5,499,000 บาท และรุ่น Portfolio ราคา 5,999,000 บาท (คันทดสอบ) ทั้งหมดเป็น F-Pace รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 180 แรงม้า กับ 430 นิวตันเมตรซึ่งเป็นตัวเลขแรงบิดอันโดดเด่นพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Mercedes Benz GLC250d Coupe คู่แข่งที่มีราคาถูกกว่าเกือบ 2 ล้าน!!เครื่องยนต์ดีเซล Ingenium ใน Jaguar F-Pace 2.0D AWD Portfolio คันทดสอบรีวิวนั้นถูกปรับให้มีประสิทธิภาพที่ดีเท่ากับรถคู่แข่งจากเยอรมันทั้ง GLC และ X4 พร้อมระบบขับเคลื่อนทุกล้อที่จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทั้งในด้านรูปแบบ ความสวยงาม สมรรถนะและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง   

Jaguar F-Pace 2.0D AWD Portfolio มีขนาดตัวถังกว้างกว่า Audi Q5 แต่ขับได้คล่องกว่า Q7 เล็กน้อย เอกลักษณ์ของแบรนด์เสือกระโดดก็คือความปราดเปรียวเพรียวลม แม้ขนาดตัวถังจะใหญ่โตแต่พื้นที่ของหลังคามีการออกแบบให้คล้ายกับรถแฮตช์แบ็กเพื่อทำให้รถไม่ดูเทอะทะมากเกินไป ตัวถังมีรูปแบบและสไตล์ของ SUV แต่มีการเติมความเป็นรถยนต์ Jaguar ลงไป ลูกค้าของ Jaguar ในประเทศไทยส่วนใหญ่มักซื้อรถ Jaguar เพื่อใช้งานในเมืองเป็นหลักและแทบจะไม่ได้เอาไปลุยแบบสมบุกสมบัน F-Pace จึงมีห้องโดยสารที่ค่อนข้างโอ่โถง แม้ความหรูจะเป็นรอง Mercedes เห็นๆ แต่การออกแบบภายในที่เน้นความกว้างขวางทำให้ตำแหน่งเบาะทั้ง 5 รองรับผู้โดยสารได้อย่างสบายๆ การมีแค่ 5 ที่นั่งรวมคนขับทำให้ส่วนท้ายไม่ยาวมากจนเกินไป ถึงจะเป็นรถ SUV แต่ฐานล้อที่พอดีกับสัดส่วนของตัวถังส่งให้ภาพลักษณ์และมุมมองของ F-Pace ไม่หนีความเป็นรถยนต์ Jaguar มากนัก ทรงของรถยังมีความคล้ายคลึงกับ Mercedes Benz GLC Coupe จากการออกแบบผืนหลังคาที่ค่อยๆ ลาดเอียงลงไปยังส่วนท้ายคล้ายกับรถ Sport Coupe 

ไฟหน้า กระจังหน้า สปอยเลอร์และฝากระโปรงดูยังไงก็ Jaguar เอกลักษณ์ของการออกแบบสไตล์อังกฤษที่ยึดโยงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ไฟท้ายคล้ายกับสปอร์ตคาร์รุ่น F-Type ลำตัวด้านข้างไหลลื่นโดยใช้เส้นลากจากครีบอากาศที่แก้มข้างไปถึงแค่กลางประตูหน้า กาบบันไดไฟฟ้าที่จะยื่นออกมาแบบอัตโนมัติเมื่อคุณจับที่เปิดประตูช่วยทำให้มันแปลกตากว่ารถ SUV หรูยี่ห้ออื่น หลังคากระจก Panoramic Roof ผืนใหญ่ไล่จากส่วนหน้าไปจนถึงท้ายของผืนหลังคา โครงสร้างหลักทำจากอัลลอย ฝากระโปรงหน้าอัลลอย ประตูโลหะและฝาท้ายทำจากวัสดุผสมมีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้น้ำหนักตัวของ Jaguar F-Pace รุ่น 2.0D AWD Portfolio เบาแค่ 1.7 ตันเท่านั้น! 

