วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรียนรู้จากเพลง “ตังเก” การพัฒนาเพื่อคนไทยแท้ๆ

โดย ซูม

เมื่อวานนี้ผมนึกครึ้มใจ หวนระลึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังทำงานพัฒนาชนบท จึงเข้าไปเปิดฟังเพลง “ตังเก” ในยูทูบเพลงเพื่อชีวิต ที่ฮิตมากของพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว

เป็นเพลงในจังหวะ 3 ช่า ร้องก็มัน เต้นก็มัน บรรยายถึงชีวิตหนุ่มอีสานที่ร่อนเร่ทิ้งแผ่นดินอันแห้งแล้งมาเป็นลูกเรือตังเก ย่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ออกจับปลาในทะเล

ที่ผมชอบเพลงนี้ เพราะเป็นเพลงที่บันทึกประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้อย่างถูกต้อง และตรงกับข้อเท็จจริงอย่างยิ่งเพลงหนึ่ง

เพลงนี้อัดแผ่น หรืออัดเทปครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2533 อันเป็นยุคที่เศรษฐกิจประเทศไทยกำลังพุ่งเข้าสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่

นโยบายของ ป๋าเปรม ที่ริเริ่มไว้ตั้งแต่แผนพัฒนาฉบับที่ 5 ด้วยการเร่งรัดการพัฒนาอุตสาหกรรมควบคู่ไปกับเกษตรกรรม และการพัฒนาชนบท เริ่มผลิดอกออกผล

หลังจากเศรษฐกิจประเทศเกือบทรุดในปี 2527 จนปู่ สมหมาย ฮุนตระกูล ขุนคลังของป๋าเปรมต้องลดค่าเงินบาท และต่อมาป๋าเปรมก็มอบหมายให้ ดร.เสนาะ อูนากูล เลขาธิการสภาพัฒน์ยุคนั้น ร่างแผนปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของแผน 5

ภายใต้คำขวัญ “มุ่งประหยัด เร่งรัดนิยมไทย ร่วมใจส่งออก” ในวันปีใหม่ 2528 ที่ป๋าประกาศต่อประชาชนชาวไทย

ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลา 2 ปี หลังลดค่าเงินบาทครั้งใหญ่ และเจริญรุ่งเรืองสืบมาจนถึงยุค น้าชาติ เป็นนายกฯ

นิตยสาร Times, Newsweek อันโด่งดังในยุคนั้น นำเรื่องราวของประเทศไทยขึ้นหน้าปกฉบับเอเชียคู่กัน และให้นิยามเราว่า “เสือตัวใหม่แห่งเอเชีย”

เมื่อประเทศเข้าสู่ความเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ก็เกิดโรงงานทั้งใหญ่และเล็กขึ้นทั่วทุกหัวระแหง ตั้งแต่โรงงานทันสมัยจนถึงโรงงาน “ห้องแถว” ที่สมัยนั้นยังไม่มีใครเรียกว่า SME

ผมซึ่งทำงานด้านชนบท แต่มีโอกาสได้เข้าร่วมในทีมเฉพาะกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ชุดนี้กับเขาด้วยในฐานะหัวหน้าทีมประชาสัมพันธ์ ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับความสำเร็จต่างๆอย่างลึกซึ้ง

บางครั้งก็ออกไปเยี่ยมไปประเมินผลงานที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ภาคท่องเที่ยว และภาคการค้าอยู่เสมอๆ ทำให้มีโอกาสซึมซับความสำเร็จด้วยตัวเอง

ทุกโรงงานใหญ่หรือเล็กที่ผมไปเยี่ยมล้วนจ้างคนงานที่เป็นพี่น้องชาวอีสานหรือจากต่างจังหวัดอื่นๆที่ยากจนทั้งสิ้น

แม้แต่โรงงานแปรรูปอาหารทะเลแถวสมุทรสาคร สมุทรสงครามก็ชาวอีสาน รวมถึงในเรือตังเกก็เป็นชาวอีสาน ดังที่ คุณพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ สะท้อนไว้ในเพลงที่ผมถือว่าเป็นเพลงประวัติศาสตร์

ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐเล็กๆคนหนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลภาคชนบทผมอดที่จะยิ้มด้วยความดีใจและขอบคุณเพื่อนๆที่ทำหน้าที่พัฒนาด้านอุตสาหกรรม ด้านพาณิชย์ ด้านท่องเที่ยว เสียมิได้

เพราะผลงานของเพื่อนๆเหล่านี้ ทำให้เกิดการจ้างงานอย่างใหญ่หลวง และช่วยแก้ปัญหาความยากจนให้แก่พี่น้องอีสานและเหนือ ที่ผมดูแลอยู่ได้อย่างตรงจุด

ใครจะไปนึกล่ะว่า อีกไม่ถึง 30 ปีให้หลัง ในขณะที่ประเทศไทยของเรายังเจริญเติบโตต่อไป จากประเทศยากจน สู่ประเทศรายได้ปานกลางขั้นสูง และพยายามจะขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงให้ได้ในเร็วๆนี้

แต่หนุ่มสาวในโรงงานและกิจการอีกหลายประเภท ถึง 3-4 ล้านคน ทั้งแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานเถื่อน มิใช่หนุ่มสาวชาวไทยเสียแล้ว กลายเป็นแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านไปหมด

มองอีกมุมหนึ่งก็ต้องถือว่าดี แสดงว่าพี่น้องอีสานและเหนือของเราทุกวันนี้คงไม่ยากจนแล้ว จึงไม่มาทำงานหนักๆอย่างในโรงงานหรือในเรือตังเก กลายเป็นแรงงานจากเพื่อนบ้านเรามารับช่วงแทน

แต่ในฐานะนักพัฒนาแก่ๆที่ตกรุ่นไปแล้ว และยังจมอยู่กับอดีตแห่งความภูมิใจว่า สมัยโน้นเราพัฒนาเพื่อคนไทยของเราโดยตรง ไม่มีคนอื่นมาแบ่งปันก็อดที่จะใจหายเสียมิได้

ขออนุญาตเปิดเพลง “ตังเก” เพื่อระลึกถึงความหลังอันเต็มไปด้วยความสุขใจอีกสักครั้งก็ละกันครับ.

“ซูม”