วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘แม่น้องบีม’ ฟ้องศาลแพ่งเรียกค่าเสียหาย 'ทนายฉาว' 3.4 ล้าน

ทนายอาสาจากสภาทนายฯ นำ "น้องบีมและมารดา" ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเรียกร้องค่าเสียหาย 3.4 ล้านบาท จาก “ทนายพิสิษฐ์” จากกรณีการโกงเงินสินไหมทดแทนจากการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมยื่นขอเว้นค่าธรรมเนียมศาลกว่า 6 หมื่นบาท

ที่ศาลแพ่ง วันที่ 6 ก.ค.60 นางพรทิพย์ จันทรัตน์ อายุ 46 ปี ในฐานะผู้มีอำนาจปกครองของ ด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม เด็กพิการอดีตดาราหนังโฆษณาไทยประกันชีวิต เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ เป็นจำเลยที่ 1 นางพรปวีณ์ ชูแก้ว เป็นจำเลยที่ 2 ฐานผิดสัญญาตัวแทน และบังคับตามสัญญารับสภาพหนี้ ทุนทรัพย์พิพาท 3,412,500 บาท ศาลแพ่งรับไว้พิจารณาเป็นคดี พ.3178/60 วันที่ 28 ส.ค. เวลา 09.00 น. พร้อมกันนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลหรือเดิมเรียกว่าขอดำเนินคดีแบบอนาถา ศาลนัดไต่สวนทันที

คำฟ้องบรรยายว่า เดิมปี 2557 โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ 1 เป็นทนายความดำเนินคดีแพ่งชั้นบังคับคดี ต่อมาจำเลยได้ดำเนินการบังคับคดีโดยปราศจากอำนาจ และมีการปลอมแปลงเอกสาร โดยให้จำเลยมีอำนาจในการรับเงินจากตัวความอีกฝ่ายทั้งที่ไม่มีอำนาจ แล้วรับเงินไป 3 ล้านบาท เมื่อตนพบว่าทำให้ตนเสียหาย จึงมีการดำเนินคดีอาญาที่ สน.บางยี่ขัน ทางจำเลยได้ขอทำหนังสือรับสภาพหนี้กันไว้ มีจำเลยที่สองเป็นลูกหนี้ร่วม ตกลงแบ่งจ่ายงวดละ 100,000 บาท เริ่ม 15 ส.ค.2558 แต่แล้วก็ไม่ยอมชำระ เมื่อทวงถามก็ปฏิเสธจึงฟ้องขอให้ใช้เงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่ยอมรับผิดไว้ 3 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยที่ผิดนัดอีก 412,000 บาท

นอกจากนี้ นางพรทิพย์ยื่นคำร้องอีกฉบับเพื่อร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ระบุเนื่องจากตนมีฐานะยากจนเคยได้รับอุบัติเหตุแขนขาหัก ปัจจุบันมีรายได้เพียงขายของเดือนละ 7 พันบาท ไม่พอใช้จ่ายหากต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในอัตราร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์จะเดือดร้อน พร้อมกันนี้ได้นำหลักฐานเป็นรูปถ่ายและบัตรประจำตัวคนพิการระดับสามของ ด.ญ.ภัทรดา มาแสดงด้วย

นายวัชณ์ธิป แสดงมณี ทนายความกล่าวว่า วันนี้ได้มายื่นฟ้องและขอนำนางพรทิพย์กับน้องบีมขึ้นไต่สวนขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งมีโอกาสว่าจะได้ ขณะที่กระทรวงยุติธรรมก็เขียนเช็คมาให้หกหมื่นบาทมาวางศาล ถ้าได้รับอนุญาตจะได้เอาเงินหกหมื่นไปวางให้ผู้เดือดร้อนคดีอื่น ในส่วนการติดตามทรัพย์สินของนายพิสิษฐ์ พบว่าเคยล้มละลายและพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายไปแล้ว ทนายความมีหน้าที่สืบทรัพย์หากชนะคดีและมีให้ยึดก็จะนำมาบังคับคดี.