รอยต่อของตัวถังที่น้อยลง ตัวเลขการกระจายน้ำหนักอยู่ที่ 50/50 ซึ่งทำออกมาได้ดี ฐานล้อยาวกว่าคู่แข่งเล็กน้อย ทำให้เกิดความนิ่มนวล แต่ล้อ 22 นิ้วกับยาง pirelli p-zero ไซส์ 265/40R22 106Y ทำให้เกิดอาการเยอะเกินไปเมื่อวิ่งบนถนนของประเทศไทยที่ไม่ค่อยจะเรียบสักเท่าไร ล้อไซส์ยักษ์กับยางสปอร์ตประสิทธิภาพสูงบวกช่วงล่างแจ่มๆ แม้จะยึดเกาะกับผิวถนนได้ดีกว่าล้อและยางที่มีขนาดเล็กกว่าแต่เมื่อวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอจะเกิดอาการดึงที่พวงมาลัยมากจนทำให้รู้สึกรำคาญ หากยัดล้อ 19-20 นิ้วพร้อมยางที่มีขนาดที่เล็กกว่านี้ การทรงตัวบนถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอซึ่งมีอยู่ทั่วไปในประเทศไทยน่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ไม่มากก็น้อย! 

F-Pace คันทดสอบวางเครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตร ความจุ 1,999 ซีซี กำลัง 180 แรงม้ากับแรงบิด 430 นิวตันเมตร รุนแรงและหนักแน่นใช้ได้เลยทีเดียว เป็นเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่นเทอร์โบพร้อมด้วยชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ มีการเดินเบาด้วยซุ่มเสียงที่เงียบงันมากกว่ารถคู่แข่งจากเยอรมนีทั้ง X4 และ GLC 250d Coupe แรงบิดที่มาตั้งแต่รอบต่ำทำให้มันคล่องตัวเมื่อขับในเมือง เร่งจาก 0-100 ใน 8.2 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 8 สปีด พร้อมแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัย Paddle Shift ปล่อย Co2 แค่ 128 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ถือว่าสะอาดและแรงใช้ได้แต่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเป็นรองทั้ง X4 และ GLC 250d Coupe รุ่นประกอบในประเทศ! 

ระบบรองรับด้านหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกคู่ ชิ้นส่วนจำนวนมากทำจากอะลูมินั่มอัลลอยเพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง ส่วนระบบรองรับด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ยึดโยงด้วยชิ้นงานอัลลอย ปรับเซตมาเพื่อความนุ่มนวลนั่งนิ่มสบายก้น ขับยาวๆ ได้ทั้งวันโดยไม่มีระบบช่วงล่างแบบปรับตั้งได้ซึ่งเป็นออปชั่นราคาแพงในรุ่น V6 

Jaguar F-Pace 2.0D AWD Portfolio ใช้อะลูมินั่มอัลลอยในส่วนประกอบโครงสร้างหลักมากถึง 80% มันจึงมีน้ำหนักตัวที่เบากว่ารถคู่แข่ง น้ำหนัก 1,775 กิโลกรัมของมันเบากว่า GLC 250d Coupe ที่หนักถึง 1,845 กิโลกรัม ส่งผลให้มันขับได้ปราดเปรียวกว่านิดๆ อัลลอย 33% เป็นวัสดุรีไซเคิล เปลือกตัวถังหนัก 298 กิโลกรัม เมื่อนำมาเทียบกันแบบตรงรุ่นกับรถคู่แข่งมันจึงมีน้ำหนักที่เบากว่า รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อหลังเครื่องดีเซล 2 ลิตรเบาที่สุดแค่ 1,665 กิโลกรัม ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อคันทดสอบตัวหนักขึ้นกว่ารุ่นขับ 2 ล้อหลัง 100 กิโลกรัม 

ภายในห้องโดยสารของ Jaguar F-Pace 2.0D AWD Portfolio คันทดสอบแม้จะมีความเป็นผู้ดีอังกฤษอยู่ทุกกระเบียดนิ้วแต่ความหรูยังคงเป็นรองแบรนด์ตราดาว ห้องโดยสารตกแต่งแบบสปอร์ต ใช้โทนสีน้ำตาลสลับดำที่ดูเคร่งขรึมออกแนวผู้ใหญ่ไม่ได้ออกแนววัยรุ่นวุ่นรักเหมือนกับ GLC 250d Coupe เบาะคนขับจัดวางตำแหน่งมาดี ทำให้ง่ายต่อการใช้งานอุปกรณ์ภายใน

ห้องเก็บสัมภาระส่วนท้ายมีความจุ 650 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังราบลงกับพื้นจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นถึง 1,740 ลิตร ใหญ่โตมโหระทึกพอฟัดพอเหวี่ยงกับ BMW X5 กันเลยทีเดียว มาตรการของการป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอกทำให้ Jaguar F-Pace 2.0D Portfolio เก็บเสียงได้ดีกว่า BMW X4 และ GLC Coupe เล็กน้อยแค่ 6 เดซิเบล ล้อ 22 นิ้วกับยางไซส์โตทำให้เกิดเสียงขึ้นบ้างเมื่อวิ่งที่ย่านความเร็วสูงแต่ก็ไม่ได้เข้ามารบกวนโสตประสาทของคนขับจนทำให้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด วิ่งด้วยความเร็วเดินทาง 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนล้อและยางขนาดใหญ่สุดในกลุ่ม SUV ไซส์กลางก็ถือว่าเงียบใช้ได้เลยทีเดียว 

แผงมาตรวัดแบบจอภาพหรือ TFT -Thin film transistor คล้ายกับมาตรวัดของ Volvo XC90 เป็นจอแสดงผลมาตรวัดที่มีความคมชัดและอ่านค่าได้ง่าย มีมาให้ทั้งมาตรวัดรอบและมาตรวัดความเร็วรวมถึงจอเล็กๆ ทรงกลมด้านซ้ายสุดที่คอยแจ้งโหมดการขับเคลื่อนและการเล่นเพลงจากเครื่องเสียงติดรถ จอภาพมาตรวัดยังแสดงผลโดยการปรับเปลี่ยนหน้าจอ เมื่อใช้โหมด ECO หรือ Normal จอภาพมาตรวัดจะเป็นสีฟ้า เมื่อปรับโหมดไปที่ Dynamic Mode จอภาพจะเปลี่ยนสีมาตรวัดเป็นสีแดง รวมถึงไฟ LED ในห้องโดยสารที่จะเปลี่ยนสีไปตามโหมดของการขับเคลื่อนที่คนขับเลือกใช้ 

จอแสดงผลกลางระบบสัมผัสที่หน้าจอขนาด 10.2 นิ้ว ออกแบบให้มีการทำงานคล้ายกับแท็บเล็ต พร้อมไอธีมให้เลือกใช้ 4 รูปแบบ ประกอบด้วยระบบนำทางด้วยดาวเทียมแบบ 3 มิติ ที่ค่อนข้างละเอียดคมชัดใช้ได้ แถมยังเป็นจอมอนิเตอร์ของระบบเครื่องเสียง การเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายและการปรับตั้งค่าต่างๆ ของตัวรถกับเป็นมอนิเตอร์ของกล้องแสดงภาพด้านหลัง ระบบ wi-fi ในรถเชื่อมกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ 8 อุปกรณ์ มีช่อง USB มาให้ถึง 4 พอร์ต ระบบนำทาง 360 องศาบนหน้าปัด เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อตรวจสอบสถานะต่างๆ ของตัวรถ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งเจ้าของต้องเปิดคู่มือการใช้งานเพื่อสร้างความคุ้นเคยกันเป็นเดือนๆ กว่าจะคล่องมือ! 

ซุ้มเกียร์ออกแบบให้มีทั้งความแปลกและความสวยงาม เมื่อกดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ หัวเกียร์ 8 สปีดจะโผล่ขึ้นมาเพื่อให้คุณบิดไปยังตำแหน่งเกียร์ที่ต้องการพร้อมเซนเซอร์ป้องกันการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่มีความสัมพันธ์กับรอบของเครื่องยนต์เอาไว้คอยปกป้องชุดส่งกำลังราคาแพง ติดกับซุ้มเกียร์ยังมีปุ่มพลาสติกคอยควบคุมหรือเปิด-ปิดระบบ Auto Start-Stop ปุ่มปรับโหมดการขับเคลื่อนที่ทำออกมาเล็กเกินไป ปุ่มกดสั่งงานเพื่อดูระบบนำทางด้วยดาวเทียมแต่ไม่มีปุ่ม i-DRIVE เหมือน BMW หรือปุ่ม command control panel ของ Mercedes ทำให้การใช้งานนั้นคุณต้องแตะที่หน้าจอสัมผัสสถานเดียวเท่านั้น! 

พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้านมีหน้าตาแปลกๆ หุ้มด้วยหนังแท้เนื้อดีสีดำสนิท พวงมาลัยมีปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและโทรศัพท์ พร้อมปุ่มปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift มีขนาดเล็กกว่าของคู่แข่งแต่ใช้งานได้ดีจากการตอบสนองของเกียร์ 8 สปีด พวงมาลัยปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ทั้งใกล้-ไกล หรือสูง-ต่ำครอบคลุมทุกสรีระของคนขับและปรับให้ลงกับรูปร่างของคุณได้ง่ายๆ 

แดชบอร์ดน่าผิดหวังและควรจะทำออกมาได้หรูกว่านี้ คุณภาพงานประกอบภายในอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง นาทีนี้คงต้องยกความหรูให้กับ GLC Coupe ที่จัดเต็มห้องโดยสารจนทำให้ภายในของ BMW X4 กลายเป็นวัตถุโบราณกันไปเลยทีเดียว

แม้เครื่องเสียงของ Meridian พร้อมลำโพงคุณภาพสูงพ่วง subwoofer จะให้เสียงเพลงที่มีความคมชัดดีเยี่ยมแต่ยังคงเป็นรอง Burmester Surround Sound System ของ GLC Coupe และเทียบไม่ติดกับเครื่องเสียงของ Lexus RX350 F-Sport ซึ่งจัดชุดใหญ่ไฟกะพริบด้วยเครื่องเสียงโคตรแพง Mark Levinson surround sound system 17-speakers!

ราคา 5.99 ล้านบาทของ Jaguar F-Pace 2.0D AWD Portfolio แพงกว่า Mercedes Benz GLC 250d Coupe และ X4 รุ่นประกอบในประเทศถึง 2 ล้านบาท ทำให้กลุ่มลูกค้าที่จะหันมาเล่นเสือกระโดดกลายเป็นกลุ่มคนรวยจำนวนน้อยนิดที่หายาก สำหรับนิยามของการขับ Jaguar F-Pace ก็คือความคล่องตัวแบบสปอร์ตและพื้นที่ใช้สอยในแบบ SUV ตัวถังไหลลื่นและโค้งมนได้สัดส่วน กระจกบานฝาท้ายเล็กมากจนคล้ายรถซุปเปอร์คาร์ คนตัวสูง 180 Cm สามารถโดยสารที่เบาะหลังได้อย่างสบายๆ เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพดีแต่ค่อนข้างกินน้ำมัน แรงบิดมาเร็วตั้งแต่ต้นยันปลายไหลขึ้นไปเรื่อยๆ ในโหมดประหยัดและพร้อมจะพุ่งทะยานอย่างมั่นคงเมื่อใช้โหมด Dynamic ล้อขอบ 22 นิ้วใหญ่ยักษ์มโหระทึกทำให้ผมต้องระวังจนประสาทเสีย 

วิศวกรของ Jaguar ปรับแต่ง F-Pace จนมีประสิทธิภาพดีในทะเลทราย หญ้าหรือหิมะรวมถึงทางลูกรังที่พบเห็นได้ทั่วไปในประเทศไทย อาการโคลงตัวนั้นมีปรากฏออกมาเป็นระยะๆ เมื่อวิ่งผ่านถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ เกิดจากล้อที่ใหญ่สุดในกลุ่ม SUV ไซส์กลาง ระบบขับเคลื่อนทุกล้อทำหน้าที่ได้ดีโดยเฉพาะการลุยทางวิบากเล็กๆ น้อยๆ จะให้ลุยกันเต็มสูบคงต้องเปลี่ยนล้อที่เล็กกว่านี้และยางที่มีแก้มสูงกว่าที่เป็นอยู่ถึงจะรอด ล้อ 22 นิ้วนั้นสวยงามมากเมื่อติดตั้งใน Jaguar F-Pace 2.0D AWD Portfolio แต่ไม่เหมาะกับทางแย่ๆ ในประเทศไทยได้แค่สวยอย่างเดียวเท่านั้น ใช้งานจริงต้องระวังริ้วรอยทั้งการขับและการจอด 

ความเบาส่งผลไปถึงอัตราเร่งที่เร้าใจ โหมด Eco Normal และ Dynamic จะปรับการทำงานของลิ้นเร่งให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ รวมถึงยังเข้าไปควบคุมจังหวะการทำงานของเกียร์ออโต้ 8 สปีด ฟิลลิ่งของพวงมาลัยไฟฟ้าโดยไม่มีการปรับความหนืดของช่วงล่างซึ่งมีมาให้เฉพาะรุ่นที่แพงกว่านี้เท่านั้น Dynamic ทำงานได้ดีบนไฮเวย์

คันเร่งตอบสนองเร็วขึ้นพร้อมๆ กับพวงมาลัยที่ปรับตัวเองให้หน่วงน้ำหนักขึ้นอีกนิด เหมาะกับการโลดโผนโจนทะยานบนทางหลวงข้ามจังหวัด เมื่อเข้าโค้งแรงๆ เพื่อดูการตอบสนองของช่วงล่างด้วยเกียร์ 3 มันจะเกิดอาการ Over หรือท้ายออกเล็กๆ ไม่ได้รุนแรงอะไรแต่ก็ทำให้รู้สึกเสียวอยู่เหมือนกัน ระบบควบคุมการทรงตัวทำให้การขับเร็วๆ ดีขึ้นมาก อาการโคลงตัวน้อย หน้าทิ่มหรือท้ายยกไม่มากเมื่อเบรกหนักๆ รถก็ยังทรงตัวได้ดีคล้ายกับคู่แข่งจากเยอรมนี 

ประสบการณ์ของการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ AWD เข้ามาช่วยทำให้การควบคุมพวงมาลัยง่ายดายขึ้นคล้ายการขับ Subaru Forester XT ซึ่งมีให้คุณทั้งความเสถียรและความสนุกสนาน ซอฟต์แวร์ที่ควบคุมการขับเคลื่อนของล้อทั้ง 4 คือระบบ IDD Intelligent Driveline Dynamic มันถูกปรับแต่งมาจากโรงงานจนผมไม่รู้สึกถึงการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อโดยมีแต่ความนิ่งและความมั่นคงเมื่อวิ่งเร็วๆบนทางหลวงข้ามจังหวัด

การเลี้ยวโค้งที่ฉับไวและมั่นคงมีอาการโคลงตัวน้อยเท่าๆ กับ X4 และ Glc Coupe มันให้อารมณ์ของการขับคล้าย X5 xDRIVE 30d แต่มีขนาดที่เล็กกว่าและมีราคาที่แพงกว่า! พวงมาลัยในโหมด Dynamic หนักแน่นและแม่นยำใช้ได้ ไม่ต้องคอยมานั่งแต่งพวงมาลัยเพื่อรักษาทิศทางกันให้มากเรื่องเหมือน SUV ราคาถูกบางยี่ห้อ ชุดบังคับเลี้ยวที่เต็มไปด้วยต้นทุนราคาแพงส่งผลให้มันมีพวงมาลัยที่เฉียบคมคล้ายคู่แข่งทั้งสองคัน 

ใช้มือดันเบาๆ ไม่ต้องกำพวงมาลัยแน่นเหมือนลิงโหนต้นไม้ คุณก็สามารถทะยานผ่านโค้งแคบๆ ได้ง่ายราวกับกำลังขับแฮตช์แบ็กคันเล็ก ควรใช้เบรกให้พอดีกับโค้งที่จะเข้าโดยลดความเร็วลงมาเล็กน้อยพร้อมเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำก่อนมุดหัวรถเข้าสู่โค้งด้วย Paddle Shift เพื่อเตรียมความพร้อมในการพุ่งทะยานต่อไปเมื่อพ้นจากปลายโค้ง คันเร่งคาเนียนๆ เอาไว้เมื่ออยู่กลางโค้งไม่กระโชกโฮกฮากด้วยการใช้เบรกหรือคันเร่งบริเวณกลางโค้งคุณจะขับเจ้า F-Pace ได้ราวกับนักแข่ง

พวงมาลัยที่มีน้ำหนักพอดิบพอดีทำให้รู้สึกเบาสบายข้อมือในบางจังหวะจะโคน เป็นรถที่ทำให้คุณไม่รู้สึกถึงแรงเฉื่อย เปลี่ยนทิศทางหรือหยุดได้อย่างรวดเร็ว จะมีให้ระวังก็แค่ล้อไซส์โตเท่านั้น ผมพยายามเพิ่มความเร็วในโค้งขึ้นเล็กน้อยเพื่อจับอาการของเจ้าเสือกระโดดคันนี้ ยาง pirelli p-zero ทำหน้าที่ได้ดีเท่ากับเงินที่คุณจ่ายออกไป มันให้ความรู้สึกบนทางตรงคล้ายกับรถขับหลังแรงๆ คันหนึ่งแต่ยังเกาะหนึบเหนียวแน่นในโค้งซึ่งเป็นเรื่องที่ SUV ราคาแพงสมควรที่จะออกมาแบบนี้ 

ความแตกต่างระหว่างโหมด Normal กับ Dynamic มีน้อยมากจนแทบจะไม่รู้สึก Dynamic กินเชื้อเพลิงมากขึ้นแต่ก็ขับได้สนุกขึ้นจากการตอบสนองที่รวดเร็วไม่มีคำว่าค่อยเป็นค่อยไปตามสันดานดิบของแบรนด์เสือกระโดด คันเร่งในโหมดสูงสุดไวขึ้นมากเมื่อเทียบกับสัมผัสของคันเร่งไฟฟ้าใน ECO Mode รวมถึงเกียร์ 8 สปีดก็ยังไหลขึ้นๆ-ลงๆ ด้วยอาการที่เนียนสุดๆ แทบจะไม่มีรอยต่อของเกียร์โผล่มาให้รู้สึก เมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้น ตัวถังเริ่มมีอาการโคลงตัวจากล้อที่ใหญ่โตของมันกับความสูงที่มากกว่ารถเก๋ง ช่วงล่างที่เซตมาค่อนข้างนุ่มทำให้รถกระเพื่อมเป็นจังหวะไปตามผิวถนนที่สูงข้างต่ำข้างพร้อมอาการดึงเบาๆที่พวงมาลัยจากความใหญ่ของล้อและยาง หากเป็นล้อ 19 นิ้วพร้อมยางแก้มสูงกว่านี้อีกนิดรับรองว่าจะมันกว่านี้มาก

Jaguar F-Pace 2.0D AWD Portfolio เป็น SUV พรีเมียมราคาแพงที่คล่องตัวและขับได้สนุกเหมือน Jaguar ทุกรุ่นทุกแบบ! ราคาที่แพงกว่าคู่แข่งทำให้มันตกเป็นรองในด้านตัวเลือกไปอย่างน่าเสียดาย มันมีการขับที่ดีคล้ายคุณกำลังควบซาลูนเสือรุ่น XF แต่มองเห็นข้างหน้าได้ไกลกว่ามากจากความสูงของตัวรถ ทรงตัวได้ดีทั้งทางตรงและในโค้งแต่ก็ต้องระวังให้ดีๆ อย่าให้ความเร็วที่ใช้เข้าโค้งเร็วเกินไปประสิทธิภาพโดยรวมคล้าย BMW X4 และ GLC 250d Coupe แต่ราคากระโดดไปถึง 5.99 ล้านบาททำให้รถคู่แข่งแอบยิ้มอยู่ในมุมของตัวเอง

สรุปว่ามันดีมั้ย! ในบางแง่มุมของการขับก็นับว่าดีใช้ได้ แต่ในแง่ของความคุ้มค่าคุ้มราคา F-Pace ตัวขายในไทยยังเป็นรองรถคู่แข่งอยู่มากเนื่องจากแพงกว่าเยอะ ภายในน่าจะทำออกมาได้หรูหรามากกว่านี้ ทำให้ GLC 250d คว้าตำแหน่งชนะเลิศไปครองในด้านความหรูของห้องโดยสาร เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบ มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับแบรนด์ตราดาวและตราใบพัดในด้านอัตราเร่ง แต่แตกต่างกันตรงที่พี่เสือนั้นกินเชื้อเพลิงมากไปหน่อยเมื่อใช้ Dynamic Mode ในแง่ของความประหยัดอาจสู้คู่แข่งไม่ได้ แต่ในแง่ของความสปอร์ตนั้นสู้ได้สบายๆ F-Pace เป็นรถ SUV ที่มีความสมดุลสูง ขับสบายบนทางขรุขระด้วยล้อที่ต้องเล็กกว่านี้ และมีราคาที่แพงกว่าชาวบ้านชาวช่องเค้าจนหาลูกค้าลำบาก ให้โอกาสกับการผลิตรถ SUV เป็นครั้งแรกของแบรนด์ Jaguar แน่ใจได้เลยว่ามันจะมีคนซื้อไม่เยอะแต่เป็นลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์เสือกระโดดที่มีทั้ง Benz และ BMW และ Lexus อยู่ในโรงจอดรถที่บ้าน!

Jaguar F-Pace 2.0D AWD Portfolio ราคา 5,999,000 บาท

เครื่องยนต์.................................ดีเซล 4 สูบเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรความจุ............................1,999 ซีซี
กำลังสูงสุด.................................180 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด..............................430 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที
อัตราเร่งจาก 0-100......................8.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด.............................208 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบส่งกำลัง..............................เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Paddle shift
อัตราการปล่อย Co2......................139 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
ระบบรองรับ
ด้านหน้า....................................ดับเบิ้ลวิชโบน
ด้านหลัง....................................มัลติลิงก์
ล้อและยาง..................................22" 15 Spoke 'Style 1020' with Grey Finish and Contrast Inserts pirelli p-zero 265/40R22 106Y


มิติตัวถัง
ความกว้าง.................................2,070 มิลลิเมตร
ความยาว..................................4,746 มิลลิเมตร
ความสูง...................................1,667 มิลลิเมตร
ฐานล้อ.....................................2,874 มิลลิเมตร
ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า................1,641 มิลลิเมตร
ระยะห่างระหว่างล้อคู่หลัง.................1,654 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง.................213 มิลลิเมตร
น้ำหนักรถ..................................1,775 กิโลกรัม
ความจุถังเชื้อเพลิง.........................60 ลิตร

Safety
Standard
ABS
Electronic traction control
Brake assist system
Energy recuperation
Four disc brakes including four ventilated discs
Drivers airbag, passengers airbag with de-activation switch
Seat belt with pre-tensioners on drivers seat and front passenger seat
Two head restraints on front seats with height adjustment, three head restraints on rear seats with height adjustment
Isofix preparation
Seat belt with pre-tensioners on driver side rear seat, seat belt with pre-tensioners on passenger side rear seat, 3-point seat belt on central rear seat
Front and rear side curtain airbags
Front side airbag
Stability controlsystem
Front radar-type parking distance sensors, rear radar & camera-type parking distance sensors
Bi-Xenon low beam Bi-Xenon high beam headlights with ellipsoidal lenses
Headlight controlsystems: dusk sensor and automatic height adjustment
Front fog lights
Hill holder

Comfort
Standard
Automatic air conditioning with two climate control zones
Central door locking: Operated by card key Includes windows and dead bolt
Cruise control
Body colour power door mirrors ; heated and light sensitive with integrated indicator lights
Front and rear electric windows with one-touch on two windows
Power steering: type speed proportional with variable rack
Leather covered multi-function steering wheel with tilt adjustment and telescopic adjustment


Entertainment
Standard
Audio system with touch screen ; radio receives AM/FM, digital and RDS colour screen
Eleven Meridian speakers including subwoofer
Satellite navigation system with colour, 8.0 inch display, touch screen, 3D and voice, maps updated via SD Card and traffic information
Bluetooth includes phone connection and music streaming
Navigation Pro System

Interior
Standard
Driver and passenger seat: individual type, heated, electrically adjustable, four electrical adjustments
40/20/40 split folding rear seats: bench type with space for three people; with zero electric adjustments
Five seats configured 2+3
Seat upholstery: leather and leather


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